การศึกษาพบ ‘นั่งทำงานสั้นลง ลดภาวะซึมเศร้าได้’ และอีกหลายแนวทางดูแลสุขภาพจิตคนในที่ทำงาน

ภาคธุรกิจทั่วโลกต่างมีความต้องการดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ของพนักงานซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนกิจการ โดยเฉพาะประเด็นสุขภาพจิตที่มีจำเป็นเร่งด่วนมากขึ้นเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้รูปแบบการทำงานของหลายคนเปลี่ยนไปและต้องเผชิญความเครียดจากการปรับตัวอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น ยังมีการประเมินว่าภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้าของคนทำงานสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ทุกปี เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานที่หายไป

Wellcome องค์กรการกุศด้านการวิจัยลจากสหราชอาณาจักร ร่วมกับ World Economic Forum เผยแพร่งานวิจัยชิ้นใหม่ในประเด็นสุขภาพจิตในที่ทำงาน “Putting Science to Work – Understanding What Works for Workplace Mental Health” จัดทำโดยทีมวิจัยระดับโลก 10 ทีมในปี 2020 ที่ได้ศึกษาและแนวทางในการจัดการความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าในที่ทำงานที่มีประสิทธิภาพพร้อมหลักฐาน โดยโฟกัสไปที่คนทำงานอายุน้อย

ผลการศึกษาของแต่ละทีมวิจัยแสดงให้เห็นแนวทางที่หลายๆ ธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ได้ โดยมีตัวอย่าง เช่น –

  • นั่งทำงานน้อยลง

การนั่งทำงานติดเก้าอี้นานเกินไปมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ การลดเวลานั่งทำงานของพนักงานออฟฟิศลงเพียงหนึ่งชั่วโมงต่อวัน ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ประมาณ 10% และอาการวิตกกังวลประมาณ 15% วิธีที่สามารถใช้เพื่อลดเวลานั่งในที่ทำงาน เช่น การใช้โต๊ะทำงานแบบยืน การยืนประชุม และการสนับสนุนให้มีช่วงเบรกเพื่อขยับตัว

  • การฝึกสติ (mindfulness)

มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าการจัดพให้นักงานเข้าร่วมโครงการการฝึกสติในที่ทำงานส่งผลดีในประเทศที่มีรายได้สูง แต่ไม่มีข้อมูลมากนักในถึงผลลัพธ์ในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง และอาจมีข้อควรพิจารณาที่สำคัญในการปรับวิธีการให้เข้ากับสถานที่ทำงานในประเทศดังกล่าว

  • การทำงานที่ยืดหยุ่น

การทำงานที่ยืดหยุ่นส่งผลดีต่อสุขภาพจิต เพราะช่วยให้พนักงานลดความขัดแย้งที่ต้องเผชิญระหว่างชีวิตในที่ทำงานและชีวิตที่บ้าน มีการใช้ชีวิตที่สมดุลยิ่งขึ้น ซึ่งความขัดแย้งนี้อาจเป็นที่มาของความเครียดและอาจนำไปสู่การเกิดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า การปรับใช้รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นนี้มักขึ้นอยู่กับการสนับสนุนจากเจ้านายตลอดจนวัฒนธรรมองค์กร

  • มีอิสระในการทำงาน

การให้อิสระพนักงานในการทำงานมากขึ้นมีความสัมพันธ์กับอัตราความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าที่ลดลง ผู้บริหารสามารถเพิ่มความเป็นอิสระในการปฏิบัติงานให้พนักงานได้ โดยให้อิสระมากขึ้นในการกำหนดบทบาทหน้าที่ในที่ทำงาน

การวิจัยยังชี้ให้เห็นว่ายังมีช่องว่างที่สำคัญของความรู้ที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนสุขภาพจิตของพนักงาน เพราะความซับซ้อนของปัญหาสุขภาพจิตในที่ทำงานต้องการวิธีแก้ไขที่ซับซ้อน ละเอียดอ่อน และรอบคอบ ไม่มีวิธีลัดและไม่มีแนวทางใดที่เหมาะสมกับที่ทำงานทุกแห่ง (No One-Size-Fits All) ภาคธุรกิจและนักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อเติมมเต็มช่องว่างเหล่านี้เพื่อให้นายจ้างมีแนวทางและหลักฐานสนับสนุนในการลงทุนเพื่อพัฒนาสุขภาพจิตลูกจ้าง ที่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวคนทำงานและธุรกิจเอง

การสนับสนุนการดูแลสุขภาพจิตในที่ทำงาน เกี่ยวกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ในประเด็น ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อ ป้องกัน รักษาโรค สนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี (3.4)
- SDG 8 งานที่มีคุณค่าและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในประเด็น ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกกลุ่ม (8.8)

ที่มา: World Economic Forum , Wellcome

Last Updated on พฤษภาคม 17, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเปลี่ยนรถโรงเรียนเป็นระบบไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและลดมลพิษทางอากาศ

ความพยายามในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อเร่งแก้ไขวิกฤติสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นสำคัญที่ในหลาย ๆ ประเทศพยายามหาแนวทางในการจัดการ ในปร…

SDG Spotlight – 5 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 3 ประจำเดือนธันวาคม 2565

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่  10 – 16 ธันวาคม 2565 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ…

SDG Recommends | จากพลังงานสะอาดสู่ความยุติธรรมสิ่งแวดล้อม ฟังนานาประเด็นสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนกับ GreenBiz 350

พบกับคอลัมน์ SDG Recommends เช่นเดิม เพิ่มเติมคือปรับลุคใหม่ ชวนติดตามประเด็นใน SDGs กับการ ‘อ่าน – ดู – ฟัง’ หาความยั่งยืนในทุกแง่มุม

ฟัง

ไม่ว่าเพศสภาพใด การอยู่ในสังคมที่สามารถมีบทบาท มีสิทธิในการปกครองตนเอง และเข้าถึงทรัพยากร จะช่วยทำให้มีสุขภาพดีขึ้นได้

‘Health Disparities – ความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ’ กับ ‘Gender’ – เพศสภาพ

ประเด็นเรื่องความแตกต่างทางเพศสภาพ (gender differences) เกี่ยวกับประเด็นทาง…

ค้นหา