บริโภคผักนำเข้ายังยั่งยืนกว่าเนื้อสัตว์ผลิตในท้องถิ่น เพราะการขนส่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการเลี้ยงสัตว์

แนวคิดสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารจากท้องถิ่นเกิดขึ้นเพราะมีหลักฐานบ่งชี้อีกว่าการผลิตและการบริโภคอาหารในพื้นที่ใกล้เคียงส่งผลดีต่อการจ้างงาน สุขภาพ การพัฒาชุมชน เศรษฐกิจในท้องถิ่น ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และยังมีความยั่งยืนกว่าเพราะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งอาหารจึง แต่อาหารท้องถิ่นอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ยั่งยืนที่สุดเสมอไป การพิจารณาความยั่งยืนของระบบอาหารต้องคำนึงถึงตัวแปรอื่นๆ ด้วย

งานวิจัยในวารสาร Science วิเคราะห์ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการผลิตอาหารแต่ละประเภทตลอดทั้งระบบ ตั้งแต่การใช้พื้นที่ การผลิต การแปรรูป การขนส่ง การจัดจำหน่าย พบว่ากิจกรรมในระบบอาหารที่เป็นต้นตอการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดสองอย่าง หนึ่ง คือ การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน เช่น การเปลี่ยนพื้นที่ป่าเป็นทุ่งนาหรือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ สอง คือ การทำฟาร์ม ซึ่งรวมถึงการปล่อยก๊าซมีเทนจากสัตว์เคี้ยวเอื้องและการปลูกข้าว ก๊าซเรือนกระจกจากปุ๋ยธรรมชาติและปุ๋ยเคมี ไปจนถึงการใช้เครื่องจักร กิจกรรมทั้งสองนี้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 80% ของการผลิตอาหารส่วนใหญ่ ในขณะที่การขนส่งอาหารปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 10% เท่านั้น (ยกเว้นการขนส่งอาหารทางอากาศแทนการขนส่งทางทะเลหรือทางรถ) และเมื่อนำมาเทียบกับกิจกรรมหลังการผลิตอื่นๆ ทั้งหมดจะเห็นว่าการขนส่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมค่อนข้างน้อยกว่ากิจกรรมอื่น

ความท้าทายที่สำคัญประการหนึ่งในปัจจุบันคือความต้องการผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์โดยรวมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการผลิตอาหารจากสัตว์และจากพืชปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับที่แตกต่างกันมาก การเลี้ยงวัวเพื่อให้ได้เนื้อวัว 1 กก. ปล่อย CO₂ ถึง 60 กก. ในขณะที่การปลูกถั่วเพื่อให้ได้ถั่ว 1 กก. ปล่อย CO₂ เพียง 0.3 กก.

ส่วนการทำประมงทั้งการจับสัตว์น้ำและการทำฟาร์มปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์อยู่มาก โดยมีปริมาณ CO₂ เทียบเท่า 3-5 กก. ต่อปลาหนึ่งกิโลกรัม แต่ก็ก่อปัญหาด้านมลพิษจากขยะพลาสติกและอันตรายอื่นๆ ให้กับแหล่งน้ำอย่างน่ากังวล

แม้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชโดยทั่วไปจะมีความยั่งยืนมากกว่า แต่การปลูกพืชบางชนิดก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กาแฟ โกโก้ และน้ำมันปาล์ม

ดังนั้น การบริโภคอย่างยั่งยืนจึงไม่ตรงไปตรงมาเพียงแค่สินค้านี้มาจากท้องถิ่นเท่านั้นหรือไม่ และจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการ แต่หากพิจารณาเพียงแค่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตเท่านั้น และมองข้ามมิติความยั่งยืนด้านอื่นๆ ผู้บริโภคสามารถใช้หลักการง่ายๆ คือ ผักที่นำเข้ามาจากจุดที่ไกลที่สุดของโลกมีความยั่งยืนมากกว่าผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ในท้องถิ่นอย่างแทบจะแน่นอน

กระบวนการเลี้ยงสัตว์ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมาก เกี่ยวข้องกับ SDGs ในเป้าหมาย
- SDG2 ยุติความหิวโหย ในประเด็น เกษตรกรรมที่ยั่งยืนและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และช่วยพัฒนาคุณภาพดินได้ (2.4)
- SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ในประเด็น การจัดการและการใช้ทรัพยากรธรรมธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน (12.2) และ ลดการปล่อยสารเคมีและของเสียเป็นพิษออกสู่ธรรมชาติและจัดการอย่างถูกต้อง (12.4)
-  SDG13 ต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในประเด็น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (13.2)
- SDG15 ระบบนิเวศบนบก ป่าไม้ ที่ดิน และความหลากหลายทางชีวภาพ

ที่มา: The Conversation

Last Updated on มิถุนายน 4, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

ส่อง ‘Human Development Report’ ฉบับล่าสุด พบการพัฒนามนุษย์ถดถอยติดต่อครั้งเเรกในรอบ 32 ปี ประเทศทั่วโลกต้องเร่งฟื้นคืนจากนานาวิกฤติ

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา โครงการพัฒนาเเห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) ได้เผยเเพร่รายงานการพัฒนามนุษย์ ฉบับปี…

2 คอร์สเรียนฟรีจาก UN เพื่อตระหนักถึงบทบาทของผู้หญิง ในโลกที่เผชิญวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ที่มา : UN Women

“Gender equality today for a sustainable tomorrow” [ความเท่าเทียมทางเพศในวันนี้ เพื่อความยั่งยืนในวันหน้า] คือธีมสำหรับวันสตรีสาก…

สรุปท่าทีไทยบนเวที UNGA 80 สะท้อนปัญหาสันติภาพ-ความมั่นคง ชูประเด็นสิทธิมนุษยชน สิทธิสตรี และสุขภาพ เพื่อความยั่งยืนทุกมิติ

สิ้นสุดลงแล้ว สำหรับการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 80 (80th Session of the United Nations General Assembly: UNGA80) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–2…

ความมั่งคั่งโลกเมื่อสิ้นปี 2020 เพิ่มขึ้นแม้เผชิญโรคระบาด แต่สัดส่วนความมั่งคั่งเกือบครึ่งถือครองโดยคนเพียง 1.1%

การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสส่งผลให้ระดับความมั่งคั่งทั่วโลกลดลงอย่างมากในช่วงตอนต้นของปี 2020 จากข้อมูลของเครดิตสวิส (Credit Suisse) พบว่า ความมั่งคั่…

ค้นหา