เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นคาร์บอนในเหล็ก การผลิตเหล็กจากกล่องอาหารทดแทนการใช้ถ่านหินได้หรือไม่? ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘รศ.ดร.สมยศ คงคารัตน์’

ชวนอ่านงานวิจัย “การใช้ประโยชน์ขยะพอลิเมอร์กล่องบรรจุอาหารที่เกิดขึ้นจากธุรกิจส่งอาหารในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อการผลิตเหล็กกล้าแบบยั่งยืน : การผลิตคาร์บอนกราไฟต์และการประยุกต์ใช้เป็นสารเพิ่มคาร์บอนในเหล็กเหลว” โดย รศ.ดร.สมยศ คงคารัตน์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เผยแพร่ผ่านสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC)

การดำเนินนโยบายให้ประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจส่งอาหาร (food delivery) เฟื่องฟูและเป็นที่นิยมอย่างมาก ทว่าปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นตามมาคือ ขยะที่เป็นกล่องบรรจุอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ที่เป็นวัสดุพอลิเมอร์หรือพลาสติกซึ่งย่อยสลายได้ยาก

โดยทั่วไปแล้วขยะพอลิเมอร์ที่ใช้เป็นกล่องบรรจุอาหารมี 2 ชนิดคือ พอลิโพรไพลีน (polypropylene: PP) ซึ่งอยู่ในรูปของกล่องพลาสติกขาวขุ่น และพอลิสไตรีน (polystyrene: PS) ที่อยู่ในรูปของกล่องพลาสติกใสอ่อน กล่อง/ถาดโฟมสีขาว รวมทั้งช้อนส้อมพลาสติกและฝาแก้วกาแฟร้อนสีขาว เป็นต้น ส่วนใหญ่ใช้วิธีกำจัดขยะโดยการเผาหรือนำไปทิ้งตามพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก

ในอุตสาหกรรมการผลิตเหล็กและเหล็กกล้า คาร์บอนเป็นธาตุที่สำคัญมากในกระบวนการผลิต โดยเป็นทั้งเชื้อเพลิงและเป็นตัวทำปฏิกิริยาระหว่างการถลุงเหล็กในเตาหลอม แหล่งของคาร์บอนที่ใช้ในกระบวนการผลิตคือ ถ่านหิน ถ่านโค้ก ถ่านแอนทราไซต์ กราไฟต์ เป็นต้น แต่ทว่าการใช้ถ่านหินหรือเชื้อเพลิงฟอสซิลเหล่านี้ในกระบวนการผลิต ทำให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศออกสู่ระบบนิเวศมากตามไปด้วย ขยะพอลิเมอร์หรือพลาสติกเป็นวัสดุที่มีคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบหลักทางเคมี ดังนั้นจึงสามารถนำมาใช้เพื่อทดแทนถ่านหินได้ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะและปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นจากขยะเหล่านี้ รวมทั้งเป็นการลดปริมาณการใช้ถ่านหินหรือเชื้อเพลิงฟอสซิลในกระบวนการผลิตเหล็ก และลดต้นทุนการผลิต ลดมลพิษและภาวะโลกร้อน

จากปัญหาข้างต้น จึงเป็นที่มาของการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีใช้ประโยชน์ขยะพอลิเมอร์โดยเปลี่ยนเป็นคาร์บอนที่มีคุณค่า และนำมาใช้เป็นสารเพิ่มคาร์บอนในน้ำเหล็กในกระบวนการผลิตเหล็กกล้า ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 3 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป้าหมายที่ 9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม และเป้าหมายที่ 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

การเพิ่มคาร์บอนในน้ำเหล็ก (recarburizing) เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการปรุงน้ำเหล็กให้มีคุณภาพและองค์ประกอบทางเคมีตามมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กโดยใช้ถ่านหิน เช่น แอนทราไซต์ (anthracite) เป็นสาร recaburizer โดย รศ.ดร.สมยศ นำเอาขยะพอลิเมอร์กล่องบรรจุอาหารประเภทพอลิโพรไพลีนและพอลิสไตรีนผสมพอลิโพรไพลีนในสัดส่วนต่าง ๆ (Blend#1 – Blend#6) มาเปลี่ยนเป็นคาร์บอนที่มีความผลึกและมีรูพรุน โดยการให้ความร้อนโดยใช้เหล็กเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 1550ºC เป็นเวลา 15 นาที คาร์บอนที่ได้จะถูกวิเคราะห์สมบัติและทดลองใช้เป็นสารเพิ่มคาร์บอนในน้ำเหล็กที่อุณหภูมิ 1550ºC เพื่อลดหรือทดแทนการใช้ถ่านหินในกระบวนการผลิต รวมถึงศึกษาพฤติกรรมละลายของคาร์บอนเข้าสู่เหล็กเหลว คำนวณอัตราจลน์การละลาย และประเมินความเป็นไปได้ในการใช้งานจริงในอุตสาหกรรมเหล็กด้วยการเปรียบเทียบกับกรณีของถ่านหินแอนทราไซต์

จากผลการทดลอง พบประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

  • ถ่านคาร์บอนที่ผลิตได้จากขยะพลาสติกผสม PS/PP ทุกตัวอย่างมีลักษณะเป็นคาร์บอนกึ่งผลึก (semi crystalline) ไม่พบแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (CaH2O2) ซึ่งเป็นมลทินเจือปนมาด้วย เนื่องจากเกิดจากการสลายตัวทางความร้อน
  • ถ่านที่ผลิตได้มีปริมาณคาร์บอน (carbon content) อยู่ระหว่าง 86-91.47 wt% ซึ่งสูงกว่าปริมาณคาร์บอนในถ่านหินแอนทราไซต์ (84.89 wt%) มีปริมาณไฮโดรเจนต่ำกว่า 0.03 wt% ส่วนปริมาณไนโตรเจนและซัลเฟอร์มีค่าอยู่ในช่วง 0.15-0.29 wt% และ 0.41-0.45 wt% ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าในกรณีของถ่านหินแอนทราไซต์
  • คาร์บอนจาก PS มีพื้นที่ผิวสูงสุดคือ 68.49 m2/g และพบว่าค่าพื้นที่ผิวมีค่าต่ำลงเมื่อปริมาณ PS ในพลาสติกผสมลดลง ซึ่งแปรผันตรงอย่างชัดเจน โดยพื้นที่ผิวของคาร์บอนจาก Blend#1 – Blend#6 มีค่าอยู่ระหว่าง 50.14-19.93 m2/g ตามลำดับ
  • จากการศึกษาพฤติกรรมการละลายของคาร์บอนเข้าสู่น้ำเหล็กที่ 1550ºC พบว่า ถ่านคาร์บอนจากตัวอย่าง PS และ Blend#1 – Blend#6 มีอัตราจลน์ของการละลายของคาร์บอนเข้าสู่น้ำเหล็กอยู่ในช่วง 1.46×10-3 – 8.4×10-3 s-1 ภายในช่วง 4-10 นาทีแรก และจะช้าลงภายหลัง โดยมีปริมาณคาร์บอนในเหล็กสูงสุดระหว่าง 4.08-4.97 wt% ในขณะที่ถ่านหินแอนทราไซต์มีการละลายได้ช้ากว่าขยะพลาสติกมาก ช่วง 4 นาทีแรกในอัตราเพียง 0.88×10-3 s-1 และค่อย ๆ ช้าลงโดยมีคาร์บอนละลายเข้าในเหล็กสูงสุดเพียง 2.8 wt%
  • การส่งผ่านซัลเฟอร์เข้าไปในน้ำเหล็กในกรณีของถ่านคาร์บอนจากตัวอย่าง PS และ Blend#1 – Blend#6 มีเพียง 0.01-0.025 wt% ซึ่งต่ำกว่าในกรณีของถ่านหินแอนทราไซต์ที่มีค่าประมาณ 0.02-0.07 wt%
  • ทั้งนี้พบว่า เถ้าออกไซด์ในคาร์บอนเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่ออัตราการละลายของคาร์บอน ถ่านคาร์บอนจาก PS และ Blend#1 – Blend#6 ไม่มีเถ้าออกไซด์ตกค้าง ทำให้คาร์บอนสามารถละลายเข้าสู่น้ำเหล็กได้สูงมาก (4.21-4.96 wt%) ซึ่งเร็วกว่ากรณีของถ่านหินแอนทราไซต์ (2.8 wt%) ที่มีเถ้า Al2O3 CaO และ SiO2 เป็นองค์ประกอบหลัก

ดังนั้น ถ่านคาร์บอนจากตัวอย่างขยะกล่องบรรจุอาหาร PS และ Blend#1 – Blend#6 สามารถใช้เป็นสาร recarburizer ทดแทนการใช้ถ่านหินแอนทราไซต์ในกระบวนการกลั่น (refining) น้ำเหล็กในเตาหลอมแบบ ladle ในอุตสาหกรรมเหล็กได้จริงโดยไม่มีผลต่อคุณภาพน้ำเหล็ก โดยมีปริมาณคาร์บอนในเหล็กอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าหรือเทียบเท่า และมีซัลเฟอร์ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมาก

กล่าวโดยสรุป ขยะพลาสติกกล่องบรรจุอาหารพอลิโพรไพลีนและพอลิสไตรีน สามารถเปลี่ยนเป็นวัสดุคาร์บอนที่มีคุณค่าเพื่อใช้เป็นสารเพิ่มคาร์บอนในเหล็ก ทดแทนการใช้ถ่านหินในกระบวนการปรุงน้ำเหล็กในอุตสาหกรรมการหลอมเหล็ก ซึ่งไม่ส่งผลต่อคุณภาพเหล็ก โดยคาร์บอนสามารถละลายเข้าไปในน้ำเหล็กได้สูงกว่าและมีซัลเฟอร์ต่ำกว่าการใช้ถ่านหินปกติ ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการจัดการขยะพลาสติก เพิ่มความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมการผลิตเหล็กที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

งานวิจัยดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มการวิจัยระดับแนวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ธีมการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน

งานวิจัยดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.4) พัฒนาความมีประสิทธิภาพในการใช้ ทรัพยากรของโลกในการบริโภคและการผลิต และพยายามที่จะตัดความเชื่อมโยงระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ซึ่งเป็นไปตามกรอบการดำเนินงาน 10 ปี ของแผนการทำงานเพื่อการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน โดยมีประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นผู้นำในการดำเนินการไปจนถึงปี 2573
#SDG9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม เเละอุตสาหกรรม
– (9.4) ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และปรับปรุงอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนโดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการใช้เทคโนโลยีและกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยทุกประเทศดำเนินการตามขีดความสามารถของแต่ละประเทศ ภายในปี 2573
– (9.5) เพิ่มพูนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรมในทุกประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา และให้ภายในปี 2573 มีการส่งเสริมนวัตกรรมและให้เพิ่มจำนวนผู้ทำงานวิจัยและพัฒนาต่อประชากร 1 ล้านคน และการใช้จ่ายในภาคสาธารณะและเอกชนในการวิจัยและพัฒนาให้เพิ่มมากขึ้น
#SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
– (12.2) บรรลุการจัดการที่ยั่งยืน และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพภายในปี 2573
– (12.5) ลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกันการลดปริมาณการใช้ซ้ำและการนำกลับมาใช้ใหม่ ภายในปี 2573

Research recommends แนะนำงานวิจัยของนักวิจัยธรรมศาสตร์ที่สนับสนุนการขับเคลื่อน SDGs กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยแบบบูรณาการระดับแนวหน้า เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (TU-SDG Research Network)

Author

  • Kanokphorn Boonlert

    Manager of Knowledge Communications | "The good life is a process, not a state of being. It is a direction not a destination." − Carl R. Rogers

ผู้เขียน

  • Kanokphorn Boonlert

    Manager of Knowledge Communications | "The good life is a process, not a state of being. It is a direction not a destination." − Carl R. Rogers

    View all posts

RELATED

‘โรงงานต้นแบบแปรรูปสมุนไพร’ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดย่อม มีกระบวนการอย่างไร? ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘รศ.ดร.กิตติพงศ์ ไชยนอก’

ชวนอ่านงานวิจัย “กิจกรรมการส่งเสริม พัฒนา โรงงานต้นแบบแปรรูปสมุนไพร (Support Center Model) ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพ SMEs สมุนไพรเพื่อยกระดับอุตสาหกร…

เสริมสร้างความเข้มแข็งของ “ชุมชนคุ้มครองเด็ก” แนวทางการมีส่วนร่วม พัฒนา ปกป้อง และช่วยเหลือเป็นอย่างไร ชวนค้นหาคำตอบงานวิจัยของ ‘ผศ. ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์’

ชวนอ่านงานวิจัย “ที่ปรึกษาเพื่อจัดทำแนวทางศึกษารูปแบบการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนคุ้มครองเด็ก”โดย ผศ. ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาว…

ขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน พร้อมสำรวจว่าประเทศไทยมีการนำนโยบายไปปฏิบัติอย่างไร ชวนค้นหาคำตอบงานวิจัยของ ‘ดร. อำพา แก้วกำกง’

ชวนอ่านงานวิจัย “การขับเคลื่อนนโยบายความร่วมมือด้านการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน : กรณีศึกษาโครงการโรงเรียนคู่พัฒนาไทย – อินโดนีเซีย” โดย ดร. อำพา แก้วกำ…

ร่วมขับเคลื่อนนโยบายระบบการดูเเลสุขภาพจิต เมื่อผู้ป่วยจิตเวช (คือ) คนไร้บ้าน อะไรคือปัญหาและอุปสรรค ชวนค้นหาคำตอบงานวิจัยของ ‘ผศ. ดร.นิฤมน รัตนะรัต’

ชวนอ่านงานวิจัย “ขับเคลื่อนเชิงนโยบายระบบการดูเเลให้บริการด้านสุขภาพจิตแก่ผู้ป่วยจิตเวชไร้บ้าน” โดย ผศ. ดร.นิฤมน รัตนะรัต คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหา…

ค้นหา