ช่วงปีที่ผ่านมา ‘สถานการณ์สิทธิมนุษยชน’ ทั่วโลกยังคงน่าเป็นห่วง หลายพื้นที่ยังคงมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงและเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในพื้นที่สงครามความขัดแย้ง เช่น กรณีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่อิสราเอลกระทำต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่รัสเซียกระทำต่อยูเครน
ขณะที่ประเทศไทย มีความกังวลต่อประเด็นการละเมิดและลิดรอนสิทธิของผู้ชุมนุมประท้วง สิทธิของผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ สิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง และสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยพบว่ามีประชาชนอย่างน้อย 55 คนถูกคุมขังจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมประท้วงโดยสงบ และมีการส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับประเทศจีน ทั้งที่พวกเขามีความเสี่ยงต่อการถูกทรมาน
SDG Recommends ฉบับนี้ จึงชวนผู้อ่านสำรวจ ‘รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจำปี 2568/69’ ซึ่งเป็นรายงานที่ประเมินพัฒนาการสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนหลายประการ ทั้งการฉายภาพให้เห็นถึงการทำลายระบบที่ตั้งอยู่บนกติการะหว่างประเทศ และการระบุแนวโน้มเกี่ยวกับการขัดแย้งกันด้วยอาวุธ การปราบปรามผู้เห็นต่าง การเลือกปฏิบัติ ความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสภาพภูมิอากาศ การระงับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างฉับพลัน ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีโดยมิชอบ แนวโน้มส่วนใหญ่สะท้อนถึงความถดถอยด้านสิทธิมนุษยชน และมีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อไปหลังปี 2569
รายงานฉบับนี้รวบรวมข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนตลอดปี 2568 ใน 144 ประเทศ โดยเชื่อมโยงประเด็นเหล่านี้ในระดับโลกและระดับภูมิภาค ตลอดจนการคาดการณ์สถานการณ์อนาคต รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมามุ่งพัฒนาชีวิตของผู้คน รายงานฉบับนี้จึงเป็นประโยชน์สำหรับผู้นำรัฐบาล ผู้กำหนดนโยบาย ผู้สนับสนุน นักกิจกรรม และบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในประเด็นสิทธิมนุษยชน
ตัวอย่างสถานการณ์สิทธิมนุษยชนระดับโลกที่น่าสนใจ เช่น
- ประเทศต่าง ๆ ยังดำเนินการที่เอื้ออำนวยให้เกิดการเคลื่อนย้ายอาวุธอย่างไร้ความรับผิดชอบ โดยพบว่าสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำสนับสนุนทางทหารจำนวนมากแก่อิสราเอล ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นผู้จัดหาอาวุธแก่กองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็วของซูดาน
- หลายประเทศทั่วโลก เช่น จีน อียิปต์ อิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ยังคงใช้ความรุนแรงปราบปรามการชุมนุมประท้วงของประชนและทำให้การแสดงความเห็นกลายเป็นความผิดทางอาญาผ่านกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายและกฎหมายความมั่นคง
- รัฐบาลทั่วโลกล้มเหลวในการยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่วนเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศและการสนับสนุนการปรับตัวนั้นมีไม่เพียงพออย่างมากเมื่อเทียบกับความจำเป็น
- ภาคธุรกิจยังคงละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ละเมิดสิทธิแรงงาน และการใช้คดีความเป็นเครื่องมือโจมตี ขณะที่กฎระเบียบสำคัญฉบับใหม่ของสหภาพยุโรปว่าด้วยการตรวจสอบสถานะด้านสิทธิมนุษยชนของภาคธุรกิจ (corporate due diligence) ถูกผ่อนคลายความเข้มงวดลง
ตัวอย่างสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยที่น่าสนใจ เช่น
- นับถึงสิ้นปี 2568 พบว่ามีคนไทยอย่างน้อยอีก 55 คนที่ยังคงถูกคุมขังและรับทาจำคุกจากการใช้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมประท้วงโดยสงบ
- มีการฟ้องปิดปาก (SLAAP) ต่อนักข่าวและภาคประชาสังคมหลายครั้ง โดยกรณีที่ชัดเจนเช่นกรณีการฟ้องหมิ่นประมาทต่อวิฑูรญ์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี ซึ่งผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติได้แสดงความกังวลว่าเป็นการตอบโต้จากการทำงานด้านสิทธิชุมชนและความมั่นคงทางอาหาร
- การอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยทำงานได้มีความก้าวหน้าขึ้น โดยมติคณะรัฐมนตรีเดือนสิงหาคม 2568 ได้อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยจากเมียนมาสามารถทำงานได้ถูกต้องตามกฎหมายหมายในไทย ซึ่งครอบคลุมถึงผู้ถูกบังคับให้พลัดถิ่นประมาณ 81,000 คน ที่อาศัยในค่ายตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา
- โครการแลนบริดจ์ และ โครงการเหมืองแร่โปแตช เป็นสองโครงการสำคัญที่ภาคประชาชนแสดงความกังวลและต่อต้าน เนื่องจากเกรงว่าเป็นการละเมิดสิทธิชุมชนและทำลายสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– แอมเนสตี้ เผยสถานการณ์โทษประหารชีวิตปี 2566 สถิติทั่วโลกเพิ่มขึ้น 20% สูงสุดรอบ 10 ปี โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง
– เผยแพร่แล้ว! รายงานสิทธิมนุษยชนประจำปี 2567 – Human Rights Watch ชี้การปราบปรามโดยรัฐในเอเชียเพิ่มขึ้น กังวลระบอบประชาธิปไตยยังคงถูกทำลาย
– SDG Recommends | ผ่านไปแล้ว 1 ปีร่าง พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานและอุ้มหาย กับการรอเสนอเข้าสภาฯ ที่ไม่มีกำหนด
– SDG Recommends | รายงานร่วมตามกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (UPR) โดย FIDH iLaw ศูนย์ทนายสิทธิฯ และ สสส.
– SDG Updates | SDG 16 กับการบังคับให้สูญหายในบริบทประเทศไทย
– แอมเนสตี้เผยแนวโน้ม ‘สิทธิมนุษยชนถดถอย’ ในปี 2568 โลกเผชิญการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม และวิกฤตเศรษฐกิจ-ภูมิอากาศ
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG7 พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง
– (16.1) ลดความรุนแรงทุกรูปแบบและอัตราการตายที่เกี่ยวข้องในทุกแห่งให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
– (16.3) ส่งเสริมหลักนิติธรรมทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ และสร้างหลักประกันว่าทุกคนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม
– (16.10) สร้างหลักประกันว่าสาธารณชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีการปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ตามกฎหมายภายในประเทศและความตกลงระหว่างประเทศ
– (16.b) ส่งเสริมและบังคับใช้กฎหมายและนโยบายที่ไม่เลือกปฏิบัติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แหล่งที่มา : รายงานประจำปี 2568/69 สถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก (Amnesty International)