หลายเมืองใหญ่ทรุดตัวเร็วกว่าระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงจมใต้น้ำเพราะผลของกิจกรรมมนุษย์

ข้อค้นพบจากงานวิจัยล่าสุดพบว่า หลายเมืองใหญ่ทั่วโลก “ทรุดตัว” เร็วกว่าระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมืองในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจัยเร่งหนึ่งเป็นมาจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการใช้ทรัพยากรน้ำใต้ดินที่มากเกินไป

การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Geophysical Research Letters เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2022 เปิดเผยว่า มีเมืองทั่วโลกอย่างน้อย 33 เมืองที่ทรุดตัวด้วยอัตราเร็วที่มากกว่า 1 เซนติเมตรต่อปี ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นต่อปีมากกว่า 5 เท่า โดยเมืองที่มีการทรุดตัวเร็วที่สุด 6 ใน 10 เมืองกระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม บังคลาเทศ และอินเดีย

ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเพราะผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นปัจจัยทางธรรมชาติที่ทำให้เมืองท่าทั่วโลกเพิ่มความเสี่ยงที่จะจมอยู่ใต้น้ำ แต่ในหลาย ๆ เมือง กิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการสูบน้ำบาดาลมาเพื่อใช้อุปโภคบริโภคมากเกินไป การขุดเจาะนำ้มันและก๊าซธรรมชาติ และการก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะเมืองที่มีความหนาแน่นสูง เป็นตัวเร่งที่ทำให้เมืองทรุดตัวเร็วยิ่งขึ้น

แม้การทรุดตัวของพื้นดินที่เกิดขึ้นแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ แต่การกำหนดกฎระเบียบที่รัดกุมต่อกิจกรรมของมนุษย์สามารถช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น การออกกฎหมายควบคุมการสูบน้ำบาดาลในเมืองจาร์การตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย ทำให้การอัตราการทรุดตัวที่เคยสูงถึงปีละ 28 เซนติเมตรเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เหลือเพียงปีละ 3 เซนติเมตรในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดรัฐบาลอินโดนีเซียจึงผ่านกฎหมายย้ายเมืองหลวงไปยังเกาะบอร์เนียวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา

จากผลการศึกษานี้ นักวิจัยเตือนว่า แบบจำลองในการจัดการน้ำท่วมชายฝั่งที่มีอยู่ในปัจจุบันและคำนึงถึงเฉพาะระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นอาจไม่เพียงพอสำหรับการคาดการณ์ความรุนแรงและความเร็วของอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากไม่สามารถควบคุมอัตราการทรุดตัวของพื้นดินได้

● อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ภัยพิบัติจากน้ำ’ สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงมาทุกยุคสมัย และจะเกิดถี่ขึ้น – รุนแรงขึ้นเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.5) ลดจำนวนการตายและจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบและลดการสูญเสียโดยตรงทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของโลกที่เกิดจากภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมุ่งเป้าปกป้องคนจนและคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ภายในปี 2573
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ

แหล่งที่มา: The world’s coastal cities are sinking, but not for the reason you think (Quartz)

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Last Updated on พฤษภาคม 18, 2022

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

ทั่วโลกหารือออนไลน์ เตรียมพร้อมการประชุม INC – 5.2 หวังให้สนธิสัญญาพลาสติกโลกก้าวหน้าและได้รับการรับรองจากประเทศต่าง ๆ มากที่สุด

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UN Environment Programme: UNEP) ร่วมกับเครือข่ายสิ่งแวดล้อมเจนีวา (Geneva Environment Ne…

แรงงานไทยในปี 65 เกือบ 100% มี “หนี้สิน” ส่วนค่าแรงขั้นต่ำสวนทางกับค่าครองชีพที่แพงขึ้น

ผลสำรวจสถานการณ์แรงงานไทยปี 2565 โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผย แรงงานไทยดำรงชีพด้วยค่าแรงขั้นต่ำต่อวันที่ไม่เพียงพอต่อค…

ปี 2030 ยุโรปจะบรรลุเป้าหมายย่อยได้เพียง 20 เป้าหมาย – UNECE จัดประชุมระดับภูมิภาคหวังเร่งรัดความก้าวหน้าการบรรลุ SDGs มากขึ้น 

วันที่ 13-14 มีนาคม 2567 คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติในยุโรป (UN Economic Commission for Europe: UNECE) จัดการประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยการพัฒ…

การศึกษาพบ ‘นั่งทำงานสั้นลง ลดภาวะซึมเศร้าได้’ และอีกหลายแนวทางดูแลสุขภาพจิตคนในที่ทำงาน

ภาคธุรกิจทั่วโลกต่างมีความต้องการดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ของพนักงานซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนกิจการ โดยเฉพาะประเด็นสุขภาพจิตที่มีจำเป็นเร่งด่ว…

ค้นหา