ไทยลงนามสัตยาบันเข้าเป็นภาคี RCEP สร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างอาเซียนและประชาคมโลก

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 รัฐสภาไทยได้โหวตเห็นชอบให้สัตยาบันความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) หลังจากมีการลงนามร่วมกับอีก 14 ประเทศ ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 37 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 (โดยมีการประกาศเจรจาอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี 2555)

RCEP มีสมาชิกทั้งหมด 15 ประเทศ ได้แก่ 10 ประเทศจากกลุ่มอาเซียน (ASEAN) และคู่เจรจาอีก 5 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ (อินเดียถอนตัวเมื่อปี 2019) โดยถือเป็นเขตการค้าเสรี (Free-Trade Area: FTA) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรรวมกันกว่า 2,200 ล้านคน หรือประมาณ 30% ของประชากรโลก ครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจมูลค่า GDP รวมกว่า 26.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 30% ของ GDP โลก

ประเทศสมาชิก RCEP ทั้ง 15 ประเทศ
Source: Tiger 7253, CC BY-SA 4.0 https://creativecommons.org/licenses/by-sa/4.0, via Wikimedia Commons

สำหรับความตกลง RCEP นี้ เป็นการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและประชาคมโลก เพิ่มการส่งออก สร้างโอกาสทางการค้าการลงทุนให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าระดับภูมิภาคได้ ได้สิทธิประโยชน์ทางการค้าจากกฎถิ่นกำเนิดสินค้าเดียวกัน ทำให้การค้าระหว่างประเทศในเขตการค้าเสรีตามความตกลง RCEP ขยายตัวได้มากขึ้น ห่วงโซ่มูลค่าที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เกิดการจ้างงานและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นความจำเป็นในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19

ในแถลงการณ์ร่วมของผู้นำ RCEP ในวันลงนาม กล่าวถึง “ความรับรู้ว่าข้อตกลง RCEP มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตอบสนองต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในภูมิภาค และจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความสามารถในการฟื้นตัวของภูมิภาค ผ่านกระบวนการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการระบาดใหญ่ที่ครอบคลุมและยั่งยืน”

“เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 17 – Partnership for the Goals มุ่งมั่นที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา (North-South) และความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (South-South) โดยการสนับสนุนแผนระดับชาติเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มอัตราการส่งออกล้วนเป็นองค์ประกอบของการมีระบบการค้าซึ่งอยู่บนพื้นฐานของกฎเกณฑ์สากล มีความเสมอภาค ยุติธรรม เปิดกว้าง และเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย”

สหประชาชาติ


อ้างอิง
https://www.prachachat.net/economy/news-557270
https://www.un.or.th/globalgoals/th/global-goals/partnerships-for-the-goals/
https://asean.org/joint-leaders-statement-regional-comprehensive-economic-partnership-rcep-2/
https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/39027

Last Updated on กุมภาพันธ์ 12, 2021

Author

  • Natetida Bunnag

    Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Natetida Bunnag

    Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

สหภาพยุโรปเตรียมเสนอมาตรฐานใหม่ ขจัดปัญหา “การฟอกสีเขียว” ที่ธุรกิจอ้างว่าคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

ในวันที่ 30 มีนาคมนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมนำเสนอ “ข้อริเริ่มผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน” (Sustainable Products Initiative) ซึ่งเป็นการผลักดันให้สินค้าของ…

รู้จัก SDG16 เพื่อสร้างสังคมสงบสุข ผ่านลิสต์หนังสือภาษาอังกฤษที่คัดสรรโดย UN เนื้อหาอ่านสนุก เสริมความรู้ เหมาะกับเด็กอายุ 6-12 ปี

หลังจากเคยแนะนำลิสต์หนังสือภาษาอังกฤษเพื่อทำความรู้จักกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป้าหมายที่ 1-15 ไปแล้ว วัน…

การจัดการกับสารอันตรายและวิกฤติสิ่งแวดล้อม จะต้องใช้ข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

สิทธิในวิทยาศาสตร์ (Right to Science) ทำให้มนุษย์มีเครื่องมือใช้ประเมิน ป้องกัน และเผชิญหน้ากับการที่โลกจะปนเปื้อนไปด้วยสารพิษอย่างรุนแรงและวิกฤติทาง…

การศึกษาในแคนาดาพยายามหาปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงซึ่งอพยพเข้ามาใหม่ เผชิญกับปัญหาสุขภาพหรือไม่มีความพึงพอใจในชีวิต

ผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานในแคนาดาเป็นส่วนประกอบสร้างสังคมแคนาดาอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานผู้หญิง มักจะไม่ถูกนับรวมหรือตกหล่นไปจากสังคม อาทิ…

ค้นหา