การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESD) เป็นความเร่งด่วนสำหรับเด็ก แต่หลักสูตรการศึกษาในอาเซียนยังพัฒนาช้าเกินไป

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคที่ ‘รู้ตัว’ แล้วว่าได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และได้ ‘ส่งสัญญาณ’ พร้อมจะสนับสนุนการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Education for Sustainable Development – ESD) อย่างแข็งขันตามความเห็นขององค์การยูเนสโก (UNESCO) หน่วยงานสหประชาชาติที่ดูแลครอบคลุมด้านการศึกษา แต่ทว่าการผลักดันเนื้อหาด้านการศึกษาที่เน้น ESD และการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Education – CCE) กลับเป็นไปอย่างเชื่องช้า อยู่ในระยะแรกเริ่ม และแม้จะกล่าวถึงความยั่งยืนในแผนการศึกษา แต่ก็ยังมีช่องว่างและไม่เท่าเทียมระหว่างโรงเรียนรัฐ – เอกชน โรงเรียนในเมือง – ชนบท หรือ โรงเรียนนานาชาติ – ที่ใช้ภาษาประจำชาติ – ที่ใช้ภาษาท้องถิ่น/ภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งที่ปัจจุบันเด็กและเยาวชนต้องการแหล่งข้อมูลความรู้ว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืนมากขึ้น

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงที่มีเป้าหมายเพื่อความยั่งยืนและการจัดการกับวิกฤติจะเกิดขึ้นได้ ไม่เพียงแต่ริเริ่มในระดับบุคคล ภาคเอกชน หรือนำเทคโนโลยีมาช่วยเท่านั้น แต่จะต้องอาศัยการริเริ่มเปลี่ยนแปลงจากนโยบายและระบบด้านการศึกษาของประเทศ ให้มีความเข้าใจ ส่งเสริมการปรับความคิดและพฤติกรรมที่ยั่งยืนด้วย

โดยจะต้องสนับสนุนให้เนื้อหาการศึกษาประเด็นดังกล่าวสามารถพัฒนาเป็นคอนเซ็ปต์และวิชาที่แตกแขนงออกมาอย่างเป็นอิสระ มีจุดเน้นเหลัก และ ‘จุดเด่น’ ไม่ใช่วิชาชายขอบในหลักสูตรการเรียนการสอน และจะต้องแก้ไขโจทย์ด้านการศึกษาแต่เดิมว่า เด็กและเยาวชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษา ESD และ CCE ได้หรือไม่ และผู้สอนมีความพร้อมหรือไม่?

ตัวอย่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า อินโดนีเซียโดยโครงการของ Adiwiyata Green Schools ได้พยายามบูรณาการ ESD เข้ามาในห้องเรียนเพื่อให้นักเรียนตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม ไทยและเวียดนามต่างก็ได้พัฒนาให้ ‘ความยั่งยืน’ เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการศึกษาระดับชาติ ส่วนฟิลิปปินส์ยังคงเน้นที่การกระทำของปัจเจกบุคคลมากกว่าการจัดทำหลักสูตร ซึ่งภาคประชาสังคมของฟิลิปปินส์ได้ให้ความเห็นว่า จำเป็นจะต้องให้มีวิชาการเรียนเป็นการเฉพาะเกี่ยวกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate adaptation) และวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มาจากกิจกรรมของมนุษย์

ขณะที่ปัญหาการขาดหายไปหรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ของหลักสูตรการศึกษาทางการ ทำให้เห็นว่าจะมีธุรกิจเพื่อสังคมต่าง ๆ เข้ามาช่วยอุดช่องว่างนี้ โดยการพัฒนาเครื่องมือหรือทรัพยากรทางการศึกษา

ทั้งนี้ ที่ต้องให้ความสำคัญกับการเรียนการสอน ESD และ CCE นั้น กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ระบุว่า ปัจจุบันมากกว่า 99% ของเด็กทั้งหมด อย่างน้อยได้เผชิญกับภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศแล้ว อาทิ น้ำท่วม พายุไซโคลน การขาดแคลนน้ำ โรคภัย มลพิษทางอากาศ และจะเป็นรุ่นที่เผชิญกับความเสี่ยงในอนาคตและได้รับผลกระทบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงสำคัญที่คนรุ่นนี้ตระหนักและเข้าใจถึงสภาพปัญหา และเป็นผู้หาทางออก/ไขปัญหาที่เรื้อรังและตกทอดมาจากคนรุ่นเก่า ซึ่งการศึกษา ESD และ CCE จะเอื้อให้ทำเช่นนั้นได้ กล่าวคือ นอกจากตระหนักถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศแล้ว ยังสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของพลเมือง (civic engagement)

โดยที่ ESD และ CCE จะต้องเป็นหลักสูตรที่มองสิ่งรอบตัวอย่างเป็นองค์รวม ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล พัฒนาจากความมุ่งมั่นและคำสัญญาให้เป็นนโยบายระดับชาติที่ส่งเสริมทุกโรงเรียนในทุกรูปแบบ/ประเภท พัฒนาให้มีทรัพยากรเพื่อการศึกษาที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนทั้งผู้สอนและผู้เรียน ท้ายที่สุดแล้ว จะต้องเปลี่ยนแปลงระบบให้รวดเร็ว (systemic changes) และเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ (paradigm shift) ให้ทันเวลากับความเร่งด่วนของประเด็นความท้าทายที่ว่านี้ด้วย

● อ่านบทความที่เกี่ยวข้องที่:
SDG Updates | หลักสูตรการศึกษาถึงเวลาต้องเปลี่ยน – เมื่อการต่อสู้กับ Climate Change เริ่มต้นที่ห้องเรียน
ยูเนสโกประกาศ ‘การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ ต้องเป็นองค์ประกอบหลักของระบบการศึกษาทุกระดับภายในปี 2568

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียม
-(4.7) สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมไปถึงการศึกษาสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน (Education for Sustainable Development) และการมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคระหว่างเพศ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุขและไม่ใช้ความรุนแรง การเป็นพลเมืองของโลก และความนิยมในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและในส่วนร่วมของวัฒนธรรมต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573

แหล่งที่มา:
Climate education still a ‘peripheral topic’ in Southeast Asia’s syllabus amid calls to make it compulsory (Channel News Asia)

Last Updated on ตุลาคม 8, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

นิวัฒน์ ร้อยแก้ว นักเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์แม่น้ำโขง รับรางวัล Goldman Environmental Prize ประจำปี 2565

นิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ ‘ครูตี๋’ นักเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์แม่น้ำโขง ได้รับรางวัล Goldman Environmental Prize ประจำปี 2565 (ค.ศ. 2022) เพื่อยกย่อง…

ILO เผยแพร่ ‘World Employment and Social Outlook 2021’ : งานที่ดีสำหรับแรงงานดิจิทัลแพลตฟอร์ม และ ‘Gig Workers’

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) ได้ทำการศึกษา ‘แรงงานดิจิทัลแพลตฟอร์ม’ (digital labour platforms) มาตั้งแต่ปี 255…

Director’s Note: 08: ว่าด้วย High-Level Political Forum on Sustainable Development

สวัสดีวันจันทร์ครับ

สองสัปดาห์นี้เป็นช่วงเวลาสำคัญประจำปีของการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในระดับโลก เพราะเป็นสองสัปดาห์ของการประ…

UNICEF ออกรายงานชี้ความเหลื่อมล้ำของการมีและเข้าถึงน้ำ สุขาภิบาล และสุขอนามัยในพื้นที่เมืองทั่วโลก

UNICEF ออกรายงาน Snapshot of Global and Regional Urban Water, Sanitation and Hygiene Inequalities ชี้ให้เห็นภาพรวมความเหลื่อมล้ำด้านน้ำ สุขาภิบาล

ค้นหา