UN เผยแพร่ The Global Report on Ageism พบว่า ‘การเหยียดอายุ’ ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุ

รายงานจากสหประชาชาติ “The Global report on ageism” ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 18 มีนาคม 2021 ระบุว่า เราจะพบคนที่มีทัศนคติแบบเหยียดอายุ (Ageist) ในทุกๆ สองคนบนโลก ซึ่งนั้นนำไปสู่ความถดถอยของสุขภาพกายและสุขภาพใจ และระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ทำให้สังคมต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายพันล้านดอลลาร์ในแต่ละปีทั้งเพื่อค่ารักษาพยาบาล และค่าเสียโอกาสที่ผู้สูงอายุจะยังเป็นแรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้

รายงานฉบับนี้จัดทำโดย องค์การอนามัยโลก (WHO), สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน (OHCHR), สำนักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN DESA) และกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ได้เรียกร้องให้มีการดำเนินการเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเหยียดอายุ การวัดผลและการรายงานที่ดีขึ้นเพื่อเปิดโปงปัญหา การเหยียดอายุ ที่เป็นดังโรคร้ายที่ระบาดในสังคม

การเหยียดอายุ (Ageism) หมายถึง การมองแบบเหมารวม มีอคติ และการเลือกปฏิบัติโดยตรงต่อบุคคลตามอายุของพวกเขา การเหยียดอายุเป็นได้ทั้งในรูปแบบเชิงสถาบัน ระหว่างบุคคล และกำหนดด้วยตนเอง

การเหยียดอายุได้กระจายไปในภาคส่วนต่างๆ ของสังคม รวมถึงสถาบันที่ให้บริการด้านสุขภาพและสังคม ที่ทำงาน สื่อ และระบบยุติธรรม

การเหยียดอายุในผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์กับสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แย่ลง เพิ่มภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมและความเหงา ทำให้ความไม่มั่นคงทางการเงินเพิ่มขึ้น คุณภาพชีวิตลดลง และเกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยคาดว่าทัศนคติเชิงลบนี้เป็นต้นตอของโรคซึมเศร้าในผู้คนราว 6.3 ล้านคนทั่วโลก 

ในสถานการณ์การทำงาน คนที่อายุมากกว่าและคนที่อายุน้อยกว่ามักจะต้องเสียเปรียบในที่ทำงาน และการเข้าถึงการฝึกอบรมเฉพาะทางและการศึกษาลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามอายุ การเหยียดวัยผู้ที่มีอายุน้อยกว่าปรากฏให้เห็นในหลายๆ ด้าน เช่น โอกาสการจ้างงาน สุขภาพ ที่อยู่อาศัยย และการเมืองซึ่งเสียงของคนอายุน้อยมักถูกปฏิเสธหรือถูกตีตกไป ในระบบยุติธรรม ผู้คนมักโกรธเกี้ยวมากกว่าหากผู้ที่อายุน้อยเป็นผู้ก่อเหตุอาชญากรรมและเห็นว่าเป็นการละเมิดกฎหมายที่ร้ายแรงกว่า

รายงานชิ้นนี้ ยังเสนอ 3 กลยุทธ์เพื่อแก้ไขปัญหาการเหยียดอายุ ประกอบด้วย 1) การกำหนดนโยบายและกฎหมายเพื่อประเด็นการเหยียดอายุ 2) เพิ่มกิจกรรมในระบบการศึกษาที่ช่วยเพิ่มความเห็นอกเห็นใจและแก้ไขความเข้าใจผิด และ 3) เพิ่มกิจกรรมระหว่างคนต่างวัยเพื่อลดอคติต่อกัน ล้วนช่วยลดทัศนคติเหยียดอายุ

การเหยียดอายุส่งผลกระทบด้านสุขภาพอย่างร้ายแรง เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 3 สร้างหลักประกันการมีสุขภาวะที่ดี และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย และ เป้าหมายที่ 10 ลดความไม่เสมอภาคภายในและระหว่างประเทศ

ที่มา: WHO

Last Updated on มีนาคม 31, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

ไทยมีระดับ ‘สันติภาพ’ อยู่ในอันดับ 113 จาก 163 ประเทศ ตาม Global Peace Index 2021

สถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ (Institute for Economics and Peace – IEP) เผยแพร่ ดัชนีสันติภาพโลก 2564 (Global Peace Index 2021)

กลุ่มอภิศตวรรษิกชนที่อายุมากกว่า 110 ปีขึ้นไปอาจมีมากขึ้นและยืนยาวขึ้นถึง 125 ปี ทำลายสถิติเดิมที่ 122 ปี

ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การศึกษา Probabilistic forecasting of maximum human lifespan by 2100 using Bayesian population projections เผยแพร่ใน

ปิดฉากการประชุม APEC 2025 ที่เกาหลีใต้ ปัญญาประดิษฐ์-เศรษฐกิจ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ กำหนดทิศทางอนาคตภูมิภาค

ปิดฉากลงแล้ว สำหรับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค หรือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ประจำ…

ทำไมค่าไฟถึงแพง? ความโปร่งใสของสัญญาที่ต้องตั้งคำถาม กระทบประชาชนแบกรับต้นทุนพลังงาน

#ค่าไฟแพง ประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงในสังคมและโลกออนไลน์ ด้วยปัญหาราคาค่าไฟแพงที่เรื้อรังมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน ๆ และคงบานปลายมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบ…

ค้นหา