รายงาน ‘ขยะอิเล็กทรอนิกส์และสุขภาพเด็ก’ ฉบับแรกจาก WHO เรียกร้องให้มีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและมีข้อผูกมัดมากขึ้น

องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกรายงานฉบับแรก เกี่ยวกับผลกระทบของขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อสุขภาพเด็ก ‘Children and Digital Dumpsites และเรียกร้องให้มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีข้อผูกมัดมากขึ้น เพื่อปกป้องดูแลเด็ก วัยรุ่น และสตรีมีครรภ์หลายล้านคนทั่วโลกจากภัยคุมคามด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นเนื่องจากกระบวนการจัดการขยะอุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

มีผู้หญิงถึง 12.9 ล้านคนที่ทำงานอยู่ในภาคส่วนการจัดการขยะนอกระบบเศรษฐกิจ (informal sector) เช่น คนเก็บขยะ หรือ รถเร่รับซื้อของเก่า ซึ่งพวกเธอมีโอกาสต้องสัมผัสกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นพิษที่จะทำอันตรายต่อสุขภาพผู้หญิงเอง และทำให้ลูกในครรภ์มีความเสี่ยงด้านสุขภาพและพัฒนาการไปตลอดชีวิต ผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ทารกในครรภ์เสียชีวิต การคลอดก่อนกำหนด หรือทารกมีขนาดตัวเล็กผิดปกติ และเมื่อโตขึ้นอาจมีปัญหาด้านพัฒนาทางสติปัญญาและอารมณ์

ในขณะเดียวกัน มีเด็กและวัยรุ่นมากกว่า 18 ล้านคน ซึ่งบางคนมีอายุไม่เกิน 5 ปี มีส่วนร่วมภาคอุตสาหกรรมแปรรูปขยะนอกระบบ เด็กมักได้รับหน้าที่ให้ช่วยพ่อแม่หรือผู้ดูแลในการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากมือของเด็กมีขนาดเล็ก จึงสามารถจัดการกับชิ้นส่วนขนาดเล็กได้คล่องแคล่วกว่า และยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ใช้ชีวิต ไปโรงเรียน และเล่นใกล้พื้นที่รีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการปนเปื้อนสารพิษปริมาณสูง โดยเฉพาะตะกั่วและปรอท ที่ส่งผลร้ายต่อร่างกายและระดับสติปัญญา โดยเฉพาะสมองของเด็กที่กำลังพัฒนา เด็กๆ ที่สัมผัสขยะอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีความเสี่ยงต่ออันตรายจากสารพิษมากกว่าผู้ใหญ่เพราะพวกเขาตัวเล็กกว่า และไม่สามารถกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ดีเท่าผู้ใหญ่

จากข้อมูลของ Global E-waste Statistics Partnership (GESP) พบว่า ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 21% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจนถึงปี 2019 คิดเป็นการสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์ถึงจำนวน 53.6 ล้านตัน ยังมีการคาดการณ์ว่าปริมาณขยะประเภทนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการขยายตัวของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในปี 2019 มีเพียง 17.4% เท่านั้นที่เข้าถึงสถานที่จัดการหรือรีไซเคิลอย่างได้ถูกต้อง ตามการประมาณการล่าสุดของ GESP ขยะส่วนที่เหลือถูกทิ้งอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำหรือปานกลาง ซึ่งขยะเหล่านั้นจะถูกรีไซเคิลโดยแรงานนอกระบบที่จะได้รับความเสี่ยงจากสารพิษโดยตรง

รายงาน Children and Digital Dumpsites เรียกร้องให้มีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพและมีข้อผูกพันจากผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และรัฐบาล เพื่อให้แน่ใจว่ามีการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อสุขภาพของคนงาน ครอบครัว และชุมชนของพวกเขา มีการติดตามผลผลลัพธ์ด้านสุขภาพจากการสัมผัสกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ อำนวยความสะดวกในการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ให้มากขึ้น และส่งเสริมการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานนานขึ้น

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ภาคสุขภาพดำเนินการลดผลกระทบด้านสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์จากขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยการเพิ่มขีดความสามารถในการวินิจฉัย ติดตาม และป้องกันการสัมผัสสารพิษในเด็กและผู้หญิง สร้างความตระหนักรู้ถึงผลประโยชน์ทั้งสองฝ่ายที่เกิดขึ้นจากการจัดการขยะอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น ทำงานร่วมกับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และสนับสนุนให้มีการวิจัยข้อมูลและสุขภาพเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่คนงานนอกระบบต้องเผชิญให้มากขึ้น

เข้าถึงรายงาน Children and Digital Dumpsites และ Infographics

ขยะอิเล็กทรอนิกส์และสุขภาพเด็ก เกี่ยวข้องกับ SDGs ในเป้าหมาย ..
- SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ในประเด็น ลดการตายและป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากการปนเปื้อนและมลพิษต่าง ๆ (3.9)
- SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในประเด็น ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกกลุ่ม (8.8)
- SDG12 แผนการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ ในประเด็น ลดการปล่อยสารเคมีและของเสียเป็นพิษออกสู่ธรรมชาติและจัดการอย่างถูกต้อง (12.4)

ที่มา: WHO

Last Updated on มิถุนายน 16, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

ประชุม BIMSTEC ครั้งที่ 6 “รุ่งเรือง ยืดหยุ่น เปิดกว้าง” มีประเด็นใดน่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนบ้าง

เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (The Bay of Bengal Initiativ…

รายงานจัดอันดับ 100 เมืองทั่วโลกที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูงสุด โดย 99 เมืองอยู่ในทวีปเอเชีย

จากรายงานการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Risk Outlook 2021) โดย Verisk Maplecroft บริษัทประเมินความเสี่ยงในสหราชอาณาจักร จัดอ…

THE Impact Rankings 2023: มหาวิทยาลัยไทยกว่า 9 แห่ง ติด Top 400 ของโลก 

วันที่ 1 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา Times Higher Education (THE) องค์กรจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก จากประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีก…

จุฬาฯ และ มช. ติดอันดับ Top 100 ของโลกจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัย THE Impact Rankings 2022

THE Impact Rankings ประจำปี 2022 มีจำนวนมหาวิทยาลัย 1,406 แห่งใน 106 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมการจัดอันดับ

‘จุฬาฯ’ ได้อันดับที่ 16 ของโลก ตามมาด้ว…

ค้นหา