เทคโนโลยี IoT ช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกอาหารมีความยั่งยืน จากการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดขยะอาหาร

เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ซึ่งสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่รวบรวมข้อมูลและส่งผ่านระบบคลาวด์ได้โดยไม่ต้องใช้มนุษย์ในการควบคุมหรือจัดการ จะมีบทบาทสำคัญในการติดตามควบคุมการใช้พลังงานและค้นหาวิธีในการสร้างระบบพลังงานแบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพที่สุด และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้

ธุรกิจค้าปลีกอาหาร จะสามารถเป็นผู้เล่นสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ เนื่องจากภาคการค้าปลีกมีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้า 2% ของไฟฟ้าที่ใช้ทั่วโลก ตามข้อมูลจากทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (The International Energy Agency :IEA) นั่นแปลว่า หากมีวิธีการตรวจสอบควบคุมการใช้พลังงานและในร้านค้าต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญได้

Sustainable Supermarket หรือ ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ยั่งยืน มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาของระบบอาหารโลกที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตัวอย่างประเด็นที่เป็นปัญหาคือ ขยะอาหาร เพราะหนึ่งในสามของอาหารทั้งหมดที่ผลิตได้ในปัจจุบันนั้นกลายเป็นขยะหรือที่ไม่ได้รับประทาน ทั้งที่ปัญหาความหิวโหยในโลกยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฉพาะในประเทศอุตสาหกรรม มีการสูญเสียอาหารถึง 40% ในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค

ตู้แช่เย็นเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อเก็บรักษาอาหารที่ขายแต่ก็ใช้พลังงานสูง ดังนั้นความท้าทายของธุรกิจค้าปลีกอาหารคือ การรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารโดยใช้พลังงานให้น้อยที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่หาสมดุลได้ยากหากยังใช้การจัดการพลังงานแบบเดิมและต้องอาศัยการควบคุมด้วยตัวเอง ดังนั้นระบบการแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยี IoT จะช่วยทำให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ต่างๆ ทำงานได้อย่างราบรื่นและใช้พลังงานน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ระบบเซนเซอร์ของเทคโนโลยี IoT ช่วยให้ร้านค้าปลีกอาหารสามารถรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษาอาหารให้ปลอดภัยและลดการสูญเสีย ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานสำหรับการทำความร้อน การระบายอากาศ เครื่องปรับอากาศ ระบบแสงสว่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ

การลดการใช้พลังงานและลดปริมาณอาหารที่สูญเสียไม่เพียงส่งผลดีต่อผลกำไรของธุรกิจค้าปลีกอาหาร แต่ยังช่วยสร้างโลกที่สิ่งแวดล้อมดีขึ้น เฉพาะในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ระบบการแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยี IoT ช่วยให้ผู้ค้าปลีกอาหารประหยัดเงินไปได้ 37 ล้านดอลลาร์ โดยการลดขยะอาหารและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 2 ล้านตัน

การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดยะอาหาร เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- เป้าหมายที่ 7 สร้างหลักประกันว่าทุกคนเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ในราคาที่สามารถซื้อหาได้ เชื่อถือได้ และยั่งยืน ในประเด็นการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (7.3)  
- เป้าหมายที่ 9 สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม ในประเด็นเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสารและอินเตอร์เน็ต (9.c)
- เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ในประเด็นการลดของเสียที่เป็นอาหาร (food waste) (12.3)

ที่มา: World Economic Forum

Last Updated on มีนาคม 25, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

คู่มือสร้างเมืองสุขภาพดี ‘Healthy Cities and Communities Playbook’ จาก World Economic Forum

คู่มือ Healthy Cities and Communities Playbook เป็นผลงานชิ้นสำคัญจากโครงการริ่เริ่ม Healthy Cities and Communities Initiative โดย World Economic

‘Towards a dementia-inclusive society’ คู่มือใหม่ของ WHO ที่จะช่วยให้ผู้มีภาวะสมองเสื่อมอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม นอกจากจะเผชิญกับปัญหาด้านจิตใจ สังคม อารมณ์ และการเงินแล้ว ยังประสบกับความรู้สึกถูกตีตราและการเลือกปฏิบัติ องค์การอนามัยโลก (W…

ติดตามข้อมูลความก้าวหน้าของ SDGs ทุกเป้าหมายผ่าน data visualization บนเว็บไซต์ ‘SDG Tracker’

‘SDG Tracker’ เว็บไซต์ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถติดตามและศึกษาความก้าวหน้าของตัวชี้วัด (indicator) ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย…

Komerce แพลตฟอร์มเชื่อมเยาวชนในชนบทกับ SMEs ให้มีงานทำโดยไม่ต้องเข้าเมืองเพราะโอกาสงานที่กระจุกตัว

อัตราการกลายเป็นเมืองของอินโดนีเซียเติบโตขึ้นทุกปี โดยมาพร้อมกับโอกาสงานดึงดูดให้ประชากรเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองมากกว่าชนบท ขณะที่ในชนบทกลับไม่มีงานให้…

ค้นหา