อินเดียกับการให้มีน้ำสะอาดใช้ในครัวเรือนชนบทภายในปี 2567 ต้องเร่งแก้ปัญหาน้ำปนเปื้อนสารหนู ที่กระทบต่อสุขภาพของประชากรหลักล้าน

น้ำที่ปนเปื้อนสารหนู (arsenic contamination) กำลังทำให้น้ำในอินเดียเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชากรหลักล้าน เพราะการปนเปื้อนได้เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่อาหารตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการบริโภค และที่น่ากังวลคือยังคงมีประชาชนที่ไม่ทราบว่าน้ำที่ตนใช้ดื่มกินถูกสุขอนามัยและดีต่อสุขภาพหรือไม่

ปัญหาน้ำที่ไม่ถูกสุขอนามัยมาจากทั้งสิ่งปฏิกูลที่อยู่ในแหล่งน้ำแล้วไม่ได้รับบำบัด รวมถึงมีน้ำทิ้งที่ประมาณ 50-80% ซึ่งไหลลงสู่ลำธาร แม่น้ำ และน้ำบาดาล ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมของอินเดียเผยว่าน้ำที่ไหลมาจาก 17 แม่น้ำในรัฐคาร์นาตากาเต็มไปด้วยน้ำทิ้งจากโรงงานและไม่เหมาะสมสำหรับการบริโภค แม่น้ำคงคาซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลมากที่สุดในโลกก็พบว่ามีสิ่งปฏิกูลจากน้ำทิ้งทั่วไปและจากโรงงานรวมราว 3 ล้านลิตรต่อวัน โดยในภาพรวมของอินเดียในทุก ๆ ปีจะมีน้ำเสียและน้ำทิ้งจากโรงงานกว่า 9 ล้านลิตร โดยมีเพียง 4.75 ล้านลิตรที่ได้รับการบำบัด

ซึ่งแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนสารหนูมากที่สุดคือแม่น้ำคงคา แม่น้ำพรหมบุตร แม่น้ำเมฆนา และในรัฐอื่นอย่างรัฐอุตตรประเทศ รัฐพิหาร รัฐฌาร์ขันท์ รัฐเบงกอลตะวันตก และรัฐอัสสัม ตามข้อมูลของ National Rural Drinking Water Programme (NRDWP) ประชากรประมาณ 9.6 ล้านคนในรัฐเบงกอลตะวันตก ประมาณ 1.6 ล้านคนในรัฐอัสสัม 1.2 ล้านคนในรัฐพิหาร 5 แสนคนในรัฐอุตตรประเทศ และราว 13,000 คนในรัฐฌาร์ขันท์ กำลังเผชิญความเสี่ยงกับการปนเปื้อนสารหนูในน้ำบาดาล

ขณะที่รัฐบาลอินเดียประกาศความมุ่งมั่นที่จะให้มีน้ำสะอาดใช้สำหรับครัวเรือนชนบทภายในปี 2567 (2024) รวมถึงอาจมีการพิจารณากฎหมายที่ครอบคลุมรอบด้านเกี่ยวกับมลพิษและสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ตามความเห็นของผู้เขียนใน Time to Combat Water Contamination in India เผยแพร่ในETHealthworld.com มองว่าทุกคน บริษัท และการปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถช่วยกันชี้แหล่งที่มาของการปนเปื้อนได้ และให้อินเดียพิจารณาเทคโนโลยีการทำให้น้ำสะอาด (Purification technology) โดยเฉพาะการทำให้น้ำมีความเป็นด่าง (alkaline water) ลดความกรด และเพิ่มค่าความเป็นกลางของน้ำมากขึ้น

ทั้งนี้ เพราะว่าน้ำที่มีค่าความเป็นด่างเต็มไปด้วยแร่ธาตุ อาทิ แคลเซียม โปแทสเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี ที่มีความสำคัญต่อระบบเผาผลาญและมีประโยชน์หลายประการต่อร่างกาย ทั้งช่วยการขับถ่าย ลดน้ำหนัก ทำให้ผิวและร่างกายไม่ขาดน้ำ รวมถึงการขับ/ดีท๊อกซ์ของเสีย และอื่น ๆ ในแง่นี้ รัฐบาลควรออกมาตรการสร้างแรงจูงใจ ให้เครื่องกรองน้ำหรือกระบวนการทำน้ำสะอาดมีราคาถูกลง เพื่อที่ประชาชนจะได้เข้าถึงน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัด-ทำให้สะอาด-มีความเป็นด่างที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นนั่นเอง

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ SDGs
#SDG3 หลักประกันว่าด้วยการมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีสำหรับทุกคน
#SDG6 น้ำสะอาด สุขอนามัย และสุขาภิบาล ซึ่งครอบคลุมน้ำดื่มที่ปลอดภัย มีราคาที่สามารถซื้อได้ คุณภาพน้ำ-การลดการปล่อยของเสีย-การบำบัดน้ำ

แหล่งที่มา:
https://health.economictimes.indiatimes.com/news/industry/time-to-combat-water-contamination-in-india/81775584

Last Updated on เมษายน 5, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

SDG Spotlight – 6 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 2 ประจำเดือนมกราคม 2567

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่  6 – 12 มกราคม 2567 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ด…

อุบัติเหตุบนถนนเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ โดยมีเป้าหมายลดการเสียชีวิตลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2573

“อุบัติเหตุทางท้องถนน” เป็นสาเหตุให้ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตถึง 1.3 ล้านคนต่อปี อีก 50 ล้านคนที่ได้รับบาดเจ็บ ซ้ำยังเป็นสาเหตุหลักคร่าชีวิตเด็กและคนหนุ่…

‘ทหารเด็ก’ เป็นแรงงานเด็กที่เลวร้ายที่สุด แต่ทั่วโลกมีเด็ก 1 ใน 8 คนในพื้นที่สงครามที่เสี่ยงต่อการถูกเกณฑ์

ข้อมูลจาก Save the Children ระบุว่า มีเด็ก 1 ใน 8 คน หรือคิดเป็นราวมากกว่า 300 ล้านคนทั่วโลก อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งและสงคราม ที่เสี่ยงต่อการถูกเกณฑ…

WHO เผยแพร่คำแนะนำล่าสุดในการฉีดวัคซีน HPV พร้อมเน้นย้ำเด็กหญิงอายุ 9 – 14 ปี ควรได้รับก่อนเริ่มมีกิจกรรมทางเพศครั้งแรก

กลางเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ได้เผยแพร่เอกสารแสดงจุดยืน (position paper) ที่ระบุถึงคำแนะนำสำหรับ…

ค้นหา