SDG Spotlight – 6 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 2 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2567

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่ 10 – 16 กุมภาพันธ์ 2567 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ดังนี้

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ได้รับรองข้อแนะนำด้านงานฝึกหัดที่มีคุณภาพปี 2023 (ฉบับที่ 208) เป็นข้อมูลชี้วัดใหม่เกี่ยวกับการเรียนรู้จากการทำงาน (Work-Based Learning : WBL) และอาชีวศึกษา ซึ่งพบว่าการศึกษาที่มีคุณภาพและโอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้คนในสังคม โดยทั่วโลกมีเพียงสัดส่วนคนรุ่นใหม่ อายุ 15 ถึง 24 ปี ประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่อยู่ในระบบการศึกษาและการฝึกอบรม มีความเหลื่อมล้ำอย่างมากระหว่างประเทศต่าง ๆ โดยอัตราการเข้าร่วมในระบบการศึกษามีตั้งแต่เพียงร้อยละ 20 ไปจนถึงเกือบ 80% ในภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งการฝึกงานและฝึกอบรมในแต่ละประเทศยังมีความสำคัญแตกต่างกัน ดังนั้น รายงานฉบับนี้  เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงนโยบายเพื่อให้แน่ใจว่าการเรียนรู้จากการทำงานนั้นมีประสิทธิภาพและครอบคลุม 

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG4 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 4.3 สร้างหลักประกันให้ชายและหญิงทุกคนเข้าถึงการศึกษา อาชีวศึกษาในราคาที่สามารถจ่ายได้  4.4 เพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่เกี่ยวข้องจำเป็น รวมถึงทักษะทางด้านเทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน  และ 4.5 ขจัดความเหลี่อมล้ำทางเพศด้านการศึกษา และสร้างหลักประกันว่ากลุ่มที่เปราะบางเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับอย่างเท่าเทียม และ SDG8 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 8.6 ลดสัดส่วนของเยาวชนที่ไม่มีงานทำ ที่ไม่มีการศึกษา และที่ไม่ได้รับการฝึกอบรม

เข้าถึงได้ที่ : ‘คนหนุ่มสาว’ และการมีส่วนร่วมกับ ‘การเรียนรู้จากการทำงาน’ – ประชาไท

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2566 ไทยได้เปิดตัวสมัครเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council: UNHRC) วาระปี 2568  – 2570 แต่ในขณะเดียวกันข้อมูลเชิงประจักษ์หลายอย่างค้านสายตา การสำรวจของ Freedom House ในการจัดลำดับ Freedom in the World ไทยอยู่ในหมวด Not Free ด้วย เนื่องจากการคุกคามและจับกุมนักกิจกรรม ผู้เห็นต่างทางการเมือง การใช้กฎหมายมาตรา 112 แม้มีรัฐบาลใหม่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าเสรีภาพในแสดงออกจะแคบลงกว่าเดิม ทำให้หลายคนเป็นกังวลว่า ไทยมีความเหมาะสมแค่ไหนกับการเป็นสมาชิก UNHRC 

สถิติจากรายงานการศึกษาเรื่องการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนโดยโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ พบว่าระหว่างปี 2544 ถึง 2564 นักปกป้องสิทธิมนุษยชนตกเป็นเป้าหมายถึงขั้นเอาชีวิตร้อยละ 30 ซึ่งระหว่างปี 2540 จนถึงเดือนมิถุนายนปี 2565 มีคดีที่เข้าข่ายลักษณะเป็นคดีฟ้องปิดปากโดยภาคธุรกิจและรัฐวิสาหกิจ รวมจำนวนทั้งสิ้น 109 คดี โดยในไทยมีทั้งคดีแพ่งและอาญา หากจำแนกให้เห็นชัด สามารถแบ่งได้เป็นคดีอาญา 74 เปอร์เซ็นต์ และคดีแพ่ง 26 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในบรรดาผู้ทำการฟ้องประชาชน พบว่าส่วนใหญ่เป็นบริษัทเหมืองแร่ที่ริเริ่มดำเนินคดีมากที่สุด 34 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคืออุตสาหกรรมปศุสัตว์ 21.1 เปอร์เซ็นต์ และธุรกิจพลังงาน 13.8 เปอร์เซ็นต์ จากสถิติชี้ให้เห็นว่าในคดีฟ้องปิดปากทั้งหมดในไทย เป็นประเด็นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกินครึ่ง หรือ 53 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดี  ผลกระทบของการฟ้องคดีปิดปากสร้างภาระทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ จิตใจ และหน้าที่การงานของผู้ถูกฟ้อง รวมถึงความกลัวให้เกิดขึ้นต่อผู้ถูกฟ้องและกลุ่มบุคคลที่จะออกมาใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองในอนาคต

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG16 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 16.3 ส่งเสริมหลักนิติธรรมและสร้างหลักประกันว่าทุกคนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม 16.6 พัฒนาสถาบันทุกระดับให้มีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบ และโปร่งใส 16.7 สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบในทุกระดับการตัดสินใจ และ 16.10 สร้างหลักประกันว่าสาธารณชนสามารถเขาถึงข้อมูลและมีการปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน 

เข้าถึงได้ที่ : ไทยอยากเป็นคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน UN แต่สถิติการฟ้องปิดปากและคุกคามถึงตายยังพุ่งสูง – thairath plus

สรุปยอดรายชื่อหนุน ร่างนิรโทษกรรมประชาชน จำนวนกว่า 35,905 คน โดยมีเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนจัดกิจกรรม “ส่งรักให้ถึงสภา ถามหาความยุติธรรม เพื่อนิรโทษกรรมประชาชน” ซึ่งได้มอบรายชื่อหนุนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนดังกล่าวให้รัฐสภา วัตถุประสงค์เดิมนั้น ทางเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนย้ำถึงการส่งจดหมายเชิญทุกพรรคการเมือง แต่พรรคการเมืองที่ตอบรับมาร่วมงานและรับร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนมีเพียง 3 พรรค ได้แก่ ขัตติยา สวัสดิผล ตัวแทนพรรคเพื่อไทย ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล และกัณวีร์ สืบแสง ตัวแทนพรรคเป็นธรรม อย่างไรก็ดีรายชื่อทั้งหมดที่ยื่นต่อสภา เพื่อหวังได้บรรจุเป็นวาระพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป โดยในปัจจุบัน มีกฎหมายนิรโทษกรรมจากพรรคการเมืองสามฉบับที่ยื่นต่อสภาแล้ว หากกระบวนการยื่นรายชื่อเสร็จเรียบร้อย ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของภาคประชาชนก็จะได้รับการพิจารณาพร้อมกับร่างกฎหมายอีกสามฉบับ

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG16 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 16.6 พัฒนาสถาบันทุกระดับให้มีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบ และโปร่งใส 16.7 สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบในทุกระดับการตัดสินใจ

เข้าถึงได้ที่ : ปิดแคมเปญ 35,905 รายชื่อ #นิรโทษกรรมประชาชน – iLaw  และ มอบร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชน ‘ส่งรักให้ถึงสภา’ มีแค่ 3 พรรคการเมืองร่วมรับรายชื่อ 35,000 คน –  Thairath Plus 

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ชี้แพลตฟอร์มสำหรับการสร้างเครื่องมือช่วยเหลือทางจิตใจ ด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์โต้ตอบอัตโนมัติ (แชตบอท) ช่วยลดต้นทุนการเก็บข้อมูลและประเมินสุขภาพจิต โดยสามารถออกแบบชุดบทสนทนาสุขภาพจิตที่ต้องการได้เอง ซึ่งจะตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการรักษาดูแล จากนั้น AI จะทำหน้าที่ประมวลชุดบทสนทนาเพื่อใช้โต้ตอบสนทนากับผู้ใช้ระบบ ทำให้นักจิตวิทยามีระบบแชตบอทที่ดูแลสุขภาพจิตได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยปัจจุบันมีโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และโรงเรียนกว่า 40 หน่วยงานแล้วนำไปใช้งานจริง ซึ่งลดภาระบุคลากรด้านสุขภาพจิต ที่ยังมีไม่เพียงพอ พร้อมเล็งหาจังหวัดต้นแบบสำหรับนำ AI ไปใช้ประเมินสุขภาพจิตทั้งจังหวัด

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG3 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 3.4 ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสาม และสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี และ 3.8 ส่งเสริมการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน การเข้าถึงการบริการสาธารณสุขจำเป็นที่มีคุณภาพ 

เข้าถึงได้ที่ : เปิดตัว AI แชทบอท เพื่อนคุยบำบัดใจ แก้ปัญหา ‘สุขภาพจิต’ – The Active 

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดประชุม การพัฒนานโยบายสาธารณะประเด็นการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า เรื่อง การสร้างการรับรู้การสื่อสารและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อตอกย้ำความสำคัญของการสื่อสาร สร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง หลังพบเด็ก เยาวชน จำนวนมากยังขาดความเข้าใจถึงโทษภัย เนื่องจากห่วงการเสพติด ‘นิโคตินสังเคราะห์’ เพราะเติมได้ไม่จำกัด เตรียมผลักดันรัฐสื่อสารความเข้าใจ เนื่องจากพบสถิติว่าในช่วง 2 ปี ระหว่างปี 2564-2566 การสูบในกลุ่มคนทั่วไปอายุ 15 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจาก 7.8 หมื่นคน ในปี 2564 เป็น 7 แสนคน ในปี 2565 หรือเพิ่มถึง 10 เท่า และที่น่าเป็นห่วง คือ อัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเด็กนักเรียนไทย อายุ 13-15 ปี เพิ่มขึ้นจาก 8.1% ในปี 2564 เป็น 17.6% ในปี 2565 จึงต้องลบมายาคติว่าปลอดภัย ช่วยให้เลิกบุหรี่มวนได้ พร้อมย้ำว่าบุหรี่ไฟฟ้า รุนแรงเทียบยาเสพติดและผลักดัน 8 ข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การแก้ไขปัญหา

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG3 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 3.4 ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสาม 3.5 เสริมสร้างการป้องกันและการรักษาการใช้สารในทางที่ผิด 3.9 ลดจำนวนการตายและการเจ็บป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากมลพิษและการปนเปื้อนทางอากาศ น้ำ และดิน ให้ลดลงอย่างมาก ภายในปี พ.ศ. 2573 และ 3.a เพิ่มความเข้มแข็งในการดำเนินงานตามกรอบอนุสัญญาขององค์การอนามัยโลกว่าด้วยการควบคุมยาสูบ

เข้าถึงได้ที่ : นักเรียนไทยติด ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ งอมแงม 2 ปี เพิ่มขึ้น 10 เท่า – The Active  

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ได้เผยแพร่แนวทางและเครื่องมือในการปรับปรุงแหล่งน้ำประปาขนาดเล็ก โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ สร้างการส่งมอบบริการที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บในกลุ่มเปราะบาง รวมถึงชุมชนที่มีทรัพยากรจำกัด ดังนั้นการลงทุนในแหล่งน้ำประปาขนาดเล็ก มีความสำคัญในการช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคที่เกิดจากน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการป้องกันการเจ็บป่วยและการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวกับน้ำ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อคุณภาพและปริมาณของน้ำ ทำให้ควรเพิ่มความพยายามอย่างเร่งด่วนให้ทุกคนสามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่ได้รับการจัดการอย่างปลอดภัย 

นอกจากนี้ แม้จะมีความก้าวหน้าแต่ผู้คน 2.2 พันล้านคนยังคงขาดการเข้าถึงน้ำดื่มที่มีการจัดการอย่างปลอดภัยในปี 2565 โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท ส่วนใหญ่ที่ต้องอาศัยแหล่งน้ำขนาดเล็กที่ยังขาดการให้บริการที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ดังนั้น WHO จึงสร้างกรอบการทำงานด้านน้ำดื่มปลอดภัย เพื่อสร้างกฎระเบียบและมาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มที่เหมาะสมต่อสุขภาพและบริบท 

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG 6  โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 6.1 บรรลุเป้าหมายการให้ทุกคนเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยและมีราคาที่สามารถซื้อหาได้  6.3 ปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยการลดมลพิษ ลดสัดส่วนน้ำเสียที่ไม่ผ่านกระบวนการลงครึ่งหนึ่ง 6.4 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในทุกภาคส่วนและสร้างหลักประกันว่าจะมีการใช้น้ำและจัดหาน้ำที่ยั่งยืน และ 6.b สนับสนุนและเพิ่มความเข้มแข็งในการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการปรับปรุงการจัดการน้ำและสุขอนามัย

เข้าถึงได้ที่ : WHO releases guidelines and tools to enhance small water supplies – WHO

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการกลยุทธไตรพลังในการดำเนินการเพื่อสุขภาวะและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย

Last Updated on มีนาคม 18, 2024

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

EU ใช้งบกับ EU4Health Programme 2021 – 2027 มากกว่าที่ผ่านมาถึง 10 เท่า เตรียมพร้อมรับความท้าทายทางสุขภาพระดับภูมิภาคและระดับโลก

เป็นครั้งแรกที่สหภาพยุโรปลงทุนอย่างมหาศาลในภาคสุขภาพและที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอย่างจริงจังกับแผน EU4Health Programme 2021-2027 ที่งบประมาณ 5.1 พันล้าน…

SDG Index 2024 ไทยรั้งอันดับ 45 ของโลก ร่วงลงมาสองอันดับจากปีก่อน ส่วน SDG1 และ SDG4 อยู่ในสถานะบรรลุเป้าหมายแล้วคงเดิม

วันนี้ (17 มิถุนายน 2567) Sustainable Development Solutions Network (SDSN) ได้เผยแพร่ “รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Developme…

เพียงเพราะ ‘ไม่ได้ขยับร่างกาย’ ก็ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อแล้ว

ทีมนักวิจัย Peter T. Katzmarzyk จากศูนย์วิจัยชีวการแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยรัฐหลุยเซียนา สหรัฐฯ เผยแพร่การศึกษาล่าสุด ‘Physical inactivity and non-commu…

รายงานดิจิทัล ‘Damage and Losses in Agriculture 2021’ จาก FAO แสดงความเสียหายต่อเศรษฐกิจและโภชนาการจากภัยพิบัติ

ประชากรที่อยู่ทำงานในภาคการเกษตร 2.5 พันล้านคนทั่วโลก ที่ส่วนใหญ่เป็นประชากรที่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำ ต้องเผชิญกับความเสี่ยงมหันต์จากภั…

ค้นหา