53 รัฐสมาชิกในที่ประชุม WHO ประจำยุโรป มุ่งมั่นเตรียมระบบสุขภาพในปัจจุบัน-อนาคตพร้อมรับมือกับความท้าทายทางสุขภาพ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (13-15 กันยายน 2564) ผู้แทนของบรรดารัฐสมาชิก 53 ประเทศและภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการขององค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป ครั้งที่ 71 เห็นพ้องกันในข้อตกลงที่จะร่วมกันกำหนดทิศทางเพื่อปกป้องสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของประชากรชาวยุโรปในปัจจุบันและอนาคต ทั้งการเตรียมการรับมือกับโรคระบาดในอนาคต การสร้างระบบสุขภาพที่มีแข็งแรงและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ การบริการสาธารณสุขมูลฐาน (primary health care) การสร้างภูมิคุ้มกัน การตระหนักและรับมือกับประเด็นสุขภาพจิต ตลอดจนการกระจายทรัพยากรให้เพียงพอเพื่อจัดการกับปัญหาช่องว่างในการเข้ารับบริการสุขภาพ ทั้งนี้ โดยตระหนักว่าจะต้องเชื่อมโยงประเด็นสุขภาพกับภาคส่วนอื่น และทำงานร่วมกันระหว่างภูมิภาค เพื่อให้ท้ายที่สุดแล้วส่งผลดีต่อภาพรวมทั้งโลก

ดร. Hans Henri P. Kluge ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป ระบุว่า ในการที่ภูมิภาคยุโรปจะสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้อย่างพร้อมเพรียงและรวดเร็วนั้น จะต้องอาศัยความเป็นผู้นำทางการเมืองและความร่วมมือเพื่อที่จะยุติวิกฤติการณ์ได้ ตามมาด้วยการทำให้ระบบการบริการสาธารณสุขมูลฐานและสุขภาพจิตแข็งแรงขึ้น และจะต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างภูมิภาค ตลอดจนความเชื่อมโยงกับประเด็น/ภาคส่วนอื่น โดยเฉพาะเศรษฐกิจและการศึกษา เพื่อให้ท้ายที่สุดแล้วส่งผลดีต่อภาพรวมทั้งโลก

โดยการที่เน้นความสำคัญของระบบการบริการสาธารณสุขมูลฐาน เพราะเปรียบได้กับสันหลังและหัวใจของระบบสาธารณสุข โดยเป็นจุดเข้ากระทำ (entry points – จุดตั้งต้นเพื่อดำเนินการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง) เป็นจุดที่มีการปฏิสัมพันธ์กับประชากรโดยมาก กล่าวคือ มีความสำคัญยิ่งกับชุมชน ทั้งช่วยลดแรงกดดันที่จะมีต่อส่วนอื่นของระบบสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาล เป็นต้น ซึ่งหากการบริการสาธารณสุขมูลฐานมีความเข้มแข็ง จะเป็นรากฐานหนึ่งที่ช่วยให้ระบบสาธารณสุขในภาพรวมสามารถตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและเอื้อให้เกิดการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจและสังคมได้ นั่นจึงนำมาสู่การที่รัฐสมาชิกรับมติที่มุ่งมั่นจะทำให้ระบบการบริการสาธารณสุขมูลฐานของตนเป็นการให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เร่งจัดการกับปัญหาด้านดิจิทัลที่อาจทำให้บางกลุ่มคนร่วงหล่นจากการเข้าไม่ถึงบริการ และตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพของชุมชนท้องถิ่นและภูมิภาคให้ตรงจุด

ประเด็นสุขภาพจิตก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ยุโรปมองว่าเป็นวิกฤติ ตั้งแต่ก่อนที่โรคระบาดจะปะทุพบว่ามีประชาชนราว 150 ล้านคนในภูมิภาคที่เผชิญกับภาวะนี้ และน้อยคนนักที่จะได้รับการบำบัดรักษา ขณะที่โรคระบาดได้เข้ามาทำให้ปัญหาดังกล่าวร้ายแรงขึ้น โดยแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องการการใส่ใจมากที่สุด แต่ยังมีเรื่องของการขาดแคลนเจ้าหน้าที่และงบประมาณ รัฐสมาชิกจึงรับมติตามกรอบการปฏิบัติการด้านสุขภาพจิตขององค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป (WHO European Framework for Action on Mental Health 2021–2025) ให้ผนวกปัญหาสุขภาพจิตเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นไปที่งบประมาณที่เพียงพอสำหรับการบริการ และให้ผู้ที่ต้องการรับบริการมากที่สุดสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ทั้งนี้ รวมถึงการสนับสนุนให้เด็กและวัยรุ่นเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบนโยบายและการปฏิบัติ เพื่อให้สามารถมีเครื่องมือสำหรับจัดการกับสุขภาพจิตที่ตนเผชิญและช่วยเหลือผู้อื่นได้

ทั้งนี้ ในมิติของการจัดการกับโรคระบาด European Immunization Agenda 2030 (EIA 2030) สนับสนุนวาระการสร้างภูมิคุ้นกันโรค 2573 (Immunization Agenda 2030) ตั้งแต่ระบบและโครงสร้างของการสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่จะต้องแข็งแรงและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะต้องคำนึงถึงความเสมอภาค การสร้างภูมิคุ้มกันโรคตลอดช่วงชีวิต และปรับให้ตรงกับปัญหาและความต้องการการฉีดวัคซีนของท้องถิ่น

ประเด็นสำคัญอีกประการคือการพยายามหา ‘ฉันทามติ’ ที่จะจัดการกับความท้าทายต่าง ๆ ให้ยุติลงได้ โดยต้องยอมรับว่านานาประเทศจะไม่สามารถจัดการกับปัญหาข้ามชาติได้โดยใช้โซลูชั่นระดับชาติเท่านั้น ศ. Mario Monti อดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลีและประธานคณะกรรมาธิการ Pan-European Commission on Health and Sustainable Development จึงให้ข้อเสนอแนะว่าควรจะมีธรรมาภิบาลระดับโลกในด้านสุขภาพ เช่น ผ่านการริเริ่มให้มีคณะกรรมการ Global Health and Finance Board ภายใต้ร่มของ G20 นับเป็นสนธิสัญญาเพื่อจัดการกับโรคระบาดที่จะอนุญาตให้สามารถตัดสินใจร่วมกันได้และมีนโยบายวัคซีนระดับโลกได้

นอกจากนี้ ในส่วนของ Pan-European Commission on Health and Sustainable Development ก็ได้มีการนำเสนอข้อเสนอแนะในการจัดการกับโรคระบาดในอนาคต ซึ่งครอบคลุมประเด็น เช่น สุขภาวะของโลก ความหลากหลายทางชีวภาพ การปฏิรูปธรรมาภิบาลด้านสุขภาพและงบประมาณ การลงทุนในนวัตกรรม และหุ้นส่วนของภาครัฐ-ภาคเอกชน เป็นต้น ทั้งนี้ รัฐสมาชิกได้เห็นพ้องที่จะจัดตั้งคณะทำงานใหม่เพื่อที่จะนำข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปปฏิบัติ

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
-(3.3) ยุติการแพร่กระจายของโรคติดต่อ ภายในปี 2573
-(3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลง 1 ใน 3 ผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรค และส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี 2573
-(3.8) ส่งเสริมการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงการเข้าถึงการบริการสาธารณสุขจำเป็นที่มีคุณภาพ และเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นที่ปลอดภัย มีประสิทธิผล มีคุณภาพ และมีราคาที่สามารถซื้อหาได้
-(3.b) สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาวัคซีนและยาสำหรับโรคที่ติดต่อและไม่ติดต่อ
-(3.c) ส่งเสริมการใช้งบประมาณด้านสุขภาพ และการสรรหา การพัฒนา การฝึกฝนบุคลากรด้านสุขภาพ
-(3.d) ส่งเสริมขีดความสามารถสำหรับทุกประเทศ ในเรื่องการแจ้งเตือนล่วงหน้า การลดความเสี่ยง และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับประเทศและระดับโลก
#SDG17 หุ้นส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืน
-(17.16) ยกระดับความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยส่งเสริมความร่วมมือจากภาคส่วนที่หลากหลาย
-(17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม

แหล่งที่มา:
53 Member States of the WHO European Region agree to safeguard the health and well-being of their populations, now and in the future (WHO Europe)

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

นักวิทยาศาสตร์ใช้งูสิงเป็นตัวชี้วัดปริมาณการปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่ยังหลงเหลือหลังอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ

หลังจากปรากฏการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 ที่ทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในฟุกุชิมะเสียหายจนเกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังส…

ทำความเข้าใจกับ ‘zero-waste’ ผ่านหนังสือ 5 เล่ม ที่จะช่วยให้การรู้จักจัดการขยะดียิ่งขึ้น

ปัจจุบัน โลกต้องเผชิญกับการฝังกลบขยะที่ล้นเมือง วิกฤตมลพิษจากขยะพลาสติกในมหาสมุทรทั่วโลก และภาวะฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศวิทยา ด้วยนานาวิกฤตที…

จุฬาฯ และ มช. ติดอันดับ Top 100 ของโลกจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัย THE Impact Rankings 2022

THE Impact Rankings ประจำปี 2022 มีจำนวนมหาวิทยาลัย 1,406 แห่งใน 106 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมการจัดอันดับ

‘จุฬาฯ’ ได้อันดับที่ 16 ของโลก ตามมาด้ว…

ผู้อำนวยการ CDC ประกาศว่า ‘การเหยียดเชื้อชาติ’ เป็นภัยคุกคามต่อสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2021 แพทย์หญิง Rochelle Wolensky ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ออกแถลงการณ์ ประกาศว่า ‘การเหยียดเชื้…

ค้นหา