Human Rights Watch เผยแพร่คู่มือสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้สื่อข่าวในมหกรรมฟุตบอลโลก 2022

อีกเพียง 3 วันเท่านั้น มหกรรมกีฬาฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกจะหวนกลับมาเปิดฉากอีกครั้ง ซึ่งรอบนี้จะจัดการแข่งขันกันตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน – 18 ธันวาคม 2565 โดยมีประเทศกาตาร์รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลัก 

แน่นอนว่าการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกไม่ใช่เรื่องง่ายดายเท่าไรนัก เพราะต้องเตรียมความพร้อมเรื่องสนามการแข่งขันที่ต้องมีอย่างน้อย 10 สนาม แต่ละสนามต้องมีความจุอย่างน้อย 40,000 ที่นั่ง อีกทั้งยังต้องเตรียมสถานที่รองรับนักกีฬา สื่อมวลชน รวมถึงแฟนบอลจากทั่วโลกที่จะหลั่งไหลเข้ามาชมการแข่งขันจำนวนมาก และล่าสุด “ประเด็นสิทธิมนุษยชน” ก็ได้ถูกหยิบนำมาเป็นอีกหนึ่งในข้อตรวจสอบและตั้งคำถามต่อความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก เนื่องจากกรณีการเตรียมการของกาตาร์ถูกวิพากษ์วิจารณ์ และร้องเรียนจากทั้งสื่อมวลชนและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ครอบคลุมถึงการละเมิดสิทธิแรงงานข้ามชาติ (Migrant Worker Rights) สิทธิสตรี (Women’s Rights) สิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (Lesbian, Gay, Bisexual, and Transgender (LGBT) People’s Rights) และสิทธิในการสื่อสารและแสดงความเห็น (Freedom of Expression and Press Freedom)

โดยรายงานสำคัญ 75 หน้าที่เผยแพร่โดย Equidem องค์กรการกุศลด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานในลอนดอน ระบุถึงข้อค้นพบที่น่าตกใจหลายเรื่อง อาทิ แรงงานข้ามชาติที่ถูกเกณฑ์มาสร้างสนามสำหรับใช้เเข่งฟุตบอลโลกต้องทำงานหนักภายใต้สภาวะที่ไม่เอื้ออำนวย ไม่ได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม และถูกนายจ้างอายัดหนังสือเดินทางทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดได้ โดยจากการให้สัมภาษณ์ของเเรงงานชาวอินเดียมากกว่า 60 คนที่เดินทางมาทำงานในโครงการก่อสร้างเพื่อรองรับการจัดฟุตบอลโลก พวกเขาต่างระบุไปในทิศทางเดียวกันว่านายหน้าจัดหางานมีการคิดค่าธรรมเนียมเกินจริง ส่งผลให้ตนเป็นหนี้ตั้งเเต่ก่อนเริ่มงาน  ขณะที่ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ The Guardian ระบุว่านับตั้งเเต่วันที่กาตาร์ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกจนถึงปัจจุบัน มีเเรงงานต่างชาติเสียชีวิตเเล้วกว่า 6,500 คน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลขององค์การเเรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) ที่เปิดเผยว่าปี 2563 เพียงปีเดียวมีแรงงานต่างชาติเสียชีวิต 50 คน บาดเจ็บสาหัสมากกว่า 500 คน และอีกประมาณ 37,600 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลาง

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปในปี 2553 ซึ่งเป็นปีที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (Fédération Internationale de Football Association: FIFA) ตัดสินใจเลือกกาตาร์เป็นเจ้าภาพฟุตบอล ปี 2565 จะพบว่า ณ ตอนนั้นกระบวนการคัดเลือกไม่ได้มีการตรวจสอบประเด็นสิทธิมนุษยชน และไม่มีเงื่อนไขที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ ซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อีกทั้งยังไม่มีการตรวจสอบถึงข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้สื่อข่าวและการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ กระทั่งปี 2560 สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ จึงได้นำนโยบายสิทธิมนุษยชนมาใช้ โดยให้คำมั่นว่าจะใช้ “มาตรการส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และจะใช้มาตรการที่เพียงพอสำหรับการปกป้องแรงงานข้ามชาติและผู้ที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิทุกคน”

นอกจากความเคลื่อนไหวของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติแล้ว ล่าสุดก็มีการตื่นตัวอย่างเตรียมพร้อมจาก Human Rights Watch ซึ่งได้เผยแพร่ ‘Human Rights Reporters’ Guide for 2022 FIFA World Cup’ เพื่อสนับสนุนข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้สื่อข่าวที่ติดตามรายงานการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยคู่มือแนะนำนี้มีทั้งสิ้น 42 หน้า ครอบคลุมถึงการสรุปข้อกังวลของ Human Rights Watch ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการของกาตาร์ ในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลก และสรุปปัญหาที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับการปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศ ทั้งยังอธิบายถึงนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ และวิธีการที่สามารถจัดการกับการละเมิดอย่างร้ายแรงในกาตาร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและลดความเสียหายให้น้อยลง

Minky Worden ผู้อำนวยการโครงการริเริ่มระดับโลกของ Human Rights Watch กล่าวว่า “การแข่งขันฟุตบอลโลกดึงดูดสื่อจากนานาชาติและแฟน ๆ ฟุตบอลให้ความสนใจ แต่ด้านมืดของการแข่งขันกำลังเกมฟุตบอล” และระบุอีกว่า “มรดกของฟุตบอลโลกปี 2565 ขึ้นอยู่กับการแก้ไขของกาตาร์ต่อการเสียชีวิตและการละเมิดอื่น ๆ ของแรงงานข้ามชาติ ซึ่งต้องปฏิรูปแรงงานและปกป้องสิทธิมนุษยชนสำหรับทุกคนในกาตาร์ ไม่ใช่แค่สำหรับแฟนบอลและนักฟุตบอลเท่านั้น”

จึงน่าจับตาว่ามหกรรมฟุตบอลที่คนทั้งโลกต่างรอคอยมากว่า 4 ปี จะเปิดฉากและดำเนินการแข่งขันไปในทิศทางใด กาตาร์และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติจะล้างภาพการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ถูกตีแผ่จนแทบจะบดบังความสนใจของการแข่งขัน เพื่อตอบคำถามและประนีประนอมกับคนทั่วทุกมุมโลกที่มิอาจยอมรับและสนับสนุนเกมการแข่งขันอันโอฬารที่สร้างขึ้นบนเลือดและหยาดเหงื่อของการกดขี่ขูดรีด 

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
ESCAP เผยเเพร่รายงานฉบับใหม่ ชี้เเรงงานในเอเชีย-เเปซิฟิกกว่า 2.1 พันล้านคน เข้าไม่ถึงงานที่มีคุณค่าเเละการคุ้มครองทางสังคม
Voice of SDG Move | 01 พัฒนาการของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์: ประวัติศาสตร์ของรากฐานแห่งความยั่งยืน
 ILO รับข้อตกลงแรงงานระดับโลกฉบับแรก เสริมคุณค่าด้านสภาพการทำงานและสิทธิ ให้ครอบคลุมนักฟุตบอลอาชีพทั้งชายและหญิง

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ
– (5.1) ยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในทุกที่
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.7) ดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพโดยทันที เพื่อขจัดแรงงานที่ถูกบังคับ ยุติความเป็นทาสสมัยใหม่และการค้ามนุษย์ และยับยั้งและกำจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งรวมถึงการเกณฑ์และการใช้ทหารเด็ก และภายในปี 2568 ยุติการใช้แรงงานเด็กในทุกรูปแบบ
– (8.8) ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน รวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง
– (16.2) ยุติการข่มเหง การแสวงหาประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง การค้ามนุษย์ และความรุนแรงและการทรมานทุกรูปแบบที่มีต่อเด็ก
– (16.10) สร้างหลักประกันว่าสาธารณชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีการปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน โดยเป็นไปตามกฎหมายภายในประเทศและความตกลงระหว่างประเทศ

แหล่งที่มา:
Qatar: Rights Abuses Stain FIFA World Cup (Human Rights Watch)
“กาตาร์” กับรอยด่างเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 (Thai PBS)

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Last Updated on พฤศจิกายน 18, 2022

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

รายงานล่าสุดของ UN ชี้โลกต้องนับรวม ‘ชนพื้นเมือง’ ในการแก้ปัญหา Climate Change เน้นให้อำนาจตัดสินใจและจัดการงบประมาณด้วยตนเอง

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติได้เผยแพร่รายงาน ‘The State of the World’s Indigenous Peoples’ ว่าด้วยความสำคัญและความท้าทายของชนพื้นเมือ…

ไฟดับครั้งใหญ่ในยุโรป ‘สเปน–โปรตุเกส’ ทางการตั้งโต๊ะประชุมฉุกเฉิน  เร่งฟื้นฟูระบบไฟและตรวจสอบต้นเหตุ

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันจันทร์ที่ 28 เมษายน) ยุโรปเผชิญความโกลาหลครั้งใหญ่ เมื่อประเทศสเปนและโปรตุเกส รวมถึงบางพื้นที่ของฝรั่งเศส ประสบปัญหาไฟฟ้…

สารเคมี PFAS ในโฟมที่ใช้ดับเพลิงก่อปัญหาปนเปื้อนในน้ำดื่มและน้ำบาดาลระยะยาว

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และหน่วยงานจัดการด้านเคมีของสหภาพยุโรป (European Chemicals Agency – ECHA) เผยข้อมูลว่าผลพวงของการใช้โฟมดับเพลิงซึ่งมีส่วนประกอบขอ…

สำรวจหัวข้อการประชุม ‘Summit of the Future’ พบเน้นการพลิกโฉมธรรมาภิบาลโลก และสร้างอนาคตที่ดีเพื่อคนรุ่นถัดไป

Dennis Francis ประธานสมัชชาสหประชาชาติ (UN General Assembly: UNGA) เผยแพร่กำหนดการฉบับชั่วคราวของการประชุม ‘Summit of the Future (SoF)’ ที่จะจัดขึ้นร…

ค้นหา