SDG Spotlight – 5 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 2 ประจำเดือนมิถุนายน 2566


จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่  3 – 9 มิถุนายน 2566 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ดังนี้

ภาคแก้ไขอนุสัญญาบาเซลเริ่มบังคับใช้ในไทย

ภาคแก้ไขของอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนของของเสียอันตรายซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้สัตยาบัน ได้เริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 โดยสาระสำคัญของข้อบทดังกล่าวกำหนดว่าประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) สหภาพยุโรป (EU) และลิกเตนสไตน์ ต้องยกเลิกการส่งออกของเสียอันตรายภายใต้อนุสัญญาบาเซลฯ มายังประเทศที่ให้สัตยาบันแก่ภาคแก้ไขของอนุสัญญาบาเซล หมายความว่าประเทศไทยต้องห้ามนำเข้าของเสียอันตรายภายใต้อนุสัญญาบาเซลจากกลุ่มประเทศข้างต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว โดยเด็ดขาด 

ทั้งนี้ ปุณญธร จึงสมาน มูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า “การตัดสินใจของรัฐบาลไทยเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาขยะนำเข้า อย่างไรก็ตาม ก้าวต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการออกกฎหมายห้ามนำเข้าของเสียอันตรายในระดับประเทศ ที่ควรครอบคลุมทั้งของเสียอันตรายภายใต้อนุสัญญาบาเซลและของเสียที่ต้องได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษในภาคผนวก 2 ซึ่งจะรวมไปถึงขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์อีกหลายประเภท”

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG11 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 11.6 ลดผลกระทบทางลบของเมืองต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงการให้การจัดการขยะมูลฝอย และของเสียอื่น ๆ และ SDG12 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 12.4 บรรลุเรื่องการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิด

เข้าถึงได้ที่: ไทยเริ่มบังคับใช้ “ภาคแก้ไขอนุสัญญาบาเซล” (มูลนิธิบูรณะนิเวศ)

ประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ กำหนดให้โครงการกำแพงกันคลื่นทุกขนาดต้องทำ EIA

วันที่ 7 มิถุนายน 2566 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม กำหนดให้กำแพงกันคลื่นทุกขนาด ต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (environmental impact assessment – EIA)

ประกาศดังกล่าวนับเป็นความสำเร็จอีกขั้นของภาคประชาชนและประชาสังคม เช่น กลุ่ม Beach for Life และกลุ่มทวงคืนชายหาด ที่พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายให้โครงการกำแพงกันคลื่นกลับมาทำ EIA ภายหลังจากที่ถูกเพิกถอนไม่ต้องทำมาตั้งแต่ปี 2557

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG14 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 14.5 ภายในปี พ.ศ. 2563 อนุรักษ์พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่ง SDG16 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 16.7 สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม

เข้าถึงได้ที่: เผยแพร่ประกาศกระทรวงทรัพย์ โครงการกำแพงกันคลื่นทุกขนาด ต้องทำ EIA (ประชาไท)  

เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน ไม่ยอมรับนโยบาย BCG เสนอรัฐบาลหน้ายกเลิก

วันที่ 5 มิถุนายน 2566 เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน ทั้ง คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (สคส.) ร่วมประกาศจุดยืน ไม่ยอมรับนโยบาย BCG ภายใต้วาทกรรม “ฟอกเขียว” กลุ่มทุน โดยระบุเหตุผลสำคัญว่าแนวคิด BCG เป็นหลักการที่ดี แต่รัฐบาลกลับใช้เรื่องนี้เคลือบแฝงไปในทางไม่บริสุทธิ์ ด้วยการใช้วาทกรรมนี้รองรับเครื่องมือของกลุ่มทุนที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตผู้คน ขั้นตอนต่อไปจะมีการรวบรวมรายชื่อองค์กรภาคประชาชนร่วมสนับสนุนข้อเสนอนี้ ก่อนส่งตัวแทนเข้าหารือพรรคการเมืองที่เตรียมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้เข้าใจภาพรวมปัญหาดังกล่าว และเดินหน้าตามข้อเสนอของภาคประชาชนในการยกเลิกนโยบาย BCG ต่อไป 

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG8 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 8.4 ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของโลกในการบริโภคและการผลิตอย่างต่อเนื่อง SDG12 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 12.1 ดำเนินการให้เป็นผลตามกรอบระยะ 10 ปีของแผนงานว่าด้วยแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เเละเป้าหมายย่อยที่ 12.2 บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ เเละ SDG16 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่  16.7 สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม

เข้าถึงได้ที่: กป.อพช. -สคส. ประกาศจุดยืน ไม่ยอมรับนโยบาย BCG ย้ำ เอื้อทุน ฟอกเขียว (The Active)

ประเทศร่ำรวยที่ปล่อยคาร์บอนอาจต้องจ่ายค่าชดเชยกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

วารสารวิชาการ Nature Sustainability เผยแพร่งานวิจัยเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอนซึ่งระบุว่าประเทศร่ำรวยอาจต้องจ่ายค่าชดเชยด้านสภาพอากาศสูงถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ให้กับบรรดาประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมียอดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ โดยประเทศเหล่านี้จำเป็นต้องมีเงินทุนมากพอเพื่อใช้ในการยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในอนาคต เนื่องจากประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศต่ำมากหากเทียบกับประเทศร่ำรวยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งโครงการวิจัยนี้เป็นครั้งแรกที่เสนอให้ประเทศมหาอำนาจต้องรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างไม่ยุติธรรมดังที่กล่าวไปข้างต้น รวมถึงสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น และรัสเซีย ที่ควรจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับเหล่าประเทศที่มีส่วนทำให้โลกร้อนน้อยที่สุด

ทั้งนี้ ในการประชุมสุดยอด COP27 ของ UN เมื่อปีที่แล้ว ประเทศต่าง ๆ ก็เคยเห็นพ้องที่จะจัดตั้งกองทุน ‘การสูญเสียและความเสียหาย’ เพื่อจัดหาเงินทุนและจ่ายชดเชยทั้งทางเศรษฐกิจและทางอ้อมให้กับประเทศยากจนที่ไม่อาจหลีกหนีจากเหตุสภาพอากาศรุนแรงอันเป็นผลพวงจากโลกรวน

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG13 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 13.2 บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย และ 13.a ดำเนินการให้เกิดผลตามพันธกรณีที่ผูกพันต่อประเทศพัฒนาแล้วซึ่งเป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

เข้าถึงได้ที่: ประเทศร่ำรวยเสี่ยงต้องจ่ายเงินชดเชยด้านสภาพอากาศสูงถึง 170 ล้านล้านดอลลาร์ จากการปล่อยคาร์บอนมหาศาล (The Standard)  

แพทย์ลาออกกระทบระบบสาธารณสุขไทย สพง. แนะวัฒนธรรมองค์กรที่ตึงเครียดมีส่วน

ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในระบบสาธารณสุขถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้งภายหลังเกิดปรากฏการณ์แพทย์..ลาออกจำนวนมากเนื่องจากภาระงานที่หนักเกินไปแต่ค่าตอบแทนน้อย เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงออกมาระบุถึงความพยายามของ สธ. ในการดูแลบุคลากรในสังกัดทุกวิชาชีพเน้น 4 เรื่อง ซึ่งดำเนินการมาตลอด คือ การเพิ่มค่าตอบแทน สวัสดิการ ความก้าวหน้าในการทำงาน และเรื่องภาระงาน

ด้าน นพ.ณัฐ ศิริรัตน์บุญขจร ตัวแทนจากสหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน (สพง.) เปิดเผยกับ “The Coverage” ว่ายังมีอีก 5 ประเด็น ที่ สธ. ไม่พูดถึงและสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าที่เป็น ได้แก่ 1) เรื่องวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ค่อยดี หรือการดูถูก ดุด่าจากอาจารย์ที่เป็นผู้ดูแล 2) กรอบอัตรากำลังของระบบราชการที่แข็งตัว ทำให้การจะเพิ่มแพทย์ในโรงพยาบาลติดอุปสรรคในหลายส่วน 3) การจัดสรรแพทย์ Intern ไปอยู่ในโรงพยาบาล 4) การเพิ่มคุณภาพของแพทย์ที่จบใหม่ และ 5) การกำหนดเกณฑ์ภาระงานที่ถูกต้อง ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการกำหนดชั่วโมงการทำงานนอกเวลา (เวร) ของแพทย์ 

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG3 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 3.c เพิ่มการใช้เงินสนับสนุนด้านสุขภาพ และการสรรหา การพัฒนา การฝึกฝน และการเก็บรักษากำลังคนด้านสุขภาพในประเทศกำลังพัฒนา

เข้าถึงได้ที่: ‘สหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน’ เปิด 5 ประเด็นที่ สธ. ไม่พูดถึง (The Coverage)

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

Solar Geoengineering: วิธีทางวิทยาศาสตร์ช่วยลดโลกร้อนกับคำถามว่าจะยิ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศหรือไม่?

‘Solar geoengineering’ วิธีการที่นักวิทยาศาสตร์กำลังกระตือรือร้น คิดนำมาช่วยลดภาวะโลกร้อน หนึ่งในวิธีก็คือการฉีดสารแอโรซอล (aerosol) ไปยังชั้นบรรยากา…

แผ่นดินไหวตุรกี-ซีเรีย สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง คร่าชีวิตผู้คนกว่าสามหมื่นราย

เหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงเป็นอันดับ 6 ของโลก เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่ประเทศตุรกีและซีเรีย เกิดเหตุ…

รายงาน WHO ชี้ประชากร 2.1 พันล้านคนทั่วโลกยังเข้าไม่ถึงน้ำดื่มที่สะอาด เเละกว่า 106 ล้าน ต้องพึ่งเเหล่งน้ำธรรมชาติที่ยังไม่บำบัดให้ปลอดภัย

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (United Nations Children’s Fund) หรือยูนิเซฟ ได…

ปาย แม่ฮ่องสอน ติด 100 อันดับแรกของเมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก และอีกเกือบครึ่งอยู่ในอินเดีย

ใน 100 อันดับแรกของเมืองที่มีระดับมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลกในปี 2020 มีถึง 94 เมืองอยู่ในประเทศอินเดีย จีน และปากีสถาน และอ.ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จ…

ค้นหา