สนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 มกราคม 2564 จะสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างไร?

เขียนเมื่อ 19 มกราคม 2564
ถิรพร สิงห์ลอ

ความพยายามรักษาสันติภาพให้เกิดขึ้นในโลกด้วยการลดอาวุธ ควบคุมอาวุธ และไม่แพร่ขยายอาวุธ โดยเฉพาะอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอย่างอาวุธนิวเคลียร์ แรกเริ่มมีสนธิสัญญาห้ามการแพร่ขยายของอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Non-Proliferation Treaty: NPT) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) และมีรัฐผู้ลงนาม 189 ประเทศ ซึ่งมีสาระสำคัญสามประการ คือ การไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (รัฐที่ครอบครองไม่ส่งหรือช่วยประเทศอื่นผลิต/ครอบครอง ส่วนรัฐที่ไม่ได้ครอบครอง ก็จะไม่รับ/แสวงหา/ขอความช่วยเหลือเพื่อการผลิต) การยุติการสะสมอาวุธ/ลดอาวุธ/ปลดอาวุธ และสุดท้ายให้ใช้พลังงานนิวเคลียร์เฉพาะวัตถุประสงค์ในทางสันติเท่านั้น

ความพยายามเกี่ยวกับประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างแข็งขันมากขึ้น เป็นเวลา 3 ปีหลังจากที่สนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์ (Treaty on the Prohibition of Nuclear Weapons: TPNW) มีขึ้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ 2560 (ค.ศ. 2017) และกำลังจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564 โดยใจความหลักของห้วงเวลาที่สำคัญนี้ คือการที่ทุกประเทศ (รัฐภาคี) มีข้อผูกมัดทางกฎหมายให้ต้องทำลายอาวุธนิวเคลียร์ตามกรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งสุดท้ายจะนำไปสู่การกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 3 ประเทศแรกที่ลงนามให้สัตยาบันในวันแรกของสนธิสัญญา ร่วมกับนครรัฐวาติกันและกายอานา และปัจจุบันมีประเทศที่ให้สัตยาบันแล้ว 51 ประเทศ โดยมีประเทศเบนินเป็นประเทศภาคีล่าสุด

โครงการนานาชาติเพื่อการยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์ (International Campaign to Abolish Nuclear Weapons: ICAN) ได้จัดทำเอกสารแสดงความเชื่อมโยงสนธิสัญญา TPNW เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาว่าการห้ามและพยายามกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดนั้น จะสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างไร แปลสรุปสาระสำคัญดังนี้

#SDG2

“ความหิวโหย ความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการ และการเกษตร” สงครามนิวเคลียร์ที่จำกัดสามารถทำให้คนจำนวนกว่าสองพันล้านคนตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะอดอยากอาหาร การยิงอาวุธสามารถพ่นเขม่าควันปิดกั้นความร้อนและแสงแดด ซึ่งจะมีผลต่อการเติบโตทางการเกษตร ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและน้ำจะยิ่งได้รับผลกระทบ นอกไปจากนี้ ความอดอยากอาหารจะนำมาซึ่งการพลัดถิ่นขนานใหญ่และเกิดค่ายผู้ลี้ภัยไปทั่วทั้งทวีปแอฟริกา

#SDG3

“ชีวิตที่มีคุณภาพและสุขภาวะที่ดี” การระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงทันทีต่อสุขภาพ อย่างการเผาไหม้และทำให้หูหนวก ทุกสถานที่ให้บริการทางสาธารณสุขอาจถูกทำลายหรือไม่สามารถทำงานได้ปกติ เกิดการแพร่ระบาดของโรค เช่น โรคที่เกี่ยวกับรังสี อหิวาตกโรค และโรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง เป็นต้น และอาจจะแพร่กระจายไปทั่วทั้งแอฟริกา

#SDG5

“ความเท่าเทียมระหว่างเพศ และความเข้มแข็งของสตรีและเด็กผู้หญิง” งานวิจัยชี้ว่า รังสีก่อประจุ (Ionizing radiation) จากการจู่โจมด้วยอาวุธนิวเคลียร์ เป็นอันตรายต่อผู้หญิงและสตรี โดยหากเป็นผู้รอดชีวิตก็อาจจะทรมานจากการเลือกปฏิบัติและความกลัว รู้สึกว่ามีมลทน จากปัญหาที่มีเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์

#SDG6

“มีน้ำใช้ มีการบริหารจัดการน้ำ และสุขาภิบาลสำหรับทุกคน” การศึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศในปี 2563 พบว่า สงครามนิวเคลียร์ที่จำกัดสามารถก่อให้เกิดหยาดน้ำฟ้า (precipitation) รุนแรงถึงขนาดที่จีนและอินเดียไม่มีฝนตกเลยเกือบทศวรรษ นอกจากนี้ การปนเปื้อนของกากนิวเคลียร์ตามโรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์อาจมีผลเสียร้ายแรงกับแหล่งน้ำ และการระเบิดของอาวุธเหล่านี้จะปนเปื้อนน้ำประปา

#SDG10

“ลดความไม่เท่าเทียมทั้งภายในและระหว่างประเทศ” การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์โดยรัฐเพียงน้อยนิด แลกไปกับความปลอดภัยและความมั่นคงของรัฐอื่น ๆ ในโลก เป็นเรื่องที่ไม่เท่าเทียมกัน คนและดินแดนพื้นเมืองได้รับอันตรายมาอย่างต่อเนื่องจากการทดลองอาวุธนิวเคลียร์

#SDG11

“เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่ปลอดภัย มีภูมิคุ้มกัน” ภายหลังจากที่มีเหตุระเบิดนิวเคลียร์ในพื้นที่ที่มีคนอยู่อาศัยนั้น ไม่สามารถมีการตอบสนองเพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้อย่างเพียงพอโดยทันที แรงระเบิดสามารถทำลายได้ทั้งเมือง ซึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ได้บอกเราว่า เป้าหมายของการใช้อาวุธนิวเคลียร์คือพื้นที่เมืองและชุมชนมาโดยตลอด

#SDG13

“เร่งรัดดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ” สงครามนิวเคลียร์ที่จำกัดสามารถก่อให้เกิดการก่อกวนทางสภาพภูมิอากาศอย่างมีนัยสำคัญได้ทั่วโลก รวมไปถึงการสูญเสียโอโซนในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ หากสงครามมีการใช้นิวเคลียร์ที่แพร่ขยายมากขึ้นจะส่งผลให้อุณหภูมิโลกลดดิ่งลงไปทันทีถึง 10 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถยุติชีวิตของมนุษย์ทุกคนได้

#SDG14

“อนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลและมหาสมุทร” สงครามนิวเคลียร์ที่จำกัดจะลดผลผลิตปฐมภูมิสุทธิ (Net Primary Productivity) ของมหาสมุทร ประมาณร้อยละ 5 ถึง 15 และสามารถทำให้อุณหภูมิในมหาสมุทรโลกลดลงประมาณ 1-3 องศาเซลเซียส

#SDG15

“ปกป้อง ฟื้นฟู และใช้ระบบนิเวศน์บนบกอย่างยั่งยืน” นอกจากผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีที่ยาวนานในเหตุการณ์ฮิโรชิมาและนางาซากิ ยังมีการปนเปื้อนร้ายแรงที่โรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์และสถานที่ที่ใช้ทดสอบ และสงครามนิวเคลียร์ที่จำกัดจะลดผลผลิตปฐมภูมิสุทธิ (Net Primary Productivity) ของภาคพื้นทวีปประมาณร้อยละ 15 ถึง 30

#SDG16

“สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง” การมีคลังแสงนิวเคลียร์ การให้มันมีความทันสมัยมากขึ้น รวมถึงมีแนวโน้มว่าจะนำไปใช้มากขึ้น ยิ่งเป็นภัยคุกคามที่ชัดเจนต่อสันติภาพ ดังนั้นการมีสนธิสัญญา TPNW จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความยุติธรรม โดยให้มีการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในสถานที่ที่ได้รับอันตรายจากอาวุธนิวเคลียร์และการทดสอบอาวุธ นอกจากนี้ สนธิสัญญาดังกล่าวได้ส่งเสริมให้มีหลักนิติรัฐ โดยการสร้างความเข้มแข็งให้กับกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการลดอาวุธ และให้มีการนำสนธิสัญญาไปบังคับใช้ภายในประเทศรัฐภาคี

แหล่งอ้างอิง:

Facebook Page คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย
https://www.icanw.org/tpnw_and_sdgs

#SDGWatch #IHPP #SDG2 #SDG3 #SDG5 #SDG6 #SDG10 #SDG11 #SDG13 #SDG14 #SDG15 #SDG16

Last Updated on มกราคม 12, 2022

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

5 พอดแคสต์ด้านความยั่งยืน ที่ช่วยให้เข้าใจเศรษฐกิจหมุนเวียน-แฟชั่น-การจัดการขยะ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจปรับไลฟ์สไตล์เพื่อโลกที่ยั่งยืน

ท่ามกลางกระแสข่าวสารวุ่นวายทั่วโลก สุดสัปดาห์นี้ หากคุณชอบฟังพอดแคสต์และอยากสร้างไลฟ์สไตล์ที่ยั่งยืน SDG Recommends ฉบับนี้ ได้คัดสรร 5 พอดแคสต์ด้านค…

ยูเนสโก เผยปัจจุบันมีเด็กกว่า 250 ล้านคน ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา – เร่งมือในการบรรลุ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ

วันที่ 18 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา องค์การยูเนสโก หรือ องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scienti…

ภาพถ่ายดาวเทียมของนาซา แสดงให้เห็นการเกิดไฟป่าทั้งห้าทวีป ภายในเวลาปีเดียว

ในทุกๆ ปี ไฟป่าทั่วโลกเกิดจากความแห้งแล้ง ฟ้าผ่า การเผาเศษซากพืชที่เหลือจากการทำการเกษตร และกิจกรรมของมนุษย์อื่นๆ ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ…

ความหวังของแอฟริกา ‘กำแพงสีเขียว’ ที่จะช่วยให้ผืนแผ่นดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

ในปัจจุบันปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นปัญหาสำหรับหลาย ๆ ภูมิภาค แต่ในทวีปแอฟริกากลับกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงมากกว่า เพราะความ…

ค้นหา