ประเทศยากจนยังขาดการเข้าถึงยาปฏิชีวนะที่จำเป็น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อดื้อยา

บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ระดับโลกให้ความสนใจในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนและยาปฏิชีวนะมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance: AMR) แต่ยังคงไม่มีนโยบายที่มีประสิทธิภาพพอเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศยากจนสามารถเข้าถึงยาปฏิชีวนะที่จำเป็นได้ของโลก

มูลนิธิ Access to Medicine องค์กรไม่แสวงหากำไรจากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและติดตามการทำงานของอุตสาหกรรมยา เผยแพร่รายงานการวิเคราะห์ ‘Antimicrobial Resistance Benchmark 2021’ ทำการประเมินบริษัทยายักษ์ใหญ่ 17 แห่ง ที่ผลิตยาและวัคซีนปฏิชีวนะรวมกันทั้งหมด 801 ชนิด และมีฐานการผลิตถึง 1,057 แห่งทั่วโลก พบว่าในเภสัชภัณฑ์ทั้งหมด 166 รายการ มีเพียง 54 รายการเท่านั้นที่มีนโยบายการเข้าถึงยาที่จะทำให้ประเทศประเทศรายได้ปานกลางและกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ 102 ประเทศ สามารถเข้าถึงยาปฏิชีวนะที่จำเป็นเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น

นโยบายที่สามารถช่วยเหลือประเทศยากจนให้เข้าถึงยาปฏิชีวนะได้ ได้แก่ การกำหนดราคาตามกลุ่มลูกค้า (tiered pricing) ข้อตกลงการให้ใบอนุญาตโดยสมัครใจเพื่อเพิ่มอุปทาน การผลิตในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือการบริจาค

ในแต่ละปี ผู้คนประมาณ 5.7 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลางเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อที่สามารถรักษาได้ เนื่องจากขาดยาปฏิชีวนะ นอกจากนี้ประเทศเหล่านี้ยังมีภาระโรคติดเชื้อสูงสุดและมีอัตราการดื้อยาสูงที่สุดอีกด้วย

ผลตอบแทนจากการลงทุนผลิตยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ที่ไม่สู้ดีทำให้หลายบริษัทยุติการพัฒนายาปฏิชีวนะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจบริษัทยาทั้ง 17 แห่งพบว่า จำนวนโครงการพัฒนาและวิจัย (R&D) ยาปฏิชีวนะและยาต้านเชื้อราตัวใหม่เพิ่มขึ้นจาก 77 โครงการในปี 2020 เป็น 92 โครงการในปี 2021 แม้ว่าจะเป็นจำนวนไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของภัยคุกคามจาก superbugs ที่ดื้อยาในปัจจุบันก็ตาม

ประเด็นดังกล่าว เกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- (3.8) บรรลุการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน การเข้าถึงการบริการสาธารณสุขจำเป็นที่มีคุณภาพ และเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และมีราคาที่สามารถซื้อหาได้
- (3.b) สนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาวัคซีนและยาสำหรับโรคติดต่อและไม่ติดต่อที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศกำลังพัฒนา ให้มีการเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นในราคาที่สามารถซื้อหาได้ตามปฏิญญาโดฮาว่าด้วยความตกลงทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการค้า (TRIPS) และการสาธารณสุข ซึ่งเน้นย้ำสิทธิสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่จะใช้บทบัญญัติในความตกลง TRIPS อย่างเต็มที่ในเรื่องการผ่อนปรนเพื่อจะปกป้องสุขภาพสาธารณะและโดยเฉพาะการเข้าถึงยาโดยถ้วนหน้า
- (3.d) เสริมขีดความสามารถของทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกำลังพัฒนา ในด้านการแจ้งเตือนล่วงหน้า การลดความเสี่ยง และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพทั้งในระดับประเทศและระดับโลก 

ที่มา : Report highlights lack of access to antibiotics in poor countries (CIDRAP – Center for Infectious Disease Research and Policy)

Last Updated on พฤศจิกายน 24, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

ความยากจน-ความเหลื่อมล้ำ และการว่างงาน แซงหน้าโควิด-19 เป็น 2 อันดับแรกที่ผู้คน “กังวล” มากที่สุด

ผลการสำรวจ What Worries the World? 2021 เผยแพร่ล่าสุดโดยบริษัทสำรวจและวิจัยตลาด Ipsos เผยว่า การระบาดของโควิด-19 หลุดจากความกังวลอันดับแรก ตกไปอยู่อั…

SDG Spotlight – 6 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 1 และ 2 ประจำเดือนเมษายน 2567

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่  1 – 15 เมษายน 2567 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ด…

ปี 66 พบแรงงานไทยเครียดจัด สูงอันดับ 1 – สสส. เสนอโปรแกรม MIO แก้ไขปัญหาสุขภาพจิต มุ่งดูแลสุขภาวะอย่างจริงจังทุกมิติ

“สุขภาพที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่สุขภาพกายเท่านั้น แต่สุขภาพจิตนั้นก็สำคัญ” เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2566 นายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาว…

“Talentism” เตรียมทักษะให้พร้อมหลังโควิด-19 เริ่มได้ด้วย “การศึกษา” และ “อินเตอร์เน็ต” ที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

ถิรพร สิงห์ลอ

“Talentism” เป็นคำที่ปรากฏตัวมาสักระยะ เพื่อ “Reset” ระบบทางสังคมและเศรษฐกิจ เฉกเช่นที่โลกต้องคิดใหม่และวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงสู่โล…

ค้นหา