จับตารัฐสภาผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. สื่อ หลายองค์กรสื่อยืนกรานค้าน-ระบุว่าเป็นเครื่องมือปิดกั้นเสรีภาพการนำเสนอข่าว

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 มีการประชุมร่วมรัฐสภาเป็นพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องเร่งด่วน “ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาสื่อมวลชน พ.ศ. …” โดยมี ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรี เป็นผู้นำเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว ท่ามกลางเสียงคัดค้านของ ส.ส. หลายคน และการวิพากษ์วิจารณ์ขององค์กรด้านสื่อมวลชนถึงการใช้อำนาจของประธานรัฐสภาในการเรียกประชุมนัดพิเศษเพื่อผลักดันให้กฎหมายควบคุมสื่อบังคับใช้เร็วที่สุด

ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ตั้งต้นจากมติเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 โดยมีสาระสำคัญ อาทิ

  • ให้มี “สภาวิชาชีพสื่อมวลชน” เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือแสดงความคิดเห็นของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน และกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน องค์กรสื่อมวลชน องค์กรวิชาชีพ และองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนในการปฏิบัติตามจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาจริยธรรมสื่อมวลชนและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน
  • รายได้หลักของสภาวิชาชีพฯ มาจากเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เป็นรายปีตามที่สภาร้องขอตามความจำเป็น แต่ไม่น้อยกว่าปีละ 25 ล้านบาท
  • โทษจากการฝ่าฝืนจากการไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมสื่อมวลชน ได้แก่ ตักเตือน ภาคทัณฑ์ และตำหนิโดยเผยต่อสาธารณชน ทั้งนี้ อาจสั่งให้มีการเยียวยาเพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียนด้วย และในกรณีที่คณะกรรมการจริยธรรมเห็นว่าการฝ่าฝืนจริยธรรมเป็นความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย จะแจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไปก็ได้

ส.ส. พรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลหลายคน แสดงปฏิกิริยาไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาร่างกฎหมายข้างต้น โดยระบุว่ารัฐบาลควรถอนร่างฯ ออกไป เนื่องจากความไม่สมบูรณ์ของเนื้อหา โดยเฉพาะคำว่า “จริยธรรมอันดี” ที่มีขอบเขตคำจำกัดความ จนอาจนำไปสู่การตีความ หรือใช้ดุลพินิจในการควบคุมสื่อ ซึ่งแต่ละคนก็มองไม่เหมือนกันได้ อาทิ พิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ชี้ว่ารัฐบาลเสนอร่างกฎหมายที่ไม่จำเป็น ลิดรอนอิสรภาพของสื่อมวลชน อีกทั้งซ้ำซ้อน เป็นภาระในการจัดสรรงบประมาณ ขณะที่ จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ถามเรื่องการขีดเส้นสื่อแท้ สื่อเทียม บางสื่อไม่เข้าเกณฑ์แต่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ เรียกว่าสื่อหรือไม่ พร้อมทั้งไม่เห็นด้วยกับการโยงกับกรมประชาสัมพันธ์

ด้านองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนหลายองค์กรออกแถลงการณ์ค้านรัฐสภาดันร่างฯ อาทิ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 โดยใจความสำคัญตอนหนึ่งระบุว่า “…ความพยายามจัดทำร่าง พ.ร.บ.สื่อ และผลักดันให้มีผลบังคับใช้ ด้วยข้ออ้าง ‘เพื่อเป็นหลักประกันความเป็นอิสระและเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน’ ตามที่ปรากฏในเจตนารมณ์ของการตราร่าง พ.ร.บ.นี้ อุปมาได้กับการ ‘สร้างภาพลวงตา’ ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ไม่เพียงต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายกว่า 30 ฉบับ ทั้งกฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะเท่านั้น แต่ยังถูกกำกับและตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากภาคประชาสังคม และประชาชน โดยไม่มีความจำเป็นใด ๆ ทั้งสิ้นในการตราร่าง พ.ร.บ.นี้..”

ขณะที่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งออกแถลงการณ์ในวันเดียวกัน ระบุว่า “..สมาคมนักข่าวฯ เห็นว่ารัฐสภาควรคำนึงถึงการรับรู้ และความมีส่วนร่วมของสังคมที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายใด ๆ โดยตรงในฐานะเจ้าภาพที่ย่อมรู้ว่ากฎหมายจะเข้าสภาช่วงเวลาใด สมควรที่จะกำหนดเวลาจัดเวทีสาธารณะล่วงหน้า เพื่ออธิบายให้เข้าใจในวงกว้างและก็ให้หลักประกันในหลักการที่เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของสังคมที่เกี่ยวข้อง แต่กลับละเลยเหมือนไม่ให้ความสำคัญกับผู้ที่จะถูกบังคับใช้และเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ และมีทีท่าจะเร่งรีบรวบรัดให้กฎหมายออกมามีผลบังคับใช้ใน 3 วาระ..”

ทั้งนี้ การออกมาคัดค้านต่อการพิจารณาร่างฯ ในการประชุมครั้งล่าสุดนี้ มีมูลเหตุจากกระแสข่าวที่ว่าจะมีความพยายามผลักดันผลักดันให้ผ่าน ‘3 วาระรวด’ เพื่อให้ทันช่วงที่อายุสภาผู้แทนราษฎรเหลืออยู่ไม่มากก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนว่าหากปล่อยผ่าน ผลกระทบจะตกมาถึงผู้ที่ทำงานสื่อ ทั้งในแง่ของเสรีภาพในการนำเสนอข่าว การจัดการรายได้จากกิจการสื่อมวลชน ไปจนถึงการกำหนดโทษกรณีที่ผิดจริยธรรมสื่อซึ่งเป็นคำที่กว้างและเปิดกว้างแก่การตีความและแทรกแซงเพื่อควบคุม

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง
– (16.10) สร้างหลักประกันว่าสาธารณชนสามารถเขาถึงข้อมูลและมีการปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน โดยเป็นไปตามกฎหมายภายในประเทศและความตกลงระหว่างประเทศ

แหล่งที่มา:
สรุปเสียงค้าน-เห็นด้วย ร่างกฎหมายจริยธรรมสื่อฯ ประชุมร่วมรัฐสภานัดพิเศษกำลังพิจารณา (Today)
ความเป็นมาและสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน (สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ)
3 องค์กรวิชาชีพสื่อ ค้านรัฐสภาเร่งรัดดัน ‘พ.ร.บ.สื่อ’ หลังพบซ่อนปัญหาไว้เพียบ (The Matter)

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

RISC เปิดตัว หอฟอกอากาศระดับเมือง ‘ฟ้าใส’ รุ่นที่สอง เพื่อแก้ปัญหามลพิษ และฆ่าเชื้อโรคในอากาศ

ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ได้พัฒนา ‘ฟ้าใส 2’ ซึ่งเป็นหอฟอกอา…

รายงานสหประชาชาติเผย ‘ความรุนแรงทางเพศ’ ในเขตพื้นที่ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น 25% ผู้หญิง-เด็กผู้หญิงตกเป็นเหยื่อหลัก

องค์การสหประชาชาติรายงานว่าความรุนแรงทางเพศ (sexual violence) ในเขตพื้นที่ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2567 มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 1 ใน …

มลพิษทางอากาศเป็นพิษต่อทักษะการคิดของสมองตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงอีก 60 ปีให้หลัง

โรคภาวะสมองเสื่อม (Dementia) อาทิ การเป็นอัลไซเมอร์ เป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อที่มักมีสัญญาณโรคในช่วงวัยกลางคนและแสดงอาการมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เป็นวิ…

หลายเมืองใหญ่ทรุดตัวเร็วกว่าระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงจมใต้น้ำเพราะผลของกิจกรรมมนุษย์

ข้อค้นพบจากงานวิจัยล่าสุดพบว่า หลายเมืองใหญ่ทั่วโลก “ทรุดตัว” เร็วกว่าระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมืองในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉี…

ค้นหา