เปิดฉากการประชุม ‘COP30’ ที่บราซิล จับตาประเด็นพลังงานสะอาด – ระดมทุนอนุรักษ์ป่าไม้ ลดโลกร้อน และเร่งลงมือปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาเดิม

เปิดฉากการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change Conference of the Parties: UNFCCC COP) ครั้งที่ 30 หรือการประชุม  ‘COP30’ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 21 พฤศจิกายน 2568  ณ เมืองเบเล็ง (Belém) ประเทศบราซิล มีผู้แทนลงทะเบียนเข้าร่วมมากกว่า 50,000 คน ทั้งนักข่าว นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ ผู้นำชนพื้นเมือง และผู้แทนจาก 195 ประเทศทั่วโลก โดยมุ่งประเด็นหารือเกี่ยวกับการระดมและดึงดูดเงินลงทุน เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงลดการตัดไม้ทำลายป่า พร้อมเร่งรัดการลงมือปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่นานาประเทศเคยให้ไว้ในอดีตมากกว่าการตั้งเป้าหมายใหม่

การประชุมครั้งนี้ บราซิลในฐานะเจ้าภาพเรียกร้องให้มีการระดมเงินทุนจำนวน 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.10 แสนล้านบาท) และดึงดูดเงินลงทุนเพิ่มเติมอีก 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.24 ล้านล้านบาท) จากตลาดการเงินโลก สำหรับโครงการ Tropical Forests Forever Facility (TFFF) เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและลดการตัดไม้ทำลายป่า พร้อมทั้งเรียกร้องให้นานาประเทศดำเนินการตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ในอดีต เช่น การยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลตามข้อตกลงของ COP28 โดยเป้าหมายหลักของรัฐบาลบราซิลในครั้งนี้คือ “การลงมือปฏิบัติ” (implementation) มากกว่าการตั้งเป้าหมายใหม่

หลังจากการประชุมสุดยอดก่อน COP30 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Lula Inacio Lula da Silva ประธานาธิบดีของบราซิลกล่าวว่า “ผมเชื่อมั่นว่าแม้จะมีความยากลำบากและความขัดแย้งอยู่บ้าง เราจำเป็นต้องมีแผนปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟูป่าไม้ที่ถูกทำลายลงไป ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และระดมทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านี้” ทั้งนี้ COP30 ยังถือเป็นการประชุมครั้งแรกที่ยอมรับอย่างเป็นทางการว่าจนถึงขณะนี้เรายังไม่สามารถป้องกันภาวะโลกร้อนได้สำเร็จ

โดยปีนี้สถานการณ์สภาพอากาศสุดขั้วยังคงทวีความรุนแรงทั่วโลก ในอินเดียและปากีสถาน ต้องเผชิญคลื่นความร้อนแตะ 48 องศาเซลเซียส คร่าชีวิตหลายร้อยคน ส่วนยุโรปมีคลื่นความร้อนทำลายสถิติ ไฟป่าในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ทำให้ต้องอพยพผู้คนกว่า 100,000 คน และตุรกีประสบภัยแล้งรุนแรง ปริมาณฝนลดลงสูงสุด 71% ขณะเดียวกันแม้โลกยังไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียสได้สำเร็จ แต่ความก้าวหน้าทางพลังงานสะอาดยังมีอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน พลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์และลม คิดเป็นกว่า 90% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ทั่วโลก รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเป็น 1 ใน 5 ของรถใหม่ และการลงทุนด้านพลังงานสะอาดคาดว่าจะสูงถึง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ 

อย่างไรก็ดี การประชุมครั้งนี้ไร้เงาตัวแทนจากสหรัฐฯ เนื่องจากก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าภาวะโลกร้อนเป็น “การหลอกลวงครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับโลก” ซึ่งทรัมป์ได้ถอนสหรัฐฯ ออกจากความตกลงปารีส (Paris Agreement) เป็นครั้งที่สอง หลังในช่วงวาระประธานาธิบดีสมัยแรก ซึ่งต่อมาถูกยกเลิกโดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 วันเริ่มต้นวาระประธานาธิบดีสมัยที่สอง โดยอ้างถึงภาระทางเศรษฐกิจจากมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศของสหรัฐฯ ซึ่งท่าทีเชิงปฏิเสธวิกฤตสภาพภูมิอากาศของทรัมป์ทำให้วาระการประชุมซับซ้อนขึ้นหรือไม่จำเป็นต้องจับตาดูต่อไป

สุดท้ายนี้ เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เตือนว่าแม้อุณหภูมิโลกเกินขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียส ชั่วคราวก็อาจทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศ ชีวิตผู้คน และความมั่นคงโลก

เข้าถึงตารางกิจกรรมตลอดการประชุมได้ที่ : https://unfccc.int/documents 
ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของการประชุมได้ที่ : https://cop30.br/en 

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG7 พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้
– (7.2) เพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนในการผสมผสานการใช้พลังงานของโลก ภายในปี 2573
– (7.a) ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการวิจัย และเทคโนโลยีพลังงานที่สะอาด โดยรวมถึงพลังงานทดแทน ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และเทคโนโลยีเชื้อเพลิงฟอสซิลชั้นสูงและสะอาด และสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเทคโนโลยีพลังงานที่สะอาด ภายในปี 2573
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
– (13.3) พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า
– (13.a) ดำเนินการให้เกิดผลตามพันธกรณีที่ผูกมัดต่อประเทศพัฒนาแล้วซึ่งเป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีเป้าหมายร่วมกันระดมทุนจากทุกแหล่งให้ได้จำนวน 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ภายในปี 2563 เพื่อจะแก้ปัญหาความจำเป็นของประเทศกำลังพัฒนาในบริบทของการดำเนินการด้านการบรรเทาที่ชัดเจนและมีความโปร่งใสในการดำเนินงานและทำให้กองทุน Green Climate Fund ดำเนินการอย่างเต็มที่โดยเร็วที่สุดผ่านการให้ทุน
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
– (15.1) สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ระบบนิเวศบนบกและในน้ำจืดในแผ่นดินรวมทั้งบริการทางระบบนิเวศอย่างยั่งยืน เฉพาะอย่างยิ่ง ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ ภูเขา และเขตแห้งแล้ง โดยเป็นไปตามข้อบังคับภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศ ภายในปี 2563
– (15.2) ส่งเสริมการดำเนินการด้านการบริหารจัดการป่าไม้ทุกประเภทอย่างยั่งยืน หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า ฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม และเพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าทั่วโลกอย่างจริงจัง ภายในปี 2563
– (15.5) ปฏิบัติการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อลดการเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และภายในปี 2563 ปกป้องและป้องกันการสูญพันธุ์ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.3) ระดมทรัพยากรทางการเงินเพิ่มเติมจากแหล่งที่หลากหลายไปยังประเทศกำลังพัฒนา
– (17.16) ยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมเติมเต็มหุ้นส่วนความร่วมมือจากภาคส่วนที่หลากหลายซึ่งจะระดมและแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และทรัพยากรด้านการเงิน เพื่อจะสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน

แหล่งที่มา :
COP30 summit in Brazil: What we know about the UN climate conference (aljazeera)
What to know about COP30 as the international climate conference gets underway in Brazil (ABC News)

Last Updated on พฤศจิกายน 21, 2025

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นและรายละเอียดของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการพัฒนาการสื่อสารองค์ความรู้ของ SDG Move เท่านั้น
* หมายถึง ข้อมูลที่จำเป็น