SDG Spotlight – 5 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 2 ประจำเดือนธันวาคม 2566

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่  10 – 15 ธันวาคม 2566 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ดังนี้

2 สมาพันธ์แรงงาน ร้องรัฐบาลปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้เลี้ยงครอบครัวได้

วันที่ 10 ธันวาคม 2566 สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ออกจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเรียกร้อง เรื่อง ปรับค่าจ้างขั้นต่ำต้องเป็นธรรมและต้องเลี้ยงคนในครอบครัวได้ตามหลักการสากลต้องเท่ากันทั้งประเทศ พร้อมกับมาตรการควบคุมราคาสินค้า มีสาระสำคัญโดยสรุป ได้แก่ 1) รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงาน เนื่องจากเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ หากแก้ปัญหาคนส่วนใหญ่ไม่ได้จะแก้ปัญหาประเทศชาติได้อย่างไร จะแก้ปัญหาความยากจน จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร และ 2) การสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และหลักประกันในอาชีพที่มั่นคงแก่ประชาชน สร้างศักยภาพเศรษฐกิจในประเทศแบบพึ่งพาตนเองเป็นด้านหลัก คือการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ไม่ใช่รอแต่นักลงทุนจากต่างประเทศ 

นอกจากนี้ จดหมายฉบับดังกล่าวยังระบุถึงสาเหตุที่การปรับค่าจ้างขั้นต่ำต้องเลี้ยงคนในครอบครัวได้ เช่น การอ้างถึงปฏิญญาสากลขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนบัญญัติไว้ใน “ข้อ 23 (3) ทุกคนที่ทำงานมีสิทธิที่จะได้รับค่าตอบแทนที่ยุติธรรมและเอื้ออำนวยต่อการประกันความเป็นอยู่อันควรค่าแก่ศักดิ์ศรีของมนุษย์สำหรับตนเองและครอบครัว และหากจำเป็นก็จะได้รับการคุ้มครองทางสังคมในรูปแบบอื่นเพิ่มเติมด้วย”

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG8 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 8.5 บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และ 8.8 ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคง และ  SDG10 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 10.1 บรรลุการเติบโตของรายได้ของกลุ่มประชากรร้อยละ 40 ที่มีรายได้ต่ำสุด อย่างก้าวหน้าและยั่งยืน และ 10.4 นำนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายการคลัง ค่าจ้าง และการคุ้มครองทางสังคมมาใช้

เข้าถึงได้ที่: สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทยเรียกร้องการปรับค่าจ้างปรับค่าจ้างขั้นต่ำต้องเป็นธรรม (ประชาไท) 

รัฐบาลเดินหน้าหารือลดราคาค่าไฟ ด้านก้าวไกลเสนอ 3 มาตรการเป็นทางออก

วันที่ 13 ธันวาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 3/2566 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีประเด็นหารือสำคัญเกี่ยวกับการลดราคาค่าไฟฟ้า เช่น 1) รัฐบาลกำลังมองหามาตรการเพื่อให้ค่าไฟลดต่ำจากหน่วยละ 4.68 บาท 2) ข้อเสนอที่จะช่วยเหลือบ้านที่ใช้ไฟน้อยกว่า 300 หน่วยต่อเดือน จำนวน 17 ล้านหลัง นั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้หาแนวทางทำให้สามารถยังคงค่าไฟได้ที่หน่วยละ 3.99 บาทเท่ากับปัจจุบัน ซึ่งเป็นข้อสรุปที่ดีและเห็นควรที่จะทำอย่างยิ่ง และ 3) อาจจะต้องหยุดสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานฟอสซิล ขณะเดียวกันก็ต้องลงทุนในพลังงานสะอาดที่เหมาะสม เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้พลังงานที่ราคาถูกลง

ด้าน กรรมาธิการพลังงาน พรรคก้าวไกล เสนอมาตรการการลดราคาค่าไฟ 3 มาตรการ ได้แก่ 1) การปรับโครงการสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ 2) แก้ไขสัญญาลดค่าพร้อมจ่ายโรงไฟฟ้าเอกชน และ 3) ยุติการเซ็นสัญญาโรงไฟฟ้าใหม่ในอนาคต โดยล่าสุด ศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล และรองประธานคณะกรรมาธิการการพลังงานกล่าวว่า ตัวแทนจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่าจะเสนอมาตรการลดค่าไฟ โดยการลดต้นทุนค่าก๊าซที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะนำราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยที่โรงแยกก๊าซ และปิโตรเคมีมาใช้คิดถัวเฉลี่ยรวมด้วย โดยจะทำให้ราคาก๊าซที่ใช้ผลิตไฟฟ้าถูกลง

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG7 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 7.1 สร้างหลักประกันว่ามีการเข้าถึงการบริการพลังงานสมัยใหม่ที่เชื่อถือได้ ในราคาที่สามารถซื้อหาได้ และ 7.2 เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนพลังงานของโลก

เข้าถึงได้ที่: ยังไร้ข้อสรุป “ค่าไฟงวดหน้า” เศรษฐาแย้ม “คงต้องหยุดโรงไฟฟ้าฟอสซิล” (Green News

กรมการแพทย์ จัดตั้ง ‘คลินิกมลพิษ’ แห่งแรกในประเทศไทย

วันที่ 15 ธันวาคม 2566 นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่ากรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ได้จัดตั้งคลินิกมลพิษเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนและตอบสนองนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นคลินิกเฉพาะทางที่เน้นการทำงานด้านเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม โดยมีบทบาทสำคัญ เช่น 1) ประเมินสถานการณ์มลพิษ และประเมินจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคจากมลพิษทางอากาศ 2) การให้ข้อมูล และประเมินสภาวะสุขภาพ รวมถึงติดตามผู้ป่วยเป็นระยะ เช่น ระยะเวลาในการได้รับมลพิษ และ 3) การรักษาและดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับการรักษาและกลับไปใช้ชีวิตปกติ  

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งคลินิกมลพิษออนไลน์ www.pollutionclinic.com เพื่อให้ประชาชนได้ประเมินอาการที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และการสร้างความรอบรู้สุขภาพด้านฝุ่นให้กับประชาชนในพื้นที่ และหากพบว่ามีความรุนแรงสามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์ในคลินิกออนไลน์หรือส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในคลินิกมลพิษใกล้บ้าน

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG3 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 3.9 ลดจำนวนการตายและการเจ็บป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากมลพิษและการปนเปื้อนทางอากาศ และ 3.d เสริมขีดความสามารถของทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกำลังพัฒนา ในด้านการแจ้งเตือนล่วงหน้า การลดความเสี่ยง

เข้าถึงได้ที่: กรมการแพทย์ตั้งคลินิกมลพิษออนไลน์ ให้ข้อมูล -ประเมินสภาวะสุขภาพประชาชน (ไทยพีบีเอส) 

สหภาพยุโรป อังกฤษ และแคนาดา เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อกองทัพเมียนมา

วันที่ 15 ธันวาคม 2566 องค์กรเรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการทหารเมียนมา (Justice For Myanmar) แถลงการณ์แสดงความพอใจที่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป แคนาดา และอังกฤษ ร่วมกันเพิ่มการคว่ำบาตรรัฐบาลทหารเมียนมาและบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเรียกร้องให้มีมาตรการต่อจากนี้เพื่อหยุดยั้งกองทัพเมียนมาไม่ให้ก่อเหตุทารุณประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ยกระดับการคว่ำบาตรแบบมีการประสานงานกันให้มากขึ้นโดยเร็ว

ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อบุคคล 4 คน และนิติบุคคลอีก 2 ราย เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2566 ขณะที่ 3 วันก่อนหน้า คือวันที่ 8 ธันวาคม 2566 สหราชอาณาจักรได้ออกมาตรการคว่ำบาตรบุคคลในเมียนมาหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแหล่งใช้แรงงานทาสไซเบอร์และคาสิโนผิดกฎหมาย หนึ่งในนั้นคือ เสอจื้อเจียง นักธุรกิจเชื้อสายจีนที่ได้สัญชาติกัมพูชา และในวันเดียวกันนี้ แคนาดาได้ทำการคว่ำบาตรเป็นครั้งที่ 2 ต่อ มินอ่องหล่าย 

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG16 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 16.1 ลดความรุนแรงทุกรูปแบบและอัตราการตายที่เกี่ยวข้องในทุกแห่งให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และ 16.3 ส่งเสริมหลักนิติธรรมทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ  

เข้าถึงได้ที่: อียู-แคนาดา-อังกฤษ คว่ำบาตรรัฐบาลทหารพม่า -ธุรกิจใกล้ชิดเผด็จการเพิ่ม (ประชาไท) 

ผู้พิพากษาออสเตรเลียตัดสินกฎหมายปราบปรามผู้ชุมนุมว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ

วันที่ 13 ธันวาคม 2566 ผู้พิพากษา ‘Michael Walton’ ตัดสินว่าเนื้อหาส่วนหนึ่งของกฎหมายปราบปรามผู้ชุมนุมที่เร่งรัดผ่านรัฐสภาของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย นั้นขัดกับรัฐธรรมนูญ และทำให้เกิดภาวะ ‘chilling effect’ หรือภาวะที่ทุกคนไม่แน่ใจว่าสิ่งใดที่ตนสามารถสื่อสารหรือแสดงความเห็นได้บ้างในทางการเมืองและการชุมนุมสาธารณะ

การคัดค้านกฎหมายดังกล่าวเริ่มต้นโดย Helen Kvelde และ Dominque Jacobs ซึ่งทั้งสองคนเป็นสมาชิก ‘Knitting Nanas’ กลุ่มผู้ประท้วงประเด็นสภาพภูมิอากาศ ที่ยืนยันว่ากฎหมายดังกล่าวบ่อนทำลาย เสรีภาพในการสื่อสารทางการเมือง โดยต้นปีที่ผ่านมา พบว่ารัฐบาลออสเตรเลียใต้ได้เพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ที่กระทำการที่ “จงใจขัดขวางการสัญจรในที่สาธารณะ” และมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเพิ่มโทษจากปรับสูงสุด 750 ดอลลาร์เป็นปรับสูงสุด 50,000 ดอลลาร์หรือจำคุก 3 เดือน

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG13 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 3.3 พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดผลกระทบและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ SDG16 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่  16.10 สร้างหลักประกันว่าสาธารณชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีการปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และ 16.b ส่งเสริมและบังคับใช้กฎหมายและนโยบายที่ไม่เลือกปฏิบัติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เข้าถึงได้ที่: Victory for Australia’s Climate Protesters (Human Rights Watch) 

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

ตลาดบริการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืนและ ESG สำหรับภาคธุรกิจ จะเติบโตมากกว่า 2 เท่าภายใน 5 ปีนี้

เมื่อความยั่งยืนเป็นทิศทางโลก รายงานการศึกษา ESG and Sustainability Consulting: Market Size and Forecast 2021 – 2027 จัดทำโดยบริษัทวิจัยทางการตลาด Ve…

รู้จัก 5 เทรนด์สำคัญของ ‘ความยั่งยืน’ ในอนาคต ผ่านหนังสือ “FUTURE TRENDS AHEAD 2024” 

SDG Recommends ฉบับนี้ ชวนอ่าน หนังสือ “FUTURE TRENDS AHEAD 2024” ที่ได้รวบรวมรายงานเทรนด์ของปี 2567 ที่จะถึงนี้ เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าโลกจะเกิดแนวโน้…

‘BLACKPINK’ และกวีหญิง ‘Amand Gorman’ ร่วมส่งสารในการประชุม SDG Moment เรียกร้องทุกคนบนโลกร่วมดำเนินการเพื่อบรรลุ SDGs

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2565  เลขาธิการสหประชาชาติได้จัดการประชุม ‘SDG Moment’ ประจำปี ครั้งที่  3 หรือ ‘การประชุมว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่…

สหภาพยุโรปบังคับใช้ ข้อกำหนดใหม่ในการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อลดภาระสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ต้องมีอายุการใช้งานนาน-ซ่อมง่าย-รีไซเคิลได้

กฎระเบียบข้อบังคับการออกแบบผลิตภัณฑ์ฉบับใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมการออกแบบและผลิตสินค้าแ…

ค้นหา