World Bank เผยปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ยังน่าห่วงเผชิญภาวะหยุดชะงัก – พร้อมชี้เศรษฐกิจหมุนเวียนคือหนึ่งในทางออก

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ธนาคารโลก (World Bank: WB) ได้เผยแพร่ “รายงานตามติดเศรษฐกิจไทย – การสร้างอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน” หรือ Thailand Economic Monitor – Building Back Greener: The Circular Economy ซึ่งจากความผันผวนของเศรษฐกิจทั่วโลกส่งผลให้ประเทศไทยมีความเปราะบางต่อภาวการณ์หยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานโลก (supply chain disruption) เป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากผลกระทบภายนอกอย่างสงครามยูเครน-รัสเซียและมาตรการล็อกดาวน์ในหลายเมืองของจีน  ซึ่งประเทศไทยมีลักษณะที่พึ่งพาการนำเข้าจากประเทศเหล่านี้ ดังนั้น การนำแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) มาปรับใช้ จะช่วยสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืนและมีความยืดหยุ่นต่อผลกระทบภายนอกที่ไม่แน่นอนนี้ได้ 

รายงานตามติดเศรษฐกิจไทย “การสร้างอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน” สามารถนำมาสรุปประเด็นสำคัญโดยสังเขปได้ 3 ประเด็น ดังนี้ 

  • การพัฒนาทางเศรษฐกิจระยะที่ผ่านมา เริ่มฟื้นตัวแต่ยังขยายตัวอยู่ในระดับต่ำ แม้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทย จะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ปลายปี 2564 ถึงต้นปี 2565 แต่ก็ยังช้ากว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียนเช่นประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียที่ฟื้นตัวได้เร็วกว่า โดยเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนการระบาดโควิด-19 ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2565 พร้อมทั้งอัตราเงินเฟ้อทั่วไปทะลุกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยและแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี ซึ่งเป็นผลพวงจากสงครามยูเครน-รัสเซียที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น กระนั้น ระบบการเงินโดยรวมก็ยังคงมีเสถียรภาพอยู่ รวมถึงอัตราการว่างงานและความยากจนก็ลดลงร้อยละ 0.5 จากปี 2564 อนึ่ง ถึงแม้อัตราการว่างงานจะลดลงแต่ค่าจ้างแรงงานกลับลดลงตามไปด้วย รวมถึงหนี้ครัวเรือนก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้น
  • แนวโน้มทางเศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยง ปีนี้ แม้คาดว่าการส่งออกจะเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม แต่กลับพบว่าสามารถขยายตัวได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ร้อยละ 1.4 ซึ่งเป็นผลจากการถูกจำกัดการเข้าถึงปัจจัยการผลิตทำให้การส่งออกเครื่องจักร สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ยานยนต์ ที่มีปัจจัยการผลิตนำเข้ามาจากจีนมีภาวะหยุดชะงัก (disruption) ทำให้เศรษฐกิจไทย ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ จึงควรติดตามเเละตรวจสอบจุดอ่อนในภาคการเงิน ตลอดจนสำรวจแนวทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจ
  • เศรษฐกิจหมุนเวียน–การสร้างอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจเส้นตรง (linear economy) ไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน นำมาปรับใช้ในกระบวนการผลิตและการบริโภคนั้น จะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวประมาณร้อยละ 1.2 และช่วยให้เกิดการจ้างงานประมาณ 160,000 ตำแหน่ง ภายในปี 2573 หรือคิดเป็นร้อยละ 0.3 ของการจ้างงานทั้งหมด นอกจากนี้ ด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปกติ จะช่วยให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศลดลงประมาณร้อยละ 5 ภายในปี 2573 และการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานก็จะลดลงด้วยเช่นกัน ซึ่งสามารถช่วยป้องกันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงและมีความผันผวนในประเทศไทย

จากรายงานดังกล่าว นายไฆเม ฟรีอัส นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคารโลก ระบุว่า “เนื่องจากความต้องการทรัพยากรภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ประเทศไทยสามารถเลือกใช้แนวทางของเศรษฐกิจหมุนเวียนมาเป็นหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาเชิงนโยบายที่จะลดการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก” พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า “การตอบสนองอย่างพร้อมเพรียงทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ควบคู่ไปกับการปฏิรูปที่ตรงเป้าหมาย จะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการปลดล็อคศักยภาพของประเทศไทยในด้านดังกล่าว”

อย่างไรก็ดี รายงานฉบับนี้ ยังมีประเด็นและข้อเสนอแนะสำคัญอีกมากมาย อาทิ การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับ มลพิษ และความเสื่อมโทรมของทรัพยากร รวมถึงสนับสนุนการแบ่งปันความรู้ นวัตกรรม และการสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจนำรูปแบบธุรกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ เป็นต้น โดยที่ผ่านมา ประเทศไทยได้พยายามนำแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ ซึ่งเศรษฐกิจหมุนเวียนไม่เพียงจะช่วยสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืนแต่ยังเป็นการดำเนินงานที่สอดรับกับนโยบายในวาระโลกอีกด้วย

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– เวียดนามชูยุทธศาสตร์ชาติ Decision 450 หวังปกป้องสิ่งแวดล้อม-สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายในปี 2573 – SDG Move 
– เลขาธิการบริหาร UNECE เสนอว่า เศรษฐกิจหมุนเวียน ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อโลก – SDG Move 
– หลายแบรนด์ดังสนับสนุน ‘The Jeans Redesign’ แนวปฏิบัติสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนในการผลิตยีนส์ – SDG Move 
– SDG Updates | เมื่อโลกต้องการโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ไทยจึงมี ‘BCG’ (Bio-Circular-Green Economy) เป็นวาระแห่งชาติปี 2564
– SDG Updates | โค้งสุดท้ายก่อน 2030: แผนพัฒน์ 13 กับการพลิกโฉมประเทศไทยสู่ความยั่งยืน?

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG7 พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้
– (7.2) เพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนในการผสมผสานการใช้พลังงานของโลก ภายในปี 2573
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.2) บรรลุการมีผลิตภาพทางเศรษฐกิจในระดับที่สูงขึ้นผ่านความหลากหลาย การยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการมุ่งเน้นในภาคการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและใช้แรงงานเป็นหลัก (Labour intensive)
– (8.4) ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของโลกในการบริโภคและการผลิตอย่างต่อเนื่อง และพยายามที่จะไม่เชื่อมโยงระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นไปตามกรอบการดำเนินงานระยะ 10 ปี ว่าด้วยการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนโดยมีประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นผู้นำในการดำเนินการไปจนถึงปี 2573
– (8.5) บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ภายในปี 2573
#SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
– (12.1) ดำเนินการให้เป็นผลตามกรอบการดำเนินงานระยะ 10 ปี ว่าด้วยการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนทุกประเทศนำไปปฏิบัติ โดยประเทศพัฒนาแล้วเป็นผู้นำ โดยคำนึงถึงการพัฒนาและขีดความสามารถของประเทศกำลังพัฒนา
– (12.2) บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี 2573
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ

แหล่งที่มา: 
– ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยฟื้นตัวอย่างยืดหยุ่น ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก 
– รายงานตามติดเศรษฐกิจไทย – การสร้างอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (บทสรุปผู้บริหาร)

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

อุบัติเหตุบนถนนเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ โดยมีเป้าหมายลดการเสียชีวิตลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2573

“อุบัติเหตุทางท้องถนน” เป็นสาเหตุให้ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตถึง 1.3 ล้านคนต่อปี อีก 50 ล้านคนที่ได้รับบาดเจ็บ ซ้ำยังเป็นสาเหตุหลักคร่าชีวิตเด็กและคนหนุ่…

SDG Recommends | Complementarities between the ASEAN Community Vision 2025

วันที่ 8 สิงหาคม วันอาเซียน

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญาก…

EnLaw จับมือภาคีเครือข่ายผลักดันกฎหมาย PRTR ชี้เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและชีวิตที่ปลอดภัย รัฐและเอกชนต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยสารมลพิษ

วันนี้ (4 กรกฎาคม 2565) มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) กรีนพีซ ประเทศไทย (Greenpeace Thailand) และภาคีเครือข่ายภาคประชา…

UNESCO รับรอง ‘โคราชจีโอพาร์ค’ เป็นอุทยานธรณีแห่งที่ 4 ของโลก

จากการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การยูเนสโก ครั้งที่ 216 (216th session of the Executive Board) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 24 พฤษภาคม ที่องค์การยูเนสโก…

ค้นหา