แก้ปัญหา “ความยากจนในช่วงมีประจำเดือน” ผ่านการขับเคลื่อนสวัสดิการของรัฐบาลในหลายประเทศ

ในทุก ๆ เดือนผู้คนประมาณ 1.8 พันล้านคนทั่วโลกอยู่ในภาวะมีประจำเดือน และมีทั้งเด็กหญิง ผู้หญิง ผู้ชายข้ามเพศ และบุคคลในเพศสภาพต่าง ๆ อีกหลายล้านคนที่ประสบปัญหาไม่สามารถจัดการเรื่องรอบเดือนของตนเองได้อย่างถูกหลักอนามัย รายงานของยูนิเซฟ (UNICEF) หรือ องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติพบว่า สาเหตุมาจากความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ (gender inequality) บรรทัดฐานของสังคมที่เลือกปฏิบัติ (discrimination) และการขาดบริการขั้นพื้นฐาน เช่น ห้องน้ำสะอาดและผลิตภัณฑ์สุขอนามัย เป็นต้น หรือตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า “ความยากจนในช่วงมีประจำเดือน” (period poverty) จนไม่สามารถซื้อหาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการมีประจำเดือนต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านั้น  UN กล่าวว่าในหลายประเทศ ผู้มีประจำเดือนถูกห้ามทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันหลายประการ อาทิ การรับประทานอาหารบางชนิด การเข้าสังคมพบปะผู้คน และการไปโรงเรียน ทำให้รัฐบาลในหลาย ๆประเทศมีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนทั้งสุขอนามัยของผู้ที่มีประจำเดือนและทลายข้อจำกัดต่าง ๆ

ปัจจุบัน รัฐบาลในประเทศต่าง ๆ ขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขอนามัยในเรื่องประจำเดือนมากขึ้น จึงขอหยิบยกตัวอย่างการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมและน่าสนใจ มาบอกเล่าให้แก่ผู้อ่าน

  • เริ่มจากในปี 2563 ประเทศสกอตแลนด์ เป็นประเทศแรกในโลกที่บุกเบิกนโยบายเพื่อลดภาระทางการเงินของผู้มีประจำเดือน มีการยกเลิกภาษีผ้าอนามัยและจัดหาผ้าอนามัยให้ผู้หญิงเข้าถึงได้ฟรี ทั้งในโรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถานที่ทำงาน 
  • รัฐบาลประเทศนิวซีแลนด์ ได้ประกาศให้ทุกโรงเรียนมีบริการผ้าอนามัยฟรีตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2564   เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงผ้าอนามัยของเด็กผู้หญิง หลังจากเคยมีโครงนำร่องให้เยาวชนประมาณ 3,200 คนใน 15 โรงเรียนเข้าถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขอนามัยได้ฟรี ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการขาดเรียนระหว่างมีประจำเดือนได้
  • ประเทศเคนยา เป็นประเทศแรกในโลกที่รัฐบาลยกเลิกภาษีสินค้าอนามัยตั้งแต่ปี 2547 เพื่อแก้ปัญหาทั้งสินค้าอนามัยมีสูงเกินจับต้องได้ การตีตราการมีประจำเดือน (period stigma) ว่าเป็นเรื่องสกปรก  และการสุขาภิบาลที่ไม่ดีในประเทศ ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับการมีประจำเดือน และส่งผลกระทบกับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและผู้มีรายได้น้อยหนักที่สุด 
  • เมื่อปี 2561 ณ เมืองหลวงโซล ประเทศเกาหลีใต้ มีการเปิดตัวโครงการนำร่องให้มีการแจกสินค้าอนามัยฟรีสำหรับผู้หญิงในสถานที่สาธารณะ 10 แห่ง ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการสำรวจประชากรในเมืองและการรณรงค์เรื่องความยากจนในช่วงมีประจำเดือน

นอกจากนโยบายที่มุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าเพื่อการดูแลตนเองช่วงมีประจำเดือนแล้ว หลาย ๆ ประเทศในเอเชียมีนโยบายให้ผู้มีอาการเจ็บป่วยจากการมีประจำเดือนได้ (menstrual leave) อาทิ ประเทศอินเดีย ที่ระบุให้มีการลาหยุดพักเมื่อมีประจำเดือน และไต้หวัน ก็ให้สิทธิพนักงานที่มีประจำเดือนได้ลาหยุดสามวันต่อปีตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมทางเพศในการจ้างงาน (Act of Gender Equality in Employment)

ในขณะที่ประเทศไทย พรรคการเมืองและประชาชนยังคงต้องออกมาขับเคลื่อนเรียกร้องสิทธิพื้นฐานนี้ให้กับผู้มีประจำเดือนทุกคน โดยต้องการให้รัฐบาลจัดหาผ้าอนามัยฟรี และยกเลิกการเก็บภาษีเพื่อให้ผ้าอนามัยมีราคาถูกที่สุด เพราะหลายเสียงคิดว่าผ้าอนามัยยังคงมีราคาสูงเมื่อเทียบกับค่าจ้างขั้นต่ำของคนไทย จนทำให้เป็นสินค้าที่สร้างความเหลื่อมล้ำและปัญหาความไม่เท่าเทียม ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดภาระด้านค่าครองชีพของผู้ที่มีประจำเดือน ที่ผู้มีรายได้น้อยบางคนเข้าถึงได้เฉพาะผ้าอนามัยที่มีคุณภาพต่ำหรือต้องใช้ผ้าอนามัยชิ้นเดียวตลอดวัน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ สถานการณ์เหล่านี้ล้วนสะท้อนปัญหาด้านสุขอนามัยและความยากจนช่วงมีประจำเดือน ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทั้งสิ้น

จะเห็นได้ว่า ความพยายามในการแก้ไขปัญหาความยากจนในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนเป็นประเด็นที่มีการขับเคลื่อนในหลายประเทศทั่วโลก เพื่อให้เข้าถึงห้องน้ำและผลิตภัณฑ์สุขอนามัยได้อย่างเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น จึงควรเป็นหน้าที่รัฐที่จะจัดสรรสวัสดิการขั้นพื้นฐานนี้ให้ประชาชนทุกคนให้มีสุขอนามัยที่ดี ไม่ว่าจะเป็นใคร ประกอบอาชีพอะไร และมีรายได้มากน้อยเพียงใด และเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ 6 ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ว่าด้วย “การสร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดให้มีน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคนและมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน”

● อ่านคำศัพท์และบทความที่เกี่ยวข้อง
SDG Vocab | 16 – Sanitation and Hygiene – สุขาภิบาลและสุขอนามัย 
ครั้งแรก! ร้านค้าปลีกรายใหญ่ Lidl ในไอร์แลนด์ เดินหน้า ‘Period Poverty Initiative’ จ่ายแจกผ้าอนามัยให้ผู้หญิงฟรี – SDG Move
1 ปีของการใช้ซ้ำถ้วยรองประจำเดือน ทดแทนผ้าอนามัยราว 20 ชิ้นต่อเดือนและอีกหลายร้อยปีกว่าที่ขยะผ้าอนามัยจะย่อยสลาย – SDG Move 
SDG Recommends | Period Poverty Calculator คำนวณเวลาของชีวิตที่เสียไปเพราะความจนในช่วงมีประจำเดือน

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ขจัดความยากจน
– (1.3) ดำเนินการให้ทุกคนมีระบบและมาตรการการคุ้มครองทางสังคมในระดับประเทศที่เหมาะสม รวมถึงการคุมครองทางสังคมขั้นพื้นฐานและบรรลุการครอบคลุมถึงกลุ่มที่ยากจนและเปราะบาง ภายในปี 2573
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.7) สร้างหลักประกันถ้วนหน้า ในการเข้าถึงบริการสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธ์ รวมถึงการวางแผนครอบครัว และข้อมูลข่าวสารและความรู้และการบูรณาการอนามัยเจริญพันธุ์ไว้ในยุทธศาสตร์และแผนงานระดับชาติ ภายในปี 2573
#SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ
– (5.1) ยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในทุกที่
– (5.6) สร้างหลักประกันว่าจะมีการเข้าถึงสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์และสิทธิด้านการเจริญพันธุ์โดยถ้วนหน้า ตามที่ตกลงในแผนปฏิบัติการของการประชุมนานาชาติว่าด้วยประชากรและการพัฒนา และปฏิญญาปักกิ่งและเอกสารทบทวนผลลัพธ์จากการประชุมเหล่านั้น
#SDG6 น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
– (6.2) บรรลุเป้าหมายการให้ทุกคนเข้าถึงสุขอนามัยที่พอเพียงและเป็นธรรม และยุติการขับถ่ายในที่โล่ง โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อความต้องการของผู้หญิง เด็กหญิง และกลุ่มที่อยู่ใต้สถานการณ์ที่เปราะบาง ภายในปี 2573
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.3) สร้างหลักประกันว่าจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องนี้

แหล่งที่มา:
The unsanitary truth about period poverty – and what governments can do 
Menstrual hygiene | UNICEF 
ปิติพงศ์ ดันยกเลิกภาษี ผ้าอนามัย จี้รัฐจัดเป็นสวัสดิการพื้นฐานให้ผู้หญิง 
Explained: What is menstrual leave and which countries allow it? 

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Last Updated on มิถุนายน 13, 2022

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

สำรวจรายงานความเสี่ยงโลกปี 2026 ‘สงครามการค้า’ กำลังคุกคามระบบความร่วมมือพหุภาคี ส่วนความเสี่ยงระยะยาว พบ ‘สภาพอากาศสุดขั้ว’ น่ากังวลสุด

วันที่ 14 มกราคม 2569 World Economic Forum เผยแพร่ รายงานความเสี่ยงโลกประจำปี 2026 (Global Risks Report 2026) ซึ่งฉบับนี้นับเป็นฉบับที่

งานวิจัย SDGs ในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 87.6% พบเกือบครึ่งหนึ่งกระจุกตัวอยู่ที่ SDG3 ส่วน SDG1 และ SDG5 ยังมีงานวิจัยสะสมน้อย

ฐิติมา ดีบุญมี ณ ชุมแพ ผู้จัดการงานบริการและจัดการความรู้ ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKS) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง…

ข่าวดี! แพนด้ายักษ์ไม่ถือเป็น ‘สัตว์ใกล้สูญพันธุ์’ แล้ว

ความพยายามร่วมทศวรรษในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าของจีนเป็นผลสำเร็จ ที่ตั้งแต่ปลายปี 2563 เป็นต้นมา ตามข้อมูลของ National Forestry and Grassland A…

10 ตัวอย่างนวัตกรรมการดูแลสุขภาพ ในยุคโควิด-19 ระบาด

นวัตกรรมไม่เพียงแต่ถูกนำมาใช้เพื่อต่อสู้กับโรคระบาดเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการพัฒนาแนวทางเพื่อดูแลสุขภาพผู้ป่วยทุกอาการให้ปลอดภัยที่สุด นิตยสาร Forbes …

ค้นหา