เลขาธิการ UN เน้นย้ำว่า “ความหลากหลายคือความรุ่มรวย ไม่ใช่ภัยคุกคาม” เพื่อต่อต้านกระแสความเกลียดชังที่มีต่อคนมุสลิม

ข้อความของ António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ เนื่องในโอกาสวันต่อต้านความหวาดกลัวอิสลามสากล (International Day to Combat Islamophobia) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2021 ที่ผ่านมา กล่าวย้ำว่า “ความหลากหลายคือความรุ่มรวย ไม่ใช่ภัยคุกคาม” พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มการลงทุนในการส่งเสริมสังคมสมานฉันท์และจัดการกับความเชื่อรั้นคลั่งฝั่งหัว (bigotry)

“เราต้องผลักดันนโยบายที่เคารพต่อสิทธิมนุษยชนและอัตลักษณ์ทางศาสนา ทางวัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของมนุษย์อย่างเต็มที่” เขากล่าวในวิดีโอระหว่างงานรำลึกออนไลน์ซึ่งจัดโดยองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organization of Islamic Cooperation: OIC) ที่มีสมาชิกเกือบ 60 ประเทศ

เลขาธิการอ้างถึงรายงานที่เสนอต่อ UNHCR พบว่าการเลือกปฏิบัติและความเกลียดชังที่มีต่อคนมุสลิมเพิ่มขึ้นราวกับการแพร่ระบาดของโรค ตัวอย่างเช่น ข้อจำกัดที่มีต่อการแสดงความเชื่อของชาวมุสลิมที่มากเกินไป ข้อจำกัดในการขอสัญชาติ และการตีตรา (stigmatization) ชุมชนมุสลิม การศึกษาชี้ให้เห็นอีกว่า ผู้หญิงมุสลิมต้องเผชิญกับ “การเลือกปฏิบัติสามระดับ” ทั้งจากเพศ เชื้อชาติ และศาสนา

การเพิ่มขึ้นความเชื่อรั้นฝังหัวต่อต้านมุสลิม เป็นไปทางเดียวกับแนวโน้มที่น่ากังวลอื่นๆ เช่น การกลับมาของ ชาติพันธุ์นิยม (ethnonationalism)  ลัทธินีโอนาซี (neo-Nazism) การตีตราและการใช้ถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชังต่อกลุ่มประชากรบางกลุ่ม โดยเลขาธิการยังเสริมว่า “เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนา เราต้องการการลงทุนทางการเมือง ทางวัฒนธรรม และทางเศรษฐกิจเพื่อเสริมสร้างสังคมสมานฉันท์และต่อสู้กับความเชื่อรั้นคลั่งฝั่งหัว”

เลขาธิการใหญ่ย้ำว่าการต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติ การเหยียดเชื้อชาติ และความเกลียดกลัวคนต่างชาติ เป็นเรื่องสำคัญในการดำเนินงานสำหรับองค์การสหประชาชาติ

ความเกลียดชังต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งความเชื่อและศาสนา เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 10 ลดความไม่เสมอภาคภายในประเทศและระหว่างประเทศ ในประเด็น ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองได้ โดยไม่เลือกปฏิบัติ (10.2) และ
เป้าหมายที่ 16 ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมและสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผลรับผิดชอบและครอบคลุมในทุกระดับ ในประเด็น การลดความรุนแรงทุกรูปแบบ (16.1) และส่งเสริมและบังคับใช้กฎหมายและนโยบายที่ไม่เลือกปฏิบัติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (16.b)

ที่มา: UN News

Last Updated on มีนาคม 26, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESD) เป็นความเร่งด่วนสำหรับเด็ก แต่หลักสูตรการศึกษาในอาเซียนยังพัฒนาช้าเกินไป

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคที่ ‘รู้ตัว’ แล้วว่าได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และได้ ‘ส่งสัญญาณ’ พร้อมจะสนับสนุนการศึกษาเพื่อการพัฒ…

สิงคโปร์ประกาศขึ้น ‘ภาษีคาร์บอน’ 5 เท่า ภายในปี 2024

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ารัฐมนตรีกระทรวงการคลังของประเทศสิงคโปร์ ประกาศจะปรับภาษีคาร์บอนขึ้นอีก 5 เท่าเป็น 25 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 601 บาท) ต่อตั…

จิตแพทย์ช่วยคนไข้ปรับ ‘พฤติกรรมสุขภาพ’ สู่การมี ‘สุขภาพกาย’ และ ‘สุขภาพหัวใจ’ (ที่ดี) ที่นอกเหนือไปจาก ‘สุขภาพจิต’

การศึกษาเดิมชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ของ ‘สุขภาพจิต’ (mental health) กับ ‘สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด’ (cardiovascular health) โดยให้ความสนใจไปที่ปัจจัยเสี่…

ส่อง ‘Human Development Report’ ฉบับล่าสุด พบการพัฒนามนุษย์ถดถอยติดต่อครั้งเเรกในรอบ 32 ปี ประเทศทั่วโลกต้องเร่งฟื้นคืนจากนานาวิกฤติ

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา โครงการพัฒนาเเห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) ได้เผยเเพร่รายงานการพัฒนามนุษย์ ฉบับปี…

ค้นหา