อังกฤษประกาศยกเลิกคำถามคัดกรองผู้บริจาคโลหิตที่ “เลือกปฏิบัติ” โดยเฉพาะต่อผู้บริจาคชาวแอฟริกันผิวดำ

กรมอนามัยและบริการสังคม (Department of Health and Social Care) ของสหราชอาณาจักรประกาศจะถอดคำถามคัดกรองก่อนบริจาคโลหิตที่เห็นว่า “ล้าสมัย” และ “เลือกปฏิบัติ” ต่อผู้ประสงค์บริจาคโลหิต โดยเฉพาะจากชุมชนคนผิวดำ

ผู้ที่ต้องการบริจาคโลหิตในอังกฤษจะต้องตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับประวัติด้านสุขภาพเพื่อประเมินความเสี่ยงต่าง ๆ โดยหนึ่งในคำถามทั้งหมดถามว่า ผู้บริจาคโลหิตมีประวัติมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่อาจเคยมีกิจกรรมทางเพศในประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ซาฮาราหรือไม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของ HIV ในระดับสูง หากผู้ตอบแบบสอบถามตอบว่าเคยจะต้องงดเว้นการบริจาคโลหิตเป็นเวลาอย่างน้อยสามเดือนหลังมีเพศสัมพันธ์

เมื่อวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษได้ประกาศว่า ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป คำถามนี้จะถูกถอดออกจากแบบสอบถามคัดกรองผู้บริจาคโลหิต ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อยู่บนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพในการบริจาคโลหิตและจะสามารถช่วยชีวิตคนได้มากขึ้นเพราะมีผู้บริจาคได้มากขึ้น โดยเฉพาะจากชาวแอฟริกันผิวดำ

องค์กร National AIDS Trust กล่าวว่า คำถามดังกล่าวดู “คลุมเครือ ยากต่อทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผู้ประสงค์บริจาคเลือดที่จะตีความ” และ “การที่ทวีปแอฟริกามักถูกอ้างอิงรวมอยู่ในคำถามทั้งที่ไม่ใช่เป็นเพียงทวีปเดียวที่มีประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อ HIV สูง ก่อให้เกิดการเข้าใจผิด ทำให้การเหมารวมยังคงอยู่ และยังเป็นการอธิบายความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยง HIV ที่มาจากการเดินทางที่ง่ายเกินความเป็นจริง”

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการเปลี่ยนแปลงกฎการบริจาคโลหิตใหม่ในอังกฤษ เวลส์ และสกอตแลนด์ โดยยกเลิกคำถามต่อผู้บริจาคโลหิตเพศชายว่าเคยมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันหรือไม่ ทำให้เกย์และไบเซกช่วลสามารถบริจาคโลหิตได้หากผ่านคำถามคัดกรองว่าเคยมีพฤติกรรมทางเพศที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในเลือดหรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามมาตรฐานสำหรับผู้ประสงค์บริจาคโลหิตทุกคน

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- (3.3) ยุติการแพร่กระจายของเอดส์ วัณโรค มาลาเรียและโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยและต่อสู้กับโรคตับอักเสบ โรคติดต่อทางน้ำ และโรคติดต่ออื่นๆ ภายในปี 2573
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำภายในและระหว่างประเทศ
- (10.3) สร้างหลักประกันว่าทุกคนจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาค รวมถึงโดยการขจัดกฎหมาย นโยบาย และการเลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการกระทำที่เหมาะสมในเรื่องนี้

ที่มา : The UK is dropping a ‘discriminatory’ sexual health barrier to blood donation (EuroNews)

Last Updated on ตุลาคม 21, 2021

Author

  • Natetida Bunnag

    Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Natetida Bunnag

    Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

รายงาน สกสว. ระบุ ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ไทยมีคนจนเพิ่มขึ้นเกือบ 8 แสนคนในปี 2563

รายงานวิจัยผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่าประเทศไทยมีคนจนเพิ่มขึ้นเกือบ 8 แสนคนในปี 2563 และจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจ…

รายงาน UHC 2025 ชี้ค่ารักษาพยาบาลทำให้ 1.6 พันล้านคนทั่วโลกยากจนขึ้น เเละกว่า 4.6 พันล้านคนยังเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น

รายงานร่วมฉบับล่าสุดขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) และกลุ่มธนาคารโลก เผยว่าตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกมีพัฒ…

WHO ออกเกณฑ์แนะนำคุณภาพอากาศใหม่ในรอบ 15 ปี หวังช่วยลดการเสียชีวิตจาก PM2.5 ได้หลายล้านคนต่อปี

เมื่อวานนี้ (22 กันยายน 2021) องค์การอนามัยโลก(WHO) เผยแพร่ เกณฑ์แนะนำคุณภาพอากาศระดับโลก (Air Quality Guidelines – AQGs) ฉบับใหม่ ที่ได้กำหนดค่าแนะน…

4 มีนาคม วันอ้วนโลก – ความอ้วน เป็น ‘โรค’ ที่ 800 ล้านคนบนโลกกำลังเผชิญอยู่

วันอ้วนโลก (World Obesity Day) ถูกตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2015 โดย World Obesity Federation ที่เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไรซึ่งขึ้นตรงกับองค์การอนามัยโลก…

ค้นหา