98% ของอาณานิคมเพนกวินจักรพรรดิอาจจะสูญพันธุ์ภายในปี 2100 เมื่อน้ำแข็งละลายจากภาวะโลกรวน

การศึกษา The call of the emperor penguin: Legal responses to species threatened by climate change ระบุว่าหากภาวะโลกรวน (global warming) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ยังคงมีแนวโน้มเป็นอย่างในทุกวันนี้ โดยที่แนวนโยบายภาครัฐยังไม่มีการระบุถึงการลงมือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก น้ำแข็งในแอนตาร์กติกาจะลดลงในอัตราที่กระทบต่อจำนวนอาณานิคมเพนกวินจักรพรรดิ (Emperor penguin) ซึ่งอยู่อาศัยในบริเวณนั้น ลดลงจนถึงขั้นสูญพันธุ์ภายในปี 2100 และอาจไม่มีทางที่จะฟื้นประชากรเพนกวินจักรพรรดิกลับมาได้

และเมื่อภาวะโลกรวนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นศัตรูต่อการอยู่รอดของอาณานิคมเพนกวินจักรพรรดิ สิ่งที่โลกต้องทำคือการปกป้องสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์และลงมือจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียสตามข้อตกลงปารีส


ข้อมูลจากทีมผู้ศึกษาที่ได้สำรวจและเก็บข้อมูลความเป็นอยู่ของเพนกวินจักรพรรดิบริเวณPointe Géologie ใน Terre Adélie ตั้งแต่คริสต์ทศวรรษที่ 1960 เพียงพอที่จะชี้ว่าแหล่งที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นทั้งแหล่งผสมพันธุ์และหลบภัยจากศัตรู ตลอดจนแหล่งอาหาร กล่าวคือบริเวณธารน้ำแข็งที่ติดกับผืนดิน (sea ice) และแผ่นน้ำแข็งที่ลอยอยู่แต่ไม่ได้ติดกับผืนดิน (pack ice) ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเป็นผลมาจากกิจกรรมของมนุษย์

หลักฐานปรากฎให้เห็นชัดเมื่อช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1970 เมื่อธารน้ำแข็งละลายและจำนวนเพนกวินจักรพรรดิเพศผู้มีจำนวนลดลง ได้ส่งผลต่อการผสมพันธุ์และจำนวนประชากรเพนกวินที่ไม่มีทางกลับมาเป็นแบบเดิม เป็นสัญญาณที่เกิดชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

ภาพจากบทความใน the conversation แสดงให้เห็นถึงการลดลงของจำนวนเพนกวินจักรพรรดิในฉากทัศน์ที่โลกยังคงปล่อยก๊าซสู่ชั้นบรรยากาศในระดับที่สูงอยู่

การศึกษาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันได้เรียกร้องให้มีการปกป้องสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์มาเสมอ และจะต้องทำการศึกษาภัยคุกคามที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตต่อไป ทีมผู้ศึกษาชี้ว่าพระราชบัญญัติสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ (Endangered Species Act) ของสหรัฐฯ ที่ให้การคุ้มครองสิ่งมีชีวิตและแหล่งที่อยู่อาศัยซึ่งตกอยู่ในความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้น แม้จะไม่สามารถให้ความคุ้มครองครอบคลุมสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ซึ่งไม่ได้อยู่ในอาณาบริเวณ/เขตแดนของสหรัฐฯ ที่กฎหมายให้การคุ้มครอง กล่าวคือ สหรัฐฯ ไม่สามารถปกป้องเพนกวินจักรพรรดิได้โดยตรง ถึงกระนั้น ก็สามารถใช้กฎหมายให้การคุ้มครองสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ที่มีอยู่อย่างแข็งขัน โดยเพิ่มแรงกดดันต่อภาคส่วน/หน่วยงานที่มีส่วนปล่อยก๊าซสู่ชั้นบรรยากาศทำให้โลกร้อน ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะมีต่อสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ตามรายการที่ระบุไว้ภายใต้กฎหมาย

เพราะแม้ในกรณีของเพนกวินจักรพรรดิจะสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้บ้าง แต่เพนกวินจักรพรรดิจะไม่สามารถวิวัฒนาการให้อยู่รอดจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปได้ โดยอาจจะถึงคราวสูญพันธุ์ภายในปี 2100 ดังนั้น รัฐต่าง ๆ จะต้องลงมือจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียสตามข้อตกลงปารีสให้สำเร็จ

แม้นว่าตามข้อมูลการประเมินของ Climate Action Tracker ในปัจจุบัน แนวนโยบายของรัฐเป็นไปได้ว่ามากถึง 97% จะทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส ก็ตาม

● อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
climate change: 1 ใน 3 ปัจจัย ‘ตัวเร่ง’ หลักที่จะทำให้โลกสูญเสียลิงยักษ์แอฟริกาครั้งใหญ่ ภายใน 30 ปีนี้
SDG Updates | Climate Change ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ – สิ่งที่รัฐต้องตระหนักจากรายงาน IPCC ล่าสุด

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG13 การรับมือและจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
-(13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
-(13.3) พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ และการเตือนภัยล่วงหน้า
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
-(15.5) ปฏิบัติการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อลดการเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และภายในปี 2563 จะปกป้องและป้องกันการสูญพันธ์ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม

แหล่งที่มา:
98% of emperor penguin colonies could be extinct by 2100 as ice melts – can Endangered Species Act protection save them? (the conversation)

Last Updated on มกราคม 12, 2022

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

SDG Spotlight – 5 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 2 ประจำเดือนพฤษภาคม 2566

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่  7 พฤษภาคม – 12 พฤษภาคม 2566 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่…

รัฐ South Australia กับบทเรียนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน 7 ประการให้เราได้เรียนรู้

รัฐที่มีขนาดใหญ่กว่ารัฐเท็กซัส สหรัฐฯ 1.3 เท่าและมีประชากร 1.7 ล้านคนอย่างรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย เป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำระดับโลกด้านการ…

SDG Recommends | Modern Slavery Data Stories เล่าเรื่อง ‘ทาสสมัยใหม่’ ที่ซ่อนตัวอยู่ทั่วโลกด้วย data

พบกับคอลัมน์ SDG Recommends เช่นเดิม เพิ่มเติมคือปรับลุคใหม่ ชวนติดตามประเด็นใน SDGs กับการ ‘อ่าน – ดู – ฟัง’ หาความยั่งยืนในทุกแง่มุม

ดู

เชิญร่วมพิธีเปิดนิทรรศการและงานเสวนา “นโยบายที่ไทยต้องการ…เปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม”

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการและงานเสวนา “นโยบายที่ไทยต้องการ…เปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม”วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2565 เวลา&nb…

ค้นหา