SDG Spotlight – 6 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 2 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2566

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่  4 กุมภาพันธ์ – 10 กุมภาพันธ์ 2566 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ดังนี้

แอมเนสตี้ฯ เปิดงานวิจัย เด็กถูกละเมิดสิทธิชุมนุมและเสรีภาพ ช่วงปี 63-65 ชี้ไทย ‘ไม่คุ้มครองเด็ก’ 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดงานวิจัยชื่อ “เรากำลังเรียกคืนอนาคตของเรา: สิทธิของเด็กในการชุมนุมประท้วงโดยสงบในประเทศไทย” งานวิจัยได้สัมภาษณ์เด็กที่ถูกละเมิดสิทธิชุมนุมและเสรีภาพการแสดงออกในช่วงปี 2563 – 2565 ระบุว่า ประเทศไทย ขาดการคุ้มครองเด็กทั้งที่เป็นรัฐภาคีตามกฎหมายระหว่างประเทศทั้ง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights : ICCPR) และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child: CRC)ทั้งการดำเนินคดี ติดตามคุกคาม กดดันโรงเรียนและผู้ปกครองจนเกิดความรุนแรงทั้งในครอบครัวและที่โรงเรียน รวมถึงช่วงสองปีที่ผ่านมา จากการชุมนุมประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ มีเด็กและเยาวชนจำนวนมากเข้าร่วมและคาดว่าเป็นการชุมนุมที่มีผู้เข้าร่วมอายุน้อยที่สุดต่ำกว่า 18 ปี ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ซึ่งประเด็นนี้กฎหมายระหว่างประเทศมองว่าเด็กเป็นกลุ่มเปราะบางและต้องได้รับการคุ้มครอง เพราะเด็กไม่มีความสามารถในการคุ้มครองตนเอง และการชุมนุมเป็นรูปแบบหนึ่งของการมีส่วนร่วมจึงต้องหาทางปกป้อง โดยประเทศไทย ก็ได้แสดงเจตจำนงในการคุ้มครองสิทธิเด็กในการชุมนุมด้วยโดยเข้าร่วมเป็นรัฐภาคีในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก แต่ในทางปฏิบัติไทยยังคงมีความลักลั่นอยู่มาก ดังเห็นได้จากประเด็นการชุมนุมและแสดงออกของเด็ก รัฐไทยมีเพียงท่าทีรับทราบแต่ไม่ได้สนับสนุน และที่ผ่านมา พบว่ามีเด็กถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมโดยสงบจำนวนมากถึง 284 คน รวมทั้งสิ้น 111 คดี และส่วนใหญ่คดียังอยู่ในชั้นสอบสวน โดยคดีส่วนใหญ่เป็นคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 116

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG16 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 16.3 ส่งเสริมหลักนิติธรรมทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ และสร้างหลักประกันว่าทุกคนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม 16.7 สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และ 16.10 สร้างหลักประกันว่าสาธารณชนสามารถเขาถึงข้อมูลและมีการปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

เข้าถึงได้ที่ : แอมเนสตี้ฯ เปิดงานวิจัย เด็กถูกละเมิดสิทธิชุมนุมช่วงปี 63-65 ชี้ไทยไม่คุ้มครองเด็ก | ประชาไท Prachatai.com

สหภาพคนทำงาน ร่วมกับเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนและ MWG ทวงถามการจัดเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนทุกสัญชาติ 

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 สหภาพคนทำงาน ร่วมกับเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และ Migrant Working Group (MWG) เดินทางไปยังสำนักงานประกันสังคม จังหวัดนนทบุรี เพื่อทวงถามการดำเนินการการจัดเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนทุกสัญชาติ ยื่นข้อเรียกร้อง 2 ข้อ โดยสรุป ได้แก่ หนึ่ง สำนักงานประกันสังคมต้องจัดให้มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมภายในเดือนมีนาคม 2566 และ สอง สำนักงานประกันสังคมต้องแก้ระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งข้อ 16 (1) เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกสัญชาติมีสิทธิในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้อย่างเท่าเทียมกัน

จากการปราศรัย ตัวแทนระบุว่า ณ เวลานี้ ว่าด้วยประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นประเด็นสถานะมรดกรัฐประหารคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ของบอร์ดบริหารกองทุนชุดปัจจุบันที่ไม่มีความยึดโยงกับผู้ประกันตน และยังขัดกับหลักการประชาธิปไตย ซึ่งการใช้เงินกองทุนนั้น เป็นไปอย่างไร้ประสิทธิภาพและไม่ช่วยเหลือผู้ประกันตนอย่างแท้จริง หรือปัญหาประเด็นการบ่ายเบี่ยงต่อหน้าที่ของกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมที่ละเลยการจัดการเลือกตั้งมานานหลายปี ซึ่งอาจสมควรกับการฟ้องศาลปกครองเพื่อเอาผิด ท้ายนี้ตัวแทนสหภาพคนทำงาน ยังได้เน้นย้ำอีกว่าสิทธิของแรงงานในการได้รับการคุ้มครองยามตกทุกข์ได้ยากผ่านการช่วยเหลือของกองทุนประกันสังคมและจ่ายเงินไปทุกเดือน ๆ แต่กลับขาดสิทธิในการบริหารจัดการเงิน ซึ่งแท้จริงสิ่งที่ควรจะเป็น คือ ระบบกองทุนประกันสังคมควรใช้เงินของคนทำงาน เพื่อดูแลให้คนทำงานในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG 1 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 1.3 ดำเนินการให้ทุกคนมีระบบและมาตรการการคุ้มครองทางสังคมในระดับประเทศที่เหมาะสม SDG8 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 8.8 ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน รวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย และ SDG 10 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 10.2 ให้อำนาจและส่งเสริมความครอบคลุมด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความบกพร่องทางร่างกาย เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรือสถานะอื่น ๆ และ 10.3 การขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องนี้

เข้าถึงได้ที่ : สหภาพคนทำงานร่วมกับ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนและ Migrant Working Group (MWG) เดินทางไปยังสำนักงานประกันสังคม จังหวัดนนทบุรี เพื่อทวงถามการดำเนินการการจัดเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนทุกสัญชาติ – สหภาพคนทำงาน Workers’ Union

ชาวบ้านจะนะ ร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์หน้าอนุสาวรีย์แพทย์ชนบท หลังเรียกร้องให้ ปลัด.สธ.
คืนธรรมาภิบาลให้ระบบสุขภาพไทย

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 กลุ่มนักรบผ้าถุง ภาคีเพื่อนหมอสุภัทรและผู้รักความเป็นธรรม ทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ที่หน้าอนุสาวรีย์แพทย์ชนบท บริเวณลานหน้าอาคารสำนักงานปลัด กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี โดยใช้ผ้าขาวมัดมือ ปิดตา และใช้เทปกาวสีดำ ปิดปากของผู้ร่วมกิจกรรม พร้อมอ่านแถลงการณ์ถึงเจตนารมณ์ของชมรมแพทย์ชนบท ที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานชมรม และชาวบ้านยังไม่ได้รับคำตอบถึงเหตุผลในการสั่งย้าย แม้มาปักหลักที่กระทรวงฯ เป็นเวลาร่วมกว่า 4 วันแล้ว

โดยสรุปแถลงการณ์จากตัวแทนกลุ่มนักรบผ้าถุง ระบุว่า แพทย์ชนบทเป็นการรวมตัวของแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชน เริ่มต้นในปี 2519 ด้วยอุดมคติที่หวังสร้างระบบสุขภาพที่ลดความเหลื่อมล้ำในชนบท  ต่อมาพบว่าระบบสุขภาพถูกกระทบจากนโยบายของรัฐหรือการคุกคามจากทิศทางที่ไม่เหมาะสม  แพทย์ชนบทจึงออกมาขับเคลื่อนทักท้วงนโยบายที่ไม่เหมาะสมด้วย  ต่อสู้เพื่อสร้างธรรมาภิบาลในระบบสุขภาพ แต่กลับนำมาซึ่งการถูกกลั่นแกล้งจากการเมือง ทำให้ประชาชน ภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ จึงลุกขึ้นมาเคียงข้างชมรมแพทย์ชนบทเพื่อปลดแอกจากการครอบงำของกระทรวงสาธารณสุข

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG 16 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่16.3 ส่งเสริมหลักนิติธรรมและสร้างหลักประกันว่าทุกคนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม 16.6 พัฒนาสถาบันทุกระดับให้มีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบ และโปร่งใส 16.7 สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี 

เข้าถึงได้ที่ : ชาวบ้านจะนะ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์หน้าอนุสาวรีย์แพทย์ชนบท หลังปลัด.สธ.ไม่ตอบรับข้อเรียกร้องแม้ผ่านมากว่า 4 วัน ยืนยันอุดมการณ์แพทย์ชนบท คืนธรรมาภิบาลให้ระบบสุขภาพของไทย – The Reporters

รายงานใหม่ จากมูลนิธิความยุติธรรมเชิงสิ่งแวดล้อม เผย ‘เรืออวนลากคู่’ สร้างความเสียหาย

มูลนิธิความยุติธรรมเชิงสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice Foundation: EJF) เปิดเผยว่า เรืออวนลาก เป็นภัยต่อชีวิตความเป็นอยู่ ความมั่งคงทางอาหาร และระบบนิเวศทางทะเลในประเทศไทย ซึ่งเรืออวนลากที่สร้างความเสียหายกับสัตว์น้ำวัยอ่อนจนไม่สามารถเติบโตเป็นสัตว์น้ำที่มีมูลค่าได้ คือ เรืออวนลากคู่ ดังนั้นจึงต้องทำการปฏิรูปโดยด่วนที่สุด เนื่องจากจำนวนประชากรสัตว์น้ำในน่านน้ำไทยลดลงอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชาวประมงในประเทศ โดยปริมาณที่จับได้ต่อหน่วยการลงแรงประมง (catch per unit effort: CPUE) ลดลงเกือบ 85% ในทะเลอันดามัน และลดลงกว่า 93% ในอ่าวไทย สาเหตุใหญ่อย่างนึง เป็นเพราะการลากอวนขนาดใหญ่ไปตามพื้นทะเล 

ทั้งนี้ เครื่องมืออวนลากที่สร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาล นั้นคือ ‘อวนลากคู่’ ซึ่งสัตว์น้ำที่จับได้ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งเป็น ‘ปลาเป็ด’  หรือ trash fish ซึ่งหมายถึงปลาที่ขายกันทั่วไปและส่วนใหญ่เป็นสัตว์น้ำวัยอ่อนสายพันธุ์ที่สามารถเติบโตไปมีมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ โดยปลาเหล่านี้ถูกจับได้จากเรืออวนลากคู่ถึงร้อยละ 80 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกสัตว์น้ำเศรษฐกิจ จากการกระทำดังกล่าวนับเป็นการผลาญทรัพยากรทางทะเลของไทยและทำลายความมั่นคงของระบบนิเวศไปในเวลาเดียวกัน และตอนท้ายรายงานในบทสรุปการวิเคราะห์ มูลนิธิฯ ได้ขอให้รัฐบาลไทยเริ่มดำเนินการยกเลิกการลากอวนคู่ เพื่อยุติผลกระทบและความเสียหายรุนแรงที่เกิดจากการจับสัตว์น้ำในลักษณะดังกล่าว รวมถึงนำมาตรการที่มีประสิทธิภาพภายใต้งบประมาณที่จำกัดมาปรับใช้ เพื่อพัฒนาความโปร่งใสในอุตสาหกรรมการประมงไทย พร้อมเฝ้าระวังและยุติการทำประมงเกินขนาดและผิดกฎหมายได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG14 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 14.2 บริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืนเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางลบ 14.4 ภายในปี 2563 ให้กำกับในเรื่องการเก็บเกี่ยวและยุติการทำประมงเกินขีดจำกัด และ 14.6 ภายในปี 2563 ห้ามการอุดหนุนการประมงบางประเภทซึ่งก่อทำให้เกิดศักยภาพการทำประมงที่มากเกินไป ขจัดการอุดหนุนที่มีส่วนทำให้เกิดการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และระงับการริเริ่มการอุดหนุนในลักษณะดังกล่าว 

เข้าถึงได้ที่ : รายงานชิ้นใหม่จากมูลนิธิความยุติธรรมเชิงสิ่งแวดล้อม (EJF) เปิดเผยว่า เรืออวนลลากคู่ ที่ลากอวนขนาดใหญ่ไปตามพื้นทะเล สร้างความเสียหาย ทำให้สัตว์น้ำในไทยลดลงอย่างมาก วอนปฏิรูปอย่างเร่งด่วนเพื่ออลดความเสียหายต่อทะเล – Environman

รมต.สิ่งแวดล้อม การรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกมีแนวโน้มที่แย่ลง หลังผู้ประกอบการรายใหญ่กลับมาแจกอีกครั้ง

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ระบุว่า จากความพยายามของกระทรวงทรัพฯ ในการรณรงค์โครงการ “Everyday Say No to Plastic Bags” กำลังกลายเป็นนโยบายไฟไหม้ฟาง ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มที่แย่ลงในการจัดการขยะพลาสติก ที่รณรงค์ขอความร่วมมือ เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายเริ่มกลับมาแจกถุงพลาสติกให้ผู้บริโภคอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามดำเนินการในการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย โดยมีแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะของประเทศ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2565 – 2570) และ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 เป็นเครื่องมือในการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจะยกระดับการจัดการขยะให้ดียิ่งขึ้น เพื่อจัดการปัญหาขยะอย่างเป็นระบบ แม้ปัจจุบันการดำเนินงานดังกล่าว ยังไม่ค่อยเห็นเค้าลางที่สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมมากนัก จึงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะมีมาตรการในการจัดการต่อไปเช่นไร

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG12 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่  12.2 บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี 2573 12.5 ภายในปี 2573 จะต้องลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกัน การลดการแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ และการนำกลับมาใช้ซ้ำ และ 12.6 สนับสนุนให้บริษัท โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ รับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้ และผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืนลงวงจรการรายงานของบริษัทเหล่านั้น

เข้าถึงได้ที่ : “ผู้ประกอบการรายใหญ่กลับมาแจกถุงพลาสติกอีกครั้ง” รมต.สิ่งแวดล้อมเผย – Greennews

ประเทศไทย มอบความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่รัฐบาลตุรกี หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรง 

เมื่อวาน 9 กุมภาพันธ์ 2566 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในนามรัฐบาลไทยมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเบื้องต้นให้แก่รัฐบาลสาธารณรัฐตุรกีผ่าน นางแซรัป แอร์ซอย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทย ซึ่งไทยได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่จังหวัดคาห์รามันมาราช สาธารณรัฐทูร์เคีย โดยห่างจากกรุงอังการาประมาณ 580 กิโลเมตร และบริเวณใกล้เคียง ในช่วงเช้าของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 พร้อมขอมอบความช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 5 ล้านบาท พร้อมจัดส่งทีมหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความช่วยเหลืออื่น ๆ ตามความต้องการ โดยเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ทีมช่วยเหลือ/กู้ภัย จำนวน 42 นายจะเดินทางไปตุรกี พร้อมสิ่งของสำหรับการกู้ภัย การบรรเทาสาธารณภัย และเวชภัณฑ์ สถานการณ์นี้ทุกฝ่ายต่างพยายามระดมความช่วยเหลือกันทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ 

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG11 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 11.5 ลดจำนวนการตายและจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบและลดการสูญเสียโดยตรงทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของโลกที่เกิดจากภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมุ่งเป้าปกป้องคนจนและคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ภายในปี 2573 SDG13 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 13.1 เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ และ SDG17 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่  17.17 สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน

เข้าถึงได้ที่ : นายกฯ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรง พร้อมมอบความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่รัฐบาลตุรกี ผ่านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทย – The Reporters 

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

ST100 อุปกรณ์พลังงานทดแทน ขนาดพกพาสำหรับชุมชนห่างไกล

UAF research facility device could boost use of renewable energy
ที่มา: alaskapublic.org

วิศวะกรจากประจำศูนย์ Alaska

ประเทศยากจนยังขาดการเข้าถึงยาปฏิชีวนะที่จำเป็น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อดื้อยา

บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ระดับโลกให้ความสนใจในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนและยาปฏิชีวนะมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance: A…

‘สนธิสัญญาทะเลหลวง’ จะบังคับใช้ต้นปีหน้า ผลจาก ‘โมร็อกโก’ และ ‘เซียร์ราลีโอน’ ให้สัตยาบันเป็นประเทศที่ 60 และ 61 ถือว่าครบเกณฑ์ขั้นต่ำตามกำหนด

วันที่ 19 กันยายน 2568 โมร็อกโก และ เซียร์ราลีโอน เป็นประเทศที่ 60 และ 61 ที่ลงนามให้สัตยาบันต่อ ‘สนธิสัญญาทะเลหลวง’ หรือ ‘ข้อตกลงสนธิสัญญาที่ว่าด้วย…

สปสช. หนุนวัคซีน HPV 1.7 ล้านโดส ฉีดให้เด็กหญิงอายุ 11 – 12 ปี หวังลดโรคมะเร็งปากมดลูก

วันที่ 20 มีนาคม 2567 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เปิดเผยว่าที่ประช…

ค้นหา