ผู้นำกลุ่มประเทศ G7 แสดงความมุ่งมั่น – ที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (Group of Seven : G7)  ได้แก่ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ร่วมกับสหภาพยุโรป ได้ร่วมการประชุมสุดยอด เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 19 – 21 พฤษภาคม 2566 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น โดยผู้นำกลุ่ม G7 พร้อมใจกันแสดง “ความมุ่งมั่นที่จะเผชิญกับความท้าทายระดับโลกและกำหนดเส้นทางเพื่ออนาคตที่ดีกว่า” ซึ่งผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ได้ตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างการลดความยากจนและการแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ด้านสภาพอากาศและธรรมชาติ บรรดาผู้นำจึงให้คำมั่นสัญญาที่จะเร่งดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 

การประชุมวันที่ 20 พฤษภาคม ได้มีการออกแถลงการณ์ “G7 Hiroshima Leaders’ Communiqué” มีเนื้อหาสาระจำนวน 40 หน้า ซึ่งแสดงความตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างการลดความยากจนและการแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ด้านสภาพอากาศและธรรมชาติ และการแก้ปัญหาความเปราะบางของหนี้ในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง (Low-to-Middle-Income Countries : LMICs) พร้อมเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของผู้นำในการ “ระดมทรัพยากรทั้งภาครัฐและเอกชนที่จำเป็นเพื่อรับมือกับความท้าทายและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” โดยกลุ่มผู้นำให้คำมั่นสัญญาที่จะสร้างความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในวาระนี้ ในการที่ประชุมสำคัญต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น เช่น การประชุมสุดยอดเกี่ยวกับข้อตกลงทางการเงินใหม่ (Summit on a New Financial Pact)  การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 การประชุม SDG Summit การประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group : WBG) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF)  ประจำปี พ.ศ. 2566 และการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC COP 28) เป็นต้น 

ทั้งนี้ กลุ่มผู้นำยังให้ความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูความร่วมมือระหว่างประเทศและเสริมสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือระดับพหุภาคี (multilateralism) เพื่อกลับมาตั้งต้นสู่การดำเนินการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ได้ออกนอกลู่นอกทางไป พร้อมเน้นความสำคัญในการจัดการประเด็นการพัฒนา มนุษยธรรม สันติภาพและความมั่นคงร่วมกัน

ขณะที่ เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้นำต่างเเสดงความแน่วแน่ในความมุ่งมั่นที่จะรักษาเป้าหมายอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นถึง 1.5 องศาเซลเซียส ให้อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม โดยเพิ่มการดำเนินการในทศวรรษนี้ เพื่อหยุดยั้งและฟื้นฟูการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพภายในปี 2573 และรับประกันความมั่นคงด้านพลังงาน โดยใช้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันและตระหนักถึงลักษณะการพึ่งพาซึ่งกันและกัน โดยให้คำมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero) เศรษฐกิจหมุนเวียน การตั้งรับปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ การแก้ไขมลพิษทางอากาศ และเศรษฐกิจจากการอนุรักษ์ธรรมชาติ (nature-positive economy) ขณะเดียวกันก็รับประกันการเติบโตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและครอบคลุม และเสริมสร้างการตั้งรับปรับตัวทางเศรษฐกิจ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนและโอกาสในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มให้เกิดความมั่นคงทางพลังงาน 

นอกจากแถลงการณ์ฉบับดังกล่าว ผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ยังให้คำมั่นสัญญา (commitment) เกี่ยวกับเรื่องการตั้งรับปรับตัวทางเศรษฐกิจ (economic resilience) และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การค้า ความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพ แรงงาน การศึกษา การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพศ และสิทธิมนุษยชน 

น่าติดตามต่อว่าประเด็นที่ได้จากการประชุมของชาติสมาชิกกลุ่ม G7 ที่ปิดฉากลงไปในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จะนำไปสู่การสร้างการขับเคลื่อนเป้าหมายที่วางไว้ในประเด็นต่าง ๆ ในเวทีการประชุมสำคัญระดับโลกอื่น ๆ ต่อไปหรือไม่ อย่างไร

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มประเทศ G7 ตกลงยุติให้เงินอุดหนุนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินทั้งหมดภายในปี 2021 
ความขัดแย้งรัสเซียและยูเครน อาจฉุดรั้งความก้าวหน้าการเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อจัดการวิกฤตสภาพภูมิอากาศ 
สรุปประชุม COP27 อะไรคือประเด็นที่น่าจับตามอง เน้นย้ำ “ความสูญเสียและเสียหาย” จากภาวะโลกร้อน
COP 27 ย้ำการปกป้อง ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ เชื่อมโยงกับ ‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ เป็นเรื่องที่ไม่อาจแยกออกจากกัน 
ประชุม COFO ครั้งที่ 26 นานาประเทศหารือความเชื่อมโยงของป่าไม้-การเกษตร กับ ‘climate change’ หวังหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ 

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG7 พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้
– (7.a) ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการวิจัย และเทคโนโลยีพลังงานที่สะอาด โดยรวมถึงพลังงานทดแทน ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และเทคโนโลยีเชื้อเพลิงฟอสซิลชั้นสูงและสะอาด และสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเทคโนโลยีพลังงานที่สะอาด ภายในปี 2573
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.3) ส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่สนับสนุนกิจกรรมที่มีผลิตภาพ การสร้างงานที่มีคุณค่า ความเป็นผู้ประกอบการ ความสร้างสรรค์และนวัฒกรรม และให้การสนับสนุนการรวมตัวและการเติบโตของวิสาหกิจรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ตลอดจนการเข้าถึงบริการทางการเงิน
– (8.10) เสริมความแข็งแกร่งของสถาบันทางการเงินภายในประเทศเพื่อส่งเสริมและขยายการเข้าถึงการธนาคาร การประกัน และบริการทางการเงินแก่ทุกคน
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
– (13.3) พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า
– (13.a) ดำเนินการให้เกิดผลตามพันธกรณีที่ผูกมัดต่อประเทศพัฒนาแล้วซึ่งเป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีเป้าหมายร่วมกันระดมทุนจากทุกแหล่งให้ได้จำนวน 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ภายในปี 2563 เพื่อจะแก้ปัญหาความจำเป็นของประเทศกำลังพัฒนาในบริบทของการดำเนินการด้านการบรรเทาที่ชัดเจนและมีความโปร่งใสในการดำเนินงานและทำให้กองทุน Green Climate Fund ดำเนินการอย่างเต็มที่โดยเร็วที่สุดผ่านการให้ทุน
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
– (15.a) ระดมและเพิ่มทรัพยากรทางการเงินจากทุกแหล่งอย่างมีนัยสำคัญเพื่ออนุรักษ์และใช้ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.3) ระดมทรัพยากรทางการเงินเพิ่มเติมจากแหล่งที่หลากหลายไปยังประเทศกำลังพัฒนา
– (17.16) ยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมเติมเต็มหุ้นส่วนความร่วมมือจากภาคส่วนที่หลากหลายซึ่งจะระดมและแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และทรัพยากรด้านการเงิน เพื่อจะสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา

แหล่งที่มา: G7 Leaders Recommit to Achieve SDGs by 2030, Net Zero by 2050 | News | SDG Knowledge Hub | IISD 

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

ไทยเตรียม 4 ข้อเสนอ ในการประชุม ‘COP 28’ พร้อมร่วมแก้ปัญหาโลกเดือดกับผู้นำโลก

ไทยพร้อมแค่ไหนในการประชุม COP28 ? สำรวจท่าทีของประเทศไทยก่อนเริ่มการประชุม ‘COP28’ หรือ การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงส…

การลงทุนอย่างยั่งยืนมีมูลค่าสูงกว่าหนึ่งในสามของสินทรัพย์ใน 5 ตลาดการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

รายงานจาก Global Sustainable Investment Alliance เปิดเผยว่า การลงทุนอย่างยั่งยืนในปี 2020 มีมูลค่ารวมสูงถึง 35.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือมากกว่าหนึ…

MeaTech บริษัทผลิตเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงจากอิสราเอล เข้าร่วม UN Global Compact เพื่อผนึกกำลังร่วมพัฒนาความยั่งยืนของภาคธุรกิจโลก

บริษัท MeaTech ผู้ผลิตเนื้อสัตว์จากการเพาะเนื้อเยื่อจากเซลล์สัตว์ (cultivated meat) ในประเทศอิสราเอล ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการ United Nations Glob…

ประเทศยากจนยังขาดการเข้าถึงยาปฏิชีวนะที่จำเป็น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อดื้อยา

บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ระดับโลกให้ความสนใจในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนและยาปฏิชีวนะมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance: A…

ค้นหา