มะลาละห์ ยูซัฟซัย: ‘เราอาจมีเวลาเถียงกันเรื่องอัฟกานิสถานมาถึงจุดนี้ได้ยังไง แต่เสียงร้องของผู้หญิงและเด็กหญิงชาวอัฟกัน รอเวลาไม่ได้แล้ว’

มะลาละห์ ยูซัฟซัย (Malala Yousafzai) ชาวปากีสถานผู้ชนะรางวัลโนเบลสันติภาพปี 2557 ผู้รอดชีวิตจากการเผชิญหน้ากับตาลีบัน และปัจจุบันเป็นนักเคลื่อนไหวรณรงค์สิทธิผู้หญิงและเด็กหญิงในประเทศกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะด้านการศึกษา ได้ตอบโต้ต่อสถานการณ์ที่กลุ่มตาลีบันเข้าครองอำนาจการปกครองในอัฟกานิสถาน ว่านอกจากบรรดาผู้นำโลกจะต้องแสดงออกอย่างแข็งขันและเข้ามาปกป้องพลเมือง ให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างเต็มที่ และเปิดพรมแดนรับผู้พลัดถิ่นและผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันแล้ว ยังมีประเด็นที่จะต้องตระหนักถึงเป็นสำคัญอย่างการลิดรอน/จำกัดสิทธิผู้หญิงและเด็กหญิงในอัฟกานิสถาน การที่ต้องปกปิดตัวตนหรือถูกกีดกันไม่ให้ไปโรงเรียนหรือทำงาน และความรู้สึก ‘หวาดกลัว’ กับปัจจุบันและอนาคตที่อันตรายภายใต้ระบอบของตาลีบันอีกครั้ง

‘ผู้หญิงชาวอัฟกันมีความกล้าหาญ เข้มแข็ง และส่งเสียงมาโดยเสมอ เราทุกคนจะต้องให้โอกาสและเวลากับพวกเธอมากขึ้น ให้ได้ส่งเสียงบอกเราว่าโลกจะต้องทำอะไรเพื่อพวกเธอบ้าง และเพื่อสันติภาพของอัฟกานิสถาน’

– มะลาละห์ ยูซัฟซัย

ข้อเขียนของมะลาละห์ ยูซัฟซัยที่เธอเขียนเผยแพร่ใน New York Times ช่วยฉายภาพให้เห็นสถานการณ์และความเป็นอยู่ของผู้หญิงและเด็กหญิงในอัฟกานิสถานได้ดีขึ้น รวมถึงข้อเรียกร้องและความเป็นไปได้ที่จะช่วยเสริมพลังอำนาจแก่ผู้หญิงและเด็กหญิง

ในด้านการศึกษา ผู้หญิงและเด็กหญิงชาวอัฟกันหลายล้านคนได้มีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียนและได้รับการศึกษาตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา แต่การที่กลุ่มตาลีบันซึ่งเคยกีดกันผู้หญิงและเด็กหญิงไม่ให้ได้ไปโรงเรียนรวมถึงลงโทษพวกเธออย่างรุนแรง ในตอนนี้สามารถหวนคืนกลับเข้าสู่อำนาจ ทำให้ประเด็นเรื่องสิทธิสตรีถูกตั้งคำถามอีกครั้ง ผู้คนต่างกังวลว่าจะได้ไปโรงเรียนอีกหรือไม่ จะได้อ่านหนังสืออีกหรือไม่ หรือจะได้กลับไปทำงานตามปกติอีกหรือไม่ ความหวาดกลัวได้แพร่ขยายนับเป็นหนึ่งประเด็นหลักเมื่อเราพูดถึงสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน

มะลาละห์ ยูซัฟซัย มองว่า แม้ตาลีบันจะแถลงอธิบายว่าจะไม่ละเลยและไม่ปฏิเสธสิทธิในการศึกษาและสิทธิในการทำงานของผู้หญิงและเด็กหญิง แต่ตาลีบันเองก็มีประวัติที่เคยกดขี่สิทธิสตรีมาก่อน และเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความหวาดกลัวของผู้หญิงและเด็กหญิงอัฟกันนั้นไม่ใช่เรื่องจริง เพราะข้อมูลรายงานในตอนนี้ก็มีที่ชี้ว่า มีเด็กหญิงที่ไม่สามารถกลับไปยังมหาวิทยาลัยได้ และผู้หญิงไม่สามารถกลับไปยังที่ทำงานได้ ตามที่เธอได้พูดคุยกับนักเคลื่อนไหวด้านการศึกษาในอัฟกานิสถานหลาย ๆ คน

นักเคลื่อนไหวรายหนึ่งมีความเห็นว่า ตาลีบันจะต้องมีการระบุอย่างเฉพาะเจาะจงว่ามีอะไรที่สามารถอนุญาตให้ผู้หญิงและเด็กหญิงทำได้ เพราะนั่นจะเป็น ‘ข้อตกลง’ หรือสิ่งที่ยืนยันว่าผู้หญิงและเด็กหญิงจะมี ‘สิทธิ’ ที่แท้จริง ที่จะได้เรียนจนจบ สามารถเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ได้ สามารถไปมหาวิทยาลัยและทำงานที่เธอเป็นคนเลือกเองได้ โดยไม่ใช่สิทธิในการศึกษาทางศาสนาแต่เพียงเท่านั้น (religious-only education) โดยนักเคลื่อนไหวคนดังกล่าวกังวลว่าการศึกษาดังกล่าวไม่อาจนำมาซึ่งทักษะและการบรรลุความฝัน ที่สุดท้ายหมายความว่าประเทศอาจจะไม่มีแพทย์ วิศวกร หรือนักวิทยาศาสตร์

‘ปกติแล้วเราจะรณรงค์เรื่องการศึกษากัน มาในวันนี้ เราต้องมาหาเต็นท์ที่พักพิง… เพราะผู้คนต่างหนีตาย และเราจะต้องให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อไม่ให้แต่ละครอบครัวต้องสูญเสียชีวิตจากความอดอยากหรือการขาดน้ำ’

นอกจากนั้น นักเคลื่อนไหวอีกรายหนึ่งมีความเห็นว่า มหาอำนาจระดับภูมิภาคควรจะเข้ามาช่วยเหลือในการให้ความคุ้มครองผู้หญิงและเด็กหญิงอย่างจริงจัง ส่วนประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีน อิหร่าน ปากีสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน จะต้องช่วยชีวิตและรับพลเมืองที่ลี้ภัย ไปจนถึงให้เด็ก ๆ สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนท้องถิ่นได้ หรือองค์การด้านมนุษยธรรมอาจจะสนับสนุนให้มีการสร้างศูนย์การเรียนรู้ชั่วคราวขึ้นมาในค่ายผู้ลี้ภัย

ทั้งนี้ มะลาละห์ ยูซัฟซัย ย้ำอีกครั้งว่าสำหรับสถานการณ์ทางการเมืองในอัฟกานิสถาน เรายังพอมีเวลาที่จะถกแถลงกันอยู่ แต่ที่เราไม่มีเวลาเหลืออยู่แล้วและควรจะต้องทำตอนนี้คือ ฟังเสียงตะโกนบอกของผู้หญิงและเด็กหญิงชาวอัฟกันที่เรียกร้องขอความคุ้มครอง การศึกษา สันติภาพ และอนาคตของพวกเธอ

มะลาละห์ ยูซัฟซัย นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนและสิทธิสตรีชาวปากีสถานอายุ 24 ปี และผู้ชนะรางวัลโนเบลสันติภาพปี 2557 อายุน้อยที่สุด (17 ปี) จากการต่อสู้เพื่อการศึกษาของเด็ก

ปัจจุบันเธอและครอบครัวลี้ภัยอยู่ในสหราชอาณาจักร หลังจากเมื่ออายุ 15 ปี ระหว่างทางบนรถโรงเรียนกลับบ้าน เธอถูกลอบยิงเข้าที่ศรีษะและคอโดยตาลีบัน ด้วยเหตุที่เธอเรียกร้องสิทธิของเด็กหญิงที่จะได้รับการศึกษา

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG5 ความเท่าเทียมระหว่างเพศและการเสริมพลังอำนาจแก่ผู้หญิงและเด็กหญิง
-(5.1) ยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในทุกที่
-(5.2) ขจัดความรุนแรงทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงทั้งในที่สาธารณะและที่ส่วนบุคคล
-(5.5) หลักประกันว่าผู้หญิงจะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ และมีโอกาสเท่าเทียมในการเป็นผู้นำในทุกระดับของการตัดสินใจในทางการเมือง เศรษฐกิจ และภาคสาธารณะ
-(5.c) เลือกใช้และส่งเสริมนโยบายที่ดีและกฎระเบียบที่บังคับใช้ได้ เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และการให้อำนาจแก่ผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคนในทุกระดับ
#SDG16 สังคมสงบสุข มีความยุติธรรมสำหรับทุกคน ครอบคลุม สถาบันมีประสิทธิผล

ทั้งนี้ โดยครอบคลุมถึงสิทธิสองประการสำคัญอย่าง
#SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
-(4.5) ขจัดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา ระหว่างชายและหญิง และสร้างหลักประกันว่ากลุ่มที่เปราะบางเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับอย่างเท่าเทียม ภายในปี 2573
-(4.6) หลักประกันว่าเยาวชนทุกคนและผู้ใหญ่ ทั้งชายและหญิง สามารถอ่านออกเขียนได้และคำนวณได้ภายในปี 2573
#SDG8 งานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน
-(8.5) ส่งเสริมการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ภายในปี 2573

แหล่งที่มา:
Afghanistan: UK and US must protect Afghan activists – Malala (BBC)
Malala: I Fear for My Afghan Sisters (nytimes)

Last Updated on สิงหาคม 18, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

SDG Spotlight – 6 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 3 ประจำเดือนมิถุนายน 2566

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่ 10 – 16 มิถุนายน 2566 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ดัง…

9 สิงหาคม วันสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก – UN DESA จัดงานเฉลิมฉลองภายใต้ธีม “บทบาทสตรีพื้นเมืองในการอนุรักษ์และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น”

ชนพื้นเมืองดั้งเดิม (indigenous people) มีสัดส่วนถึงร้อยละ 6.2 ของประชากรโลก และมีภาษาพูดกว่า 4,000 ภาษา เฉพาะประเทศไทยมีชนพื้นเมืองอยู่กว่า 6.1 ล้าน…

รายงานธนาคารโลกชี้ “เศรษฐกิจโลกปี 2564 จะฟื้นตัว แต่เป็นไปอย่างช้าจนถึงปี 2568”

เขียนเมื่อ 20 มกราคม 2564 ถิรพร สิงห์ลอ

เครือธนาคารโลก เผยแพร่ “รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก เดือนมกราคม 2564 (Global Economic Prospects, January

ไทยเผชิญปรากฏการณ์ ‘ปะการังฟอกขาว’ ครั้งใหญ่ พบปะการังตายกว่า 40% เหตุโลกร้อน-น้ำทะเลเดือด

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เผยข้อมูลปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว พบว่าในปี 2567 สถานการณ์ปะการังฟอกขาวโดยภาพรวมของประเทศไทย มีอัตราการฟอกขาวประมาณ 60 – …

ค้นหา