สี่องค์กรสุขภาพมั่นใจ ‘เขตสุขภาพเพื่อประชาชน’ พลิกโฉมหน้า มุ่งบูรณาการงานสุขภาพพื้นที่

ที่มา : nationalhealth.or.th

   คิกออฟ! “เขตสุขภาพเพื่อประชาชน” ๔ องค์กรหลักด้านสุขภาพ ทั้ง สธ. สสส. สปสช. และ สช. จับมือบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน รุกแก้ปัญหาสุขภาพที่สอดคล้องกับความจำเป็นของพื้นที่ ย้ำคณะกรรมการ ๑๓ เขตสุขภาพฯ ทั่วประเทศ ต้องพร้อมสู่การปฏิบัติจริงภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

 

เมื่อวันที่ ๑๒-๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “เตรียมความพร้อมการขับเคลื่อนเขตสุขภาพเพื่อประชาชน ครั้งที่ ๑” ที่มี ๔ หน่วยงานหลักด้านสุขภาพ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่โรงแรมอมารีแอร์พอร์ต ดอนเมือง กทม. โดยเป็นการประชุมเตรียมการทำงานร่วมกันครั้งแรกของทีมเลขานุการร่วม คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.)ทั้ง ๑๓ เขต ที่ประกอบด้วยผู้แทนจาก สช. ก.สธ. สปสช. และ สสส.

ผู้บริหารระดับสูงของ ๔ องค์กรหลักทั้ง นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, พญ.ประนอม คำเที่ยง รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒน์ รักษาการเลขาธิการ สปสช. และ นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการ สสส. ร่วมในเวทีเสวนาเปิดการประชุม

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งเขตสุขภาพเพื่อประชาชน พ.ศ.๒๕๕๙ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ในวันนี้ (๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๙) โดยมีเป้าหมายเพื่อปฏิรูปและขับเคลื่อนระบบสุขภาพที่ยึดประโยชน์และความจำเป็นด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เป็นศูนย์กลาง มุ่งการบูรณาการงานข้ามภาคส่วน เพื่อกำหนดเป้าหมาย ทิศทาง ยุทธศาสตร์ และกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เป็นองค์ประกอบของ กขป. ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน สานพลังการทำงานและทรัพยากรที่แต่ละหน่วยงานองค์กรมีอยู่แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะไม่มีการตั้งองค์กรใหม่ ทั้งนี้ เขตสุขภาพเพื่อประชาชน ประกอบด้วย ๑๓ เขต ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ ๑๒ เขตพื้นที่ และกรุงเทพมหานครอีก ๑ เขตพื้นที่

“จากนี้ไปจะมีการระดมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ ๔ หน่วยงานหลักรวมถึงกรุงเทพมหานคร ร่วมกันออกแบบและวางกรอบการทำงานให้สามารถเชื่อมโยงทุกหน่วยงานและองค์กรเป็นเครือข่าย ถือว่าเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากเดิมที่มุ่งภารกิจของตนเป็นหลัก เพื่อให้การปฏิรูประบบสุขภาพไปสู่สังคมสุขภาวะได้จริงตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ระเบียบสำนักนายกฯจะมีผลหลังจากนี้อีก ๖๐ วัน จึงนับว่าเป็นช่วงเวลาของการเตรียมการที่ดีโดยเริ่มจากการประชุมเชิงปฏิบัติการทีมเลขานุการร่วมของแต่ละเขต ที่กำหนดให้มาจากทั้ง ๔ องค์กร ร่วมกันเป็นกลไกขับเคลื่อนให้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ คาดว่า คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) ๑๓ คณะ ประจำพื้นที่ต่างๆ จะสามารถเกิดขึ้นได้ภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๐ นี้ โดยจะมีการประชุมเปิดตัวเขตสุขภาพฯพร้อมกันทั่วประเทศด้วย ทั้งนี้ เขตสุขภาพฯ ต้องรายงานการทำงานให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติอย่างน้อยปีละครั้ง และภายใน ๒ ปีจะมีการประเมินผลการทำงานและรายงานต่อคณะรัฐมนตรีด้วย”

พญ.ประนอม คำเที่ยง รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เขตสุขภาพเพื่อประชาชนจะเข้ามาเสริมพลังทำให้การทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพประสบผลสำเร็จบรรลุแผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของชาติอีกด้วย ถือเป็นการก้าวไปสู่ความเป็นเลิศใน ๔ ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมป้องกันโรค ระบบบริการสุขภาพ การพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ และระบบการบริหารจัดการ

“เขตสุขภาพเพื่อประชาชนจะช่วยบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ทำให้งานบรรลุผลได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเรื่อง การแก้ปัญหายุงลาย ซึ่งมีหลายหน่วยงานดำเนินการอยู่ในพื้นที่ เป็นปัญหาที่ไม่มีขอบเขตพื้นที่ เมื่อใช้กลไกเขตสุขภาพเพื่อประชาชนจะช่วยระดมทรัพยากรทั้งคนและงบประมาณมาดำเนินการในเรื่องที่เป็นเป้าหมายเดียวกัน ถือเป็นการทำงานแบบสานพลัง ก้าวข้ามความขัดแย้งไปสู่เป้าหมายเพื่อเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง” พญ.ประนอม ระบุ

นพ.ศักดิชัย กาญจนวัฒน์ รักษาการเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า เขตสุขภาพเพื่อประชาชนจะเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นเพื่อหาทางออกภายใต้ความขัดแย้งของหน่วยงานต่างๆ มาช่วยเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง ๔ หน่วยงานหลัก เป็นกลไกให้เกิดความสมานฉันท์ และสนับสนุนศักยภาพให้แต่ละพื้นที่จัดการตนเองได้ โดย กขป. จะต้องเข้ามาเป็นกลไกสำคัญให้เกิดการเชื่อมประสานระหว่างนโยบายระดับชาติลงสู่การปฏิบัติในจังหวัดผ่านการประยุกต์ให้เข้ากับสภาพของแต่ละพื้นที่ และยังจะช่วยทำให้เห็นถึงความกลมเกลียวในการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานมากขึ้นอีกด้วย

“เขตสุขภาพเพื่อประชาชนจะสามารถ ต่อปลั๊กการทำงาน ของทุกภาคส่วนให้มาร่วมมือกันทำงานในเรื่องเดียวกัน สามารถตกลงร่วมกันได้ ซึ่งจะช่วยให้เกิดประโยชน์ในการทำงานไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงคือประชาชน”

ด้าน ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการ สสส. เสนอ ๔ ประเด็น ที่จะทำให้เขตสุขภาพเพื่อประชาชน ขับเคลื่อนได้อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย ๑.ต้องมีการประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เป็นประจำ ๒. ใช้ความรู้เป็นฐานในการทำงาน ซึ่งจะทำให้ประเด็นต่างๆ ไปสู่ข้อยุติได้ง่ายขึ้น ๓.ต้องมีผู้นำเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการทำงาน ๔.ต้องนำโมเดลเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการทำงาน ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

“การทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระยะสั้น ถือว่ามีความสำคัญมาก หรือที่เรียกว่า QUICK WIN เพื่อให้สาธารณะได้เห็นผลสำเร็จของงานที่เป็นรูปธรรมในระยะ ๑-๒ ปีนี้ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ ก็ตาม เพื่อทำให้ผู้คนเห็นว่าเขตสุขภาพเพื่อประชาชนตั้งขึ้นมาแล้วเกิดผลสำเร็จที่ใกล้ตัวประชาชนและชุมชนจริงๆ” ดร.นพ.บัณฑิต กล่าวทิ้งท้าย

Last Updated on ธันวาคม 20, 2021

Author

ผู้เขียน

RELATED

นักวิจัยสเปนใช้ AI วิเคราะห์รูปแบบการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในเมือง เพื่อเป็นข้อมูลพัฒนาถนนในเมืองให้ปลอดภัยมากขึ้น

นักวิจัยจาก Universitat Oberta de Catalunya (UOC) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยออนไลน์แห่งแรกของโลก ได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในงานวิจัยเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลรูปแบบ…

Florida Coral Rescue Center ใช้ห้องแลปหาสาเหตุโรคระบาด SCTLD ที่ทำลายแนวปะการังในฟลอริดาและแถบแคริบเบียน

โรคสูญเสียเนื้อเยื่อหินปะการัง (Stony Coral Tissue Loss Disease – SCTLD) เป็นโรคระบาดและเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ทำให้แนวปะการังนานาชนิดมากถึง 30 สปีชีส์…

ทศวรรษแห่งสมุทรศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนกับ 4 โซลูชันจากโครงการ Flagship ที่ออกสำรวจใต้ท้องทะเลลึก

“ทะเลลึก” (deep ocean) เป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนแต่มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการเก็บกักคาร์บอนส่วนเกินและความร้อน เ…

SDG Spotlight – 6 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 1 และ 2 ประจำเดือนเมษายน 2567

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่  1 – 15 เมษายน 2567 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ด…

ค้นหา