Leave no one behind: ทำไมผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานและผู้ลี้ภัยถึงควรได้รับการฉีดวัคซีนเหมือนกัน

เขียนเมื่อ 21 มกราคม 2564
ถิรพร สิงห์ลอ

เมื่อพูดถึงประเด็นการฉีดวัคซีน เรานึกถึงการเข้าถึงวัคซีนสำหรับคนสัญชาตินั้นเท่านั้น ทว่าประเด็นผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานและผู้ลี้ภัยมีความสำคัญไม่แพ้กัน ด้วยเหตุที่มักเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบและตกหล่นไปจากการป้องกันโรคด้วยวัคซีนตามมาตรการสาธารณสุข (under-immunized population groups) อย่างการที่ผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานและผู้ลี้ภัยในฝากฝั่งทวีปยุโรปมักเผชิญกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการศึกษา ในการเข้าถึงบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคใด ๆ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในประเทศเจ้าบ้าน การศึกษาระบาดวิทยาแบบ Seroprevalence แสดงให้เห็นว่าแม้จะมีวัคซีนสำหรับโรคที่ป้องกันได้แต่ก็ยังมีจำนวนภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าปกติอยู่ บ่งชี้ว่ามีการให้วัคซีนที่ยังไม่ครอบคลุมมากนักในกลุ่มประชากรดังกล่าวเมื่อเทียบกับประชากรเจ้าบ้าน นั่นทำให้ในช่วงการแพร่ระบาดของโรค กลุ่มประชากรนี้กลายเป็นกลุ่มที่เปราะบางมากขึ้น และอาจเป็นบ่อเกิดในการฟื้นตัวของโรคดังกล่าวอีกครั้ง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ทำการศึกษาและเสนอว่า จำเป็นต้องมีนวัตกรรมทางนโยบาย/มาตรการการฉีดวัคซีนแห่งชาติมาใช้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ หากสามารถควบคุมโรคได้ประมาณหนึ่งแล้วควรมีการให้วัคซีนกับคนกลุ่มนี้โดยเร็วที่สุด หรือ การมีคลินิกฉีดวัคซีนเคลื่อนที่บริการ คลินิกดูแลสุขภาพแบบรวมหลายบริการสาธารณสุข รวมถึงการพิจารณารณรงค์ฉีดวัคซีนจำนวนมากเพื่อแก้ไขปัญหาช่องว่างของการมี/ไม่มีภูมิคุ้มกัน โดยต้องคำนึงว่าเป็นการให้วัคซีนโดยไม่เกี่ยงสภาพความเป็นอยู่หรือกลุ่มคนที่เข้าถึงยากมากขนาดไหน

การดำเนินการด้านสาธารณสุขในประเด็นนี้มีความละเอียดอ่อนในเรื่องของการประสานงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่และผู้ที่เกี่ยวข้องระหว่างประเทศต้นทางและประเทศปลายทางซึ่งเป็นประเทศเจ้าบ้าน เนื่องจากเมื่อเดินทางมาถึงชายแดนแล้ว อาจได้รับบริการด้านสาธารณสุขเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในประเทศเจ้าบ้าน แม้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะสามารถชี้ความเสี่ยงด้านสุขภาพได้ แต่การจะระบุได้ว่าบุคคลนั้นควรได้รับการฉีดวัคซีนหรือไม่ ต้องอาศัยกระบวนการประเมินประวัติการฉีดวัคซีนและการดำเนินงานของประเทศเจ้าบ้านเอง และต้องมีการติดตามด้วยว่ากลุ่มประชากรนี้มีความจำเป็นต้องได้รับวัคซีนจำนวนกี่โดส อย่างไรก็ดี สำหรับกลุ่มประเทศภูมิภาคยุโรปเองก็ไม่ได้มีมาตรการที่เฉพาะเจาะจงไปที่กลุ่มนี้ รวมถึงว่ายังมีประเด็นเรื่องของการมี/ไม่มีเอกสารประวัติการฉีดวัคซีน มีข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน สม่ำเสมอ ครอบคลุมและเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนกันข้ามพรมแดนและตามเส้นทางของการอพยพหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องสำคัญในการประเมินความต้องการทางสาธารณสุขและการเฝ้าระวังโรค ถึงกระนั้น ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มประชากรนี้ไม่มีสิทธิได้รับวัคซีน ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาอีกทางคือ การมีเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงทะเบียนการฉีดวัคซีนแห่งชาติ ตลอดจนการแบ่งปันข้อมูลตามเส้นทางอพยพ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการติดตาม ตรวจสอบ และวางแผนการฉีดวัคซีนสำหรับผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานและผู้ลี้ภัย

ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนเรื่องสิทธิการเข้าถึงวัคซีนสำหรับกลุ่มประชากรนี้ คือ การมีเจ้าหน้าที่ที่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ไกล่เกลี่ยทางวัฒนธรรมและล่าม ซึ่งเป็นตัวกลางเชื่อมโยงการส่งมอบบริการด้านสาธารณสุขที่ “ครอบคลุมทุกคน” บ่งชี้ว่าความสามารถเรื่องวัฒนธรรมและภาษาเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้กำหนดนโยบายควรพิจารณาสนับสนุนให้มีการอบรมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รวมถึงการตระหนักถึงสิทธิด้านสุขภาพของกลุ่มประชากรดังกล่าว เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างเท่าเทียมกัน

มาตรการเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่สำคัญทั้งสำหรับประชากรสัญชาติเจ้าบ้านและผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานและผู้ลี้ภัย อาทิ การพัฒนาขีดความสามารถของระบบสุขภาพและผู้ให้บริการสุขภาพขั้นต้น (primary health-care providers) การมี/ขยายระบบข้อมูลการฉีดวัคซีนเพื่อติดตามดูความครอบคลุมของการฉีดวัคซีน การสร้างหลักประกันว่าโครงการสร้างภูมิคุ้มกันระดับชาติสามารถรองรับและปรับตัวกับวิกฤตด้านมนุษยธรรมหรือสุขภาพได้หรือไม่ ตลอดจนการจัดลำดับความสำคัญผู้ที่ควรได้รับวัคซีน ระบุตัวแรงงานข้ามชาติที่มีรายได้น้อย ผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานที่ผิดปกติ (หรือที่เข้ามาโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย) หรือบุคคลที่ไม่สามารถดำเนินการตามมาตรการรักษาระยะห่างได้ อาทิ กลุ่มผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานที่อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยหรือสถานที่ที่คล้ายคลึงกัน

แหล่งอ้างอิง:

https://www.who.int/bulletin/volumes/99/1/20-267690/en/?fbclid=IwAR3TdKOUC4m6Ndxp1iFSONSCoX88ZGHXQrWerm5_7rui1Gv4mupwM7Qgd1I

#SDGWatch #HealthandWellbeing #SDG3 #SDG10 #SDG17

Last Updated on กุมภาพันธ์ 12, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

ผู้นำทั้ง 25 ประเทศ และ องค์การอนามัยโลก สนับสนุน สนธิสัญญาที่จะช่วยให้โลกจัดการกับภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพในอนาคต

ผู้นำทั้ง 25 ประเทศ และ องค์การอนามัยโลก (WHO) สนับสนุนแนวคิดในการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่จะช่วยให้โลกจัดการกับภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพในอนาคต แบบเดี…

รายงาน UN ชี้อัตราการเสียชีวิตของมารดาลดลง 40% ทั่วโลก – แต่ยังสูงในประเทศที่มีความขัดแย้ง

หน่วยงานสหประชาชาติ (United Nations: UN) ได้เปิดเผยว่าปัจจุบันผู้หญิงมีแนวโน้มรอดชีวิตจากการตั้งครรภ์และการคลอดบุตรสูงกว่าที่ผ่านมา โดยอัตราการเสียชี…

Brookings Report 2022 – ผู้นำท้องถิ่นใช้ SDGs ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างเมือง

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ศูนย์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสถาบันบรู๊กคิงส์ (Center for Sustainable Development at Brookings) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไ…

เลขาธิการ UN แถลงประเด็นสำคัญสำหรับปี 2569 เน้นย้ำ ‘การเงินเพื่อรับมือ Climate Change’ และ ‘ปฏิรูปหน่วยงาน UN เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ’

วันที่ 15 มกราคม 2569 António Guterres เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ แถลงใน ‘การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อลำดับประเด็นสำคัญขององค์กรสำหรับปี …

ค้นหา