Florida Coral Rescue Center ใช้ห้องแลปหาสาเหตุโรคระบาด SCTLD ที่ทำลายแนวปะการังในฟลอริดาและแถบแคริบเบียน

โรคสูญเสียเนื้อเยื่อหินปะการัง (Stony Coral Tissue Loss Disease – SCTLD) เป็นโรคระบาดและเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ทำให้แนวปะการังนานาชนิดมากถึง 30 สปีชีส์ในฟลอริดาและแถบแคริบเบียนต้องเสียหาย

เพื่อที่จะปกป้องไม่ให้ปะการังเข้าสู่จุดใกล้สูญพันธุ์เพราะโรคภัยทำลายล้าง นักวิทยาศาสตร์ – นักชีววิทยาทางทะเลจาก Florida Coral Rescue Center ภายใต้เครือข่าย Florida Coral Rescue เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ได้พัฒนาห้องทดลอง สร้างปะการังและโขดหินใต้น้ำที่ประกอบด้วยกระแสน้ำและปลาท้องถิ่น และนำตัวอย่างปะการังที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแต่ยัง “แข็งแรงดี” เข้ามาร่วมในการศึกษาหาปะการังที่มีภูมิต้านทานต่อโรคและสภาพภูมิอากาศ โดยใช้วิธีการทางชีววิทยาหาสาเหตุของโรค หาวิธีการป้องกันโรค SCTLD และอนุรักษ์พันธุ์ด้วยการสร้างธนาคารพันธุกรรม (gene bank)

ภาพห้องแลปที่ใช้ทำการศึกษา จากชุดความรู้ Seascape: the state of our oceans โดย The Guardian
ติดตามอ่านและชมภาพต่อ ที่นี่

หินปะการังก่อตัวรวมกันกลายเป็นแนวปะการังที่ช่วยพยุงและค้ำจุนสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ 1 ใน 4 ของทั้งหมด ทว่าโรค SCTLD เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย เข้ามาทำลายทั้งการเพาะพันธุ์ของปะการังและเนื้อเยื่อของหินปะการัง เหลือเป็นเพียงหินปูนสีขาวที่มีรูปร่างคล้ายโครงกระดูก โดยสาหร่ายที่มีหน้าที่แต้มสีสันให้กับเนื้อเยื่อนั้นจะเป็นส่วนแรกที่ถูกคร่าชีวิตก่อนเมื่อเผผิญกับโรค หลังจากนั้น เซลล์ของปะการังจะแตกสลาย แยกส่วน และตายลง

โรค SCTLD เผยตัวครั้งแรกบริเวณเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ จากนั้นก็เริ่มแพร่ขยายออกไปเรื่อย ๆ จนถึงช่องแคบฟลอริดา (Strait of Florida) ใกล้กับ Key Largo และแถบแคริบเบียนจนเกือบถึงอเมริกาใต้

ภาพจาก Florida Department of Environmental Protection (กันยายน 2563)

ส่วนสาเหตุของโรคดังกล่าว แรกเริ่มมีการคาดการณ์ว่าเป็นเพราะแบคทีเรีย งานวิจัยบางชิ้นระบุว่าเป็นเพราะไวรัส ขณะที่หลาย ๆ ฝ่ายเชื่อว่าสาเหตุของโรคน่ามาจากหลากหลายปัจจัย อาทิ อุณหภูมิของทะเลที่เพิ่มขึ้น มลพิษและไนโตรเจนที่สลายออกจากปุ๋ยที่ลงสู่ทะเล ไปจนถึงมีงานวิจัยที่ระบุว่าสาเหตุหลักเป็นเพราะบัลลาสต์ (ballast) และน้ำเสียจากเรือ

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG14 ทะเลและทรัพยากรทางทะเลและมหาสมุทร
-(14.1) ป้องกันและลดมลพิษทางทะเลทุกประเภท โดยเฉพาะจากกิจกรรมบนแผ่นดิน รวมถึงซากปรักหักพังทางทะเลและมลพิษของสารอาหาร (nutrient pollution) ภายในปี 2568
-(14.3) ลดและแก้ปัญหาผลกระทบของความเป็นกรดในมหาสมุทร โดยรวมถึงผ่านทางการส่งเสริมความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ในทุกระดับ
-(14.a) เพิ่มความรู้ทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาขีดความสามารถในการวิจัย และถ่ายทอดเทคโนโลยีทางทะเล

แหล่งที่มา:
Scientists recreate reefs in labs to stem the plague killing coral – in pictures (The guardian / The David & Lucile Packard Foundation)

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

ชุดอาหารเช้าในเมืองไอจิ: จานอาหารสะท้อนเมืองที่โอบรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม

จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น เป็นจังหวัดที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากที่สุดเป็นอันดับสอง รองจากกรุงโตเกียว นับว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความหลากหลายท…

บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ Microsoft เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริม “Adaptive Accessories” รองรับการใช้งานคอมพิวเตอร์ของผู้พิการ

เมื่อโลกปัจจุบันผู้คนต่างต้องอาศัยการใช้งานคอมพิวเตอร์ แต่อุปกรณ์นั้นกลับไม่ได้เหมาะสมต่อผู้ใช้งานทุกคน จะดีกว่าไหมหากมีอุปกรณ์เสริมที่ปรับใช้ได้แก่…

“หมอซินเธีย” อาสาสมัครไร้สัญชาติ รับรางวัล ‘Gwangju Prize for Human Rights’

อนาคตของชาวเมียนมา แสงแห่งความหวังในการมีระบบสุขภาพที่ดี ซินเธีย หม่อง แพทย์อาสาไร้สัญชาติ ผู้ก่อตั้ง ‘แม่ตาวคลินิก’ หรือ Mae Tao Clinic สถานพยาบาลขั…

EarthEnable ปรับปรุงพื้นบ้านในชนบทรวันดา ด้วยนวัตกรรม ‘พื้นดินขัดมัน’ ที่สะอาด ทนทาน และราคาถูก

EarthEnable คือ องค์กรไม่แสวงหากำไรในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งโดยกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดตั้งแต่ปี 2014 โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงและพัฒนาพื้น…

ค้นหา