ผลกระทบจาก Climate Change กำลังทำลายภาพเขียนหินในถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports เปิดเผยว่าผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศกำลังทำลายรูปวาดบนผนังถ้ำในอินโดนีเซีย รวมถึงรูปหมูป่าที่มีอายุกว่า 45,500 ปี บนเกาะสุลาเวสี ที่ถูกระบุว่าเป็นรูปวาดสัตว์ภายในถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

รูปวาดหมูป่านี้มีอายุมากกว่า 45,500 ปี
Source:  Basran Burhan/Griffith University

นักวิจัยได้ศึกษากลไกการสลายตัวของภาพวาดโบราณบนผนังถ้ำในพื้นที่ 11 แห่ง ในภูมิภาค Maros-Pangkep บนเกาะสุลาเวสี ซึ่งทั้งหมดมีอายุอย่างน้อย 20,000 ถึง 40,000 ปี พบว่างานศิลปะเหล่านี้มีการเสื่อมสภาพอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา แม้จะยังคงสภาพดีมาได้นานหลายหมื่นปี แนวโน้มความเสียหายจะเกิดเร็วขึ้นไปพร้อมกับความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น

การวิเคราะห์ใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์หลายประเภทรวมกัน เช่น การใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังสูง การวิเคราะห์ทางเคมีและการพิจารณาโครงสร้างผลึก ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ‘ผลึกเกลือ’ ที่ก่อตัวด้านบนและด้านหลังของภาพวาดบนผนังหิน สามารถทำให้รูปวาดหลุดร่อนออกจากผนังถ้ำได้

กระบวนการก่อตัวของผลึกเกลือเกิดขึ้นเมื่อสารละลายที่มีส่วนผสมของเกลือซึมผ่านหินระเหยจนหมด จนเหลือเพียงผลึกเกลือบนชั้นหินเท่านั้น เกลือดังกล่าวจะพองตัวและหดตัวตามสภาพแวดล้อมที่ร้อนขึ้นและเย็นลง ทำให้เกิดความเครียดในหิน โดยในวันที่อากาศร้อนจัด ผลึกเกลือเหล่านี้สามารถขยายตัวได้มากกว่าขนาดเริ่มต้นถึงสามเท่า ซึ่งมีหลักฐานว่าสามารถขยายตัวได้จนขนาดใหญ่ครึ่งฝ่ามือในเวลาแค่ห้าเดือน

ผลึกเกลือเหล่านี้ให้ทำให้หน้าหินร่วนเป็นผง หรืออาจก่อตัวขึ้นเป็นเสาดันให้ชั้นภาพเขียนหลุดออกจากพื้นผนัง ก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไข

ภูมิภาคออสตราเลเซีย (Australasia) ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศอินโดนีเซีย มีสภาพภูมิอากาศที่อุ่นผันผวน สภาพอากาศที่ไม่แน่นอนจึงส่งผลต่อสภาพของภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์เหล่านี้มากกว่าในภูมิภาคยุโรป ที่สภาพอากาศค่อนข้างเสถียรกว่า การผุกร่อนของภาพเขียนหินในถ้ำจึงเป็นไปอย่างช้าและรุนแรงน้อยกว่า

ก่อนที่ผลกระทบจากการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศจะทำลายมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ไปตลอดกาล นักวิจัยเสนอว่าต้องมีการดำเนินการเร่งด่วนเพื่อเก็บข้อมูลศิลปะบนผนังหินเหล่านี้อย่างละเอียดด้วยการสแกนระบบสามมิติ และค้นหาภาพวาดอื่นที่มีก่อนที่จะเสียหายไปทั้งหมด

ผลกระทบจากการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม เกี่ยวข้องกับ SDGs ในเป้าหมาย. .
- SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ในประเด็น ปกป้องและคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติของโลก (11.4)
- SDG 13 ต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในประเด็น เสริมความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ (13.1)

ที่มา : The Conversation

Last Updated on พฤษภาคม 21, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

ILO ชี้ วิกฤติซ้อนวิกฤติแช่แข็งความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศพัฒนาน้อยที่สุด

รายงานล่าสุด Present and future of work in the Least Developed Countries โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ชี้ สภาวะวิกฤติซ้อนวิกฤติอย่างที่เป็นอยู…

7 มุมมองของผู้เชี่ยวชาญสู่อนาคตที่เท่าเทียมขึ้น ด้วยการลดความเหลื่อมล้ำทั้ง ‘แนวดิ่งและแนวระนาบ’ (vertical and horizontal inequality)

บทความ How can the world address inequality? 7 experts explain จากสภาเศรษฐกิจโลก สรุปความคิดเห็นจากเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ 7 ท่านในตำแหน่งสำคัญ อาทิ

SDG Recommends | รายงานการคุ้มครองทางสังคมของโลก 2563 – 2565: ทางแยกและทางเลือก

อ่าน – ความยั่งยืนในรายงานโลก วันนี้ ชวนคุณมาอ่านรายงานการคุ้มครองทางสังคมของโลก 2563 – 2565 (World Social Protection Report 2020–22) ที่ฉายภาพรว…

SDSN Networks in Action 2020 – รายงานความก้าวหน้าของเครือข่าย SDSN ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย

Sustainable Development Solutions Network หรือ SDSN ออกรายงาน SDSN Networks in Action ประจำปี 2020 เพื่อนำเสนอ นวัตกรรมการแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาที่ยั่…

ค้นหา