กรุงเทพมหานคร (6 มีนาคม 2569) – ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหน่วยงานประสานงานหลักของเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย (SUN Thailand) ร่วมกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM Thailand) จัดการประชุมหารือแนวทางความร่วมมือทางวิชาการ ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร เพื่อวางรากฐานการพัฒนาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในบริบทของมหาวิทยาลัย พร้อมผลักดันการสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการเพื่อสนับสนุนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการโยกย้ายถิ่นฐานของมนุษย์ (Climate Change and Human Mobility) ในประเทศไทย ภายใต้โครงการ Resilient Futures
SDG Move กับบทบาทตัวกลางขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ
ในการประชุมครั้งนี้ ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการ SDG Move และเลขาธิการเครือข่าย SUN Thailand ได้รับเชิญเป็นวิทยากรหลักในการนำเสนอทิศทางและเปิดวงเสวนาเพื่อระดมสมองจากมหาวิทยาลัยสมาชิกเครือข่ายทั้งหมด 14 มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม โดย SDG Move ได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการดำเนินการ 3 ด้านหลัก ดังนี้
- ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ: เชื่อมโยงองค์ความรู้จาก IOM Thailand เข้ากับบริบทของสถาบันอุดมศึกษาไทย
- ออกแบบหลักสูตรและงานวิจัย: หารือแนวทางการบูรณาการเนื้อหาด้าน Climate Mobility เข้ากับหลักสูตรการเรียนการสอน และการกำหนดหัวข้อวิจัยในระดับปริญญาเอก
- สร้างแพลตฟอร์มความรู้: ร่วมออกแบบช่องทางกลาง (Collaboration Platform) เพื่อจัดเก็บข้อมูลและงานวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายของภาครัฐในอนาคต
ทำไมความร่วมมือนี้จึงสำคัญ?
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศไทยมีความเปราะบางระดับสูงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยรายงาน Global Risk Index (CRI) 2021 จัดให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 9 ของโลกที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุดในช่วงปี 2543-2562 ที่ผ่านมา มีการคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนประชากรไทยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรง และระดับน้ำทะเลหนุนสูงเพิ่มขึ้นจำนวนมหาศาล รวมถึงปัญหาภัยแล้ง เป็นปัจจัยกดดันให้เกิดการเคลื่อนย้ายประชากร ที่มีรูปแบบซับซ้อนขึ้นและหลากหลายมากขึ้น
ปัจจุบัน แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติของไทยยังไม่ได้ระบุถึงประเด็นการโยกย้ายถิ่นฐานไว้อย่างชัดเจน การขับเคลื่อนร่วมกับมหาวิทยาลัยเครือข่ายจึงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยให้ “การย้ายถิ่นฐาน” ถูกมองเป็นกลยุทธ์เชิงบวกในการสร้างความสามารถในการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง(Resilience) มากกว่าจะเป็นเพียงผลกระทบเชิงลบ
กิจกรรมสำคัญในการประชุม
การหารือจากการประชุมภายใต้โครงการ “Resilient Futures” ที่เพิ่งเกิดขึ้น ได้เน้นหนักใน 4 ประเด็นหลักเพื่อกำหนดทิศทางที่สถาบันอุดมศึกษาจะทำงานร่วมกัน ดังนี้
- ทุนวิจัยระดับปริญญาเอก: เพื่อสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญด้าน Climate Mobility
- การสนับสนุนวิชาการระดับสากล: สนับสนุนงบประมาณให้คณาจารย์นำเสนอผลงานวิจัยในเวทีระดับนานาชาติ
- แพลตฟอร์มความร่วมมือ: สร้างศูนย์กลางข้อมูลดิจิทัลเพื่อการเข้าถึงงานวิจัยอย่างเป็นระบบ
- การปรับปรุงหลักสูตร: นำประเด็นเรื่องสภาพภูมิอากาศและการย้ายถิ่นเข้าสู่บทเรียนในสาขาต่างๆ
ความร่วมมือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสหภาพยุโรป (European Union) โดย SDG Move จะยังคงเดินหน้าประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อเปลี่ยนข้อสรุปจากการประชุมให้เป็นโครงการที่เป็นรูปธรรมภายในปีนี้
รายชื่อมหาวิยาลัยเครือข่ายที่เข้าร่วมการประชุม ได้แก่
- วิทยาลัยนอร์ทเทิร์น
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยสยาม
- มหาวิยาลัยมหิดล
- มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
- มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
- มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
- มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
- มหาวิทยาลัยพะเยา
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง


Last Updated on มีนาคม 10, 2026








