ฟุตบอลโลก 2026 จะยั่งยืนได้จริงหรือ? เปิด 5 แนวทางที่ FIFA ใช้ขับเคลื่อนความยั่งยืน

มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทุกคนจับตามอง ‘ฟุตบอลโลก 2026’ กำลังเป็นบททดสอบสำคัญของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ  (Fédération Internationale de Football Association: FIFA) หรือ ‘ฟีฟ่า’ ในการขับเคลื่อนความยั่งยืนบนเวทีระดับโลก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่การแข่งขันจัดขึ้นพร้อมกันใน 3 ประเทศเจ้าภาพ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ครอบคลุม 16 เมืองแข่งขัน ทำให้ความท้าทายครั้งนี้ไม่ได้อยู่แค่เรื่องการแข่งขัน แต่รวมถึงการบริหารจัดการพลังงาน ระบบขนส่ง ขยะ และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ท่ามกลางโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และมาตรฐานการดำเนินงานที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงเเค่ทำให้แต่ละสนามแข่งขันมีความยั่งยืนมากขึ้น แต่คือการเชื่อมโยงระบบพลังงาน การเดินทาง อาหาร ค้าปลีก และการบริหารจัดการอีเวนต์ขนาดใหญ่ให้ทำงานสอดประสานกัน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ โดย FIFA ประเมินว่าทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้ จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้สหรัฐอเมริกาสูงถึง 30,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณเกือบ 1 ล้านล้านบาท) และก่อให้เกิดการจ้างงานราว 185,000 ตำแหน่ง สะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบของการแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในสนามฟุตบอล แต่ยังครอบคลุมมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง 

Mattias Grafström เลขาธิการ FIFA กล่าวว่า “องค์กรให้ความสำคัญกับการบูรณาการหลักความยั่งยืนในทุกขั้นตอนของการจัดการแข่งขัน พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อผลักดันทั้งเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตลอดทัวร์นาเมนต์” 

สำรวจ 5 แนวทางที่ FIFA ใช้ขับเคลื่อนความยั่งยืนในฟุตบอลโลก 2026 ดังนี้

1. ด้านขนส่งและการเดินทาง

การเดินทางของแฟนบอลนับล้านคนระหว่างเมืองเจ้าภาพที่อยู่ห่างกันหลายพันกิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญของฟุตบอลโลก 2026 โดยบริษัท ฮุนได-เกีย พันธมิตรด้านการขนส่งอย่างเป็นทางการของ FIFA ร่วมกับสายการบินและหน่วยงานขนส่งท้องถิ่น ได้วางแผนบริหารยานพาหนะและความต้องการเดินทาง เพื่อลดความแออัด มลพิษ และเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสนามแข่งขัน 

ส่วนในระดับเมือง มีการปรับตารางการแข่งขันให้สอดคล้องกับระบบขนส่งสาธารณะ นำรถรับส่งพลังงานสะอาดมาใช้ และใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลวิเคราะห์ข้อมูลตั๋วเข้าชม สภาพการจราจร และการใช้งานขนส่งสาธารณะแบบเรียลไทม์ เพื่อแนะนำเส้นทางที่มีประสิทธิภาพและปรับบริการได้ตามสถานการณ์ ขณะเดียวกัน สายการบินยังปรับเส้นทางและเพิ่มประสิทธิภาพการบรรทุกผู้โดยสาร เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อคน แม้การเดินทางทางอากาศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ แต่การวางแผนและประสานการเดินทางที่ดีขึ้นสามารถช่วยลดผลกระทบโดยรวมได้

2. ด้านกลยุทธ์ทางสังคมและภูมิอากาศ

FIFA กำหนดประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญขององค์กร โดยให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านโครงการอย่าง Football Unites the World, No Racism และ Be Active ที่ส่งเสริมความเท่าเทียม การศึกษา สุขภาพ และการอยู่ร่วมกันในสังคม

ด้านภูมิอากาศ FIFA ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50% ภายในปี ค.ศ. 2030 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2040 โดยดำเนินงานทั้งด้านการให้ความรู้ การปรับตัวต่อผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ และการลดการปล่อยคาร์บอนให้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลก ซึ่งเล็งเห็นว่าฟุตบอลมีพลังในการสร้างการรับรู้และเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนทั่วโลกต่อประเด็นสภาพภูมิอากาศ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกผ่านกีฬาที่มีผู้ติดตามมากที่สุดชนิดหนึ่ง

3. ด้านขยะ อาหาร และเศรษฐกิจหมุนเวียน

ฟุตบอลโลก มีแนวโน้มสร้างขยะจำนวนมากจากอาหาร บรรจุภัณฑ์ และสินค้าที่ระลึก FIFA และพันธมิตรภาคธุรกิจจึงร่วมกันออกแบบระบบจัดการทรัพยากรตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมุ่งลดการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว เพิ่มการใช้วัสดุที่รีไซเคิลหรือใช้ซ้ำได้ และพัฒนาระบบคัดแยกขยะให้มีประสิทธิภาพ โดยภายในสนามแข่งขันจะมีการกำหนดมาตรฐานบรรจุภัณฑ์และภาชนะในรูปแบบเดียวกันมากขึ้น เพื่อให้การแยกและรีไซเคิลขยะทำได้ง่าย 

พร้อมรณรงค์ให้แฟนบอลมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะ และเชื่อมต่อกับระบบจัดการขยะของเมืองเพื่อให้วัสดุที่เก็บรวบรวมได้ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์จริง ทั้งนี้ผู้จัดยังมุ่งลดขยะอาหารผ่านการคาดการณ์ความต้องการที่แม่นยำขึ้น การบริหารปริมาณอาหารให้เหมาะสม และการส่งต่ออาหารส่วนเกิน ส่วนสินค้าที่ระลึกมีการพิจารณาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและผลิตตามคำสั่งซื้อเพื่อลดสต็อกส่วนเกิน

4. ด้านพลังงานและการบริหารสนามแข่งขัน

FIFA และพันธมิตรด้านพลังงานอย่าง Aramco ได้พัฒนาระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ เพื่อให้สนามแข่งขันใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีแนวทางสำคัญคือการใช้ระบบติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ การถ่ายทอดสด และจำนวนผู้ชม เพื่อปรับการใช้พลังงานให้สอดคล้องกับความต้องการจริงในแต่ละช่วงเวลา ช่วยลดภาระต่อโครงข่ายไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสนามแข่งขัน

ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ชมทยอยเข้า-ออกสนาม ระบบสามารถปรับแสงสว่างและอุณหภูมิภายในสนามได้อัตโนมัติโดยไม่กระทบต่อความสะดวกสบายของผู้ชม รวมถึงใช้การวิเคราะห์ข้อมูลล่วงหน้าเพื่อเตรียมรับช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ลดภาระต่อโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่ อย่างไรก็ดี โครงสร้างพื้นฐานและระบบดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ยังสามารถนำไปใช้ต่อได้หลังจบทัวร์นาเมนต์ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงานของสนามกีฬาและพื้นที่โดยรอบได้

5. ด้านสิ่งแวดล้อม

โครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สร้างมรดกหลังจบการแข่งขัน FIFA พยายามสร้างประโยชน์ระยะยาวผ่านโครงการดังกล่าว ร่วมกับ Arbor Day Foundation ในทั้ง 16 เมืองเจ้าภาพ โดยดำเนินโครงการฟื้นฟูป่า 19 แห่ง และกิจกรรมปลูกต้นไม้ในชุมชนอีก 20 ครั้ง ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น 24 องค์กร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,000 เอเคอร์ หรือประมาณ 1,000 สนามฟุตบอล ซึ่งมองว่าการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนไม่ควรสิ้นสุดลงพร้อมการแข่งขัน แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของแนวปฏิบัติและบทเรียนที่สามารถต่อยอดสู่การจัดมหกรรมระดับโลกในอนาคต

ฟุตบอลโลก 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อชิงถ้วยแชมป์โลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีทดสอบว่ามหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของโลกจะสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้หรือไม่ และมาตรการด้านความยั่งยืนที่ FIFA วางไว้จะสามารถลดผลกระทบต่อโลกได้มากน้อยเพียงใด จะกลายเป็นต้นแบบของการจัดอีเวนต์ระดับโลกในอนาคตได้หรือไม่

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– ชวนอ่านรายงานความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนของฟุตบอลโลก 2022: จากวิสัยทัศน์เปิดประตูการพัฒนาถึงการผลักดัน 5 เสาหลักเพื่อความยั่งยืน
– Human Rights Watch เผยแพร่คู่มือสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้สื่อข่าวในมหกรรมฟุตบอลโลก 2022
– Voice of SDG Move | 01 พัฒนาการของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์: ประวัติศาสตร์ของรากฐานแห่งความยั่งยืน
– ILO รับข้อตกลงแรงงานระดับโลกฉบับแรก เสริมคุณค่าด้านสภาพการทำงานและสิทธิ ให้ครอบคลุมนักฟุตบอลอาชีพทั้งชายและหญิง

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG7 พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้
– (7.2) เพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนในการผสมผสานการใช้พลังงานของโลก ภายในปี 2573
– (7.3) เพิ่มอัตราการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของโลกให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.5) บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ภายในปี 2573
– (8.8) ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน รวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.2) เสริมสร้างศักยภาพและส่งเสริมความครอบคลุมทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความพิการ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา สถานะทางเศรษฐกิจ หรืออื่น ๆ ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.2) จัดให้ทุกคนเข้าถึงระบบคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน เข้าถึงได้ปลอดภัย ในราคาที่สามารถจ่ายได้พัฒนาความปลอดภัยทางถนน ขยายการขนส่งสาธารณะและคำนึงถึงกลุ่มคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ผู้หญิง เด็กผู้พิการ และผู้สูงอายุ ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยังยืน  
– (12.2) บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี พ.ศ. 2573
– (12.3) ลดของเสียอาหาร (food waste) ของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหาร (food loss) ตลอดการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายในปี พ.ศ. 2573
– (12.5) ลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกัน การลดปริมาณ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก 
– (15.2) ส่งเสริมการดำเนินการด้านการบริหารจัดการป่าไม้ทุกประเภทอย่างยั่งยืน หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า ฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม และเพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าทั่วโลกอย่างจริงจัง ภายในปี พ.ศ. 2563
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง
– (16.6) พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบ และโปร่งใสในทุกระดับ
– (16.7) สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ

แหล่งที่มา : Can the FIFA World Cup 26 be Sustainable? (sustainabilitymag)

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

ยูเนสโกอนุมัติจัดตั้ง พื้นที่สงวนชีวมณฑลใหม่ 11 แห่ง ใน 11 ประเทศ ย้ำความสำคัญความหลากหลายทางชีวภาพและมรดกทางวัฒนธรรม

ยูเนสโก (UNESCO) อนุมัติการจัดตั้ง พื้นที่สงวนชีวมณฑล (biosphere reserve) 11 แห่ง ใน 11 ประเทศ ล่าสุด ได้แก่ เบลเยียม แกมเบีย

คงเป็นเรื่องดีหากรายการทีวีที่คุณชอบสามารถทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้

Hollywood, Health & Society เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความปลอดภัยแก่อุตสาหกรรมบันเทิง ทำงานร่วมกับทีวีซีร…

มลพิษทางทะเลครั้งร้ายแรง เมื่อ ‘เม็ดพลาสติก’ ทะลักลงทะเลศรีลังกาจากเหตุไฟไหม้เรือขนสินค้า

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้เรือขนส่งสินค้า X-Press Pearl บริเวณ 14 กิโลเมตรนอกชายฝั่งตะวันตกของเมืองหลวงประเทศศรีลังกา ด้วยความที่เรือขนส่งสิ…

World Economic Forum เผยเเพร่รายงานความเสี่ยงโลกประจำปี 2566 ชี้วิกฤตค่าครองชีพมีความเสี่ยงอันดับหนึ่ง

โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงรูปแบบ ‘ใหม่’ และวนเวียนความเสี่ยง ‘เก่า’ ที่กลับมาอีกครั้ง แต่อาจเด่นชัดและทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 …

ค้นหา