วิกฤติทางการเมืองในเมียนมาทำให้ประชากรอีก 3.4 ล้านคนต้องเผชิญกับ ‘ความหิวโหย’

บทวิเคราะห์ความมั่นคงทางอาหารของโครงการอาหารโลก (World Food Programme: WFP) Myanmar: Analysis of the Economic Fallout and Food Insecurity in Wake of the Takeover – 2021 เผย ตั้งแต่รัฐประหารในเมียนมาเมื่อกุมภาพันธ์ 2564 ยิ่งทำให้ประเด็น ‘ความไม่มั่นคงทางอาหาร’ ของประเทศที่มีแต่เดิมรุนแรงขึ้น ประมาณว่าอีก 1.5 – 3.4 ล้านคนในเมียนมาจะประสบกับความหิวโหย และ 3 ใน 4 ของประชาชนจะเปราะบางต่อ ‘ความยากจน’ โดยเฉพาะผู้คนในพื้นที่เขตเมืองซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และผลกระทบระยะยาวที่มีต่อระบบอาหารในพื้นที่ชนบท

เพราะวิกฤติทางการเมืองทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว การค้าขายติดขัด การลงทะเบียนเปิดธุรกิจน้อยลงกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งทางธนาคารโลกคาดการณ์ว่า GDP ของเมียนมาร์อาจหดตัวถึง 10% ในปี 2564

นอกจากนี้ วิกฤติทางการเมืองทำให้การดำเนินการภาครัฐ 90% ต้องพักลงชั่วคราว การให้บริการสาธารณสุข สถาบันการศึกษา และโรงงานในย่างกุ้งกว่า 13 แห่ง (มีนาคม 2564) ต้องปิดตัวลง ผู้คนสูญเสียงานและรายได้ขณะที่ราคาข้าวและน้ำมันทำอาหารสูงขึ้น 5% และ 18% ตามลำดับ และสูงมากในบริเวณชายแดนในรัฐยะไข่ คะฉิ่น และฉิ่น ทั้งค่าใช้จ่ายในภาคขนส่งที่แพงขึ้น และธนาคารพาณิชย์ประมาณ 2,000 แห่งทำงานไม่ได้ตามปกติ การชำระเงินระหว่างประเทศ การถอนเงิน การโอนเงินระหว่างธนาคาร รวมถึงการส่งเงินกลับบ้านของชาวเมียนมามากกว่า 4 ล้านคนจากต่างประเทศซึ่งเป็นรายได้หนึ่งแหล่งที่สำคัญ ต้องประสบปัญหา – เหล่านี้เป็นสัญญาณสำคัญต่อประเด็น #SDG1 ความยากจน และ #SDG2 ความหิวโหยในเมียนมา

เมียนมาเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างต่ำที่เศรษฐกิจพึ่งพิงอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อัญมณี เป็นต้น โดยที่ภาคบริการคิดเป็น 42% ของ GDP ภาคอุตสาหกรรมคิดเป็น 36% และภาคเกษตรกรรมคิดเป็น 22% ขณะที่ด้านการค้าขายส่วนมากค้าขายภายในภูมิภาคโดยมีจีนเป็นหุ้นส่วนหลักที่ส่งออก 31% และนำเข้า 34% ตามมาด้วยประเทศไทยและสิงคโปร์ ส่วนในด้านการลงทุนมีสิงคโปร์ลงทุน 34% และฮ่องกง 26%

อย่างไรก็ดี ในภาวะปกติจนถึงมกราคม 2564 ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในเมียนมามาจาก – ความเปราะบางต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความขัดแย้งและความตึงเครียดระหว่างชุมชน และผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจ

เช่นการศึกษาของ Fill the Nutrient Gap ในปี 2562 ระบุว่าอาหารที่มีโภชนาการและดีต่อสุขภาพยังคงมีราคาสูงจนคนเมียนมาไม่สามารถเข้าถึงได้ 9 ใน 10 ของครัวเรือนสามารถเข้าถึงอาหารที่ให้พลังงาน 4 ใน 10 สามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

ขณะที่หลังจากวิกฤติทางการเมือง WFP ประเมินว่าปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความไม่มั่นคงทางอาหารมาจาก ‘การสูญเสียรายได้และสูญเสียงานของครัวเรือน’ จากเหตุการณ์ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยตั้งฉากทัศน์ไว้ที่ 3 เดือนและ 6 เดือนหลังจากเดือนมีนาคม 2564 โดยเฉพาะว่าในกลางเดือนมีนาคมจะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวบริเวณปากน้ำอิรวดี และเตรียมดินเพื่อทำนาในช่วงพฤษภาคม – มิถุนายน

ทว่าด้วยสถานการณ์ของเมียนมาในตอนนี้ซึ่งกระทบกับภาคการเกษตร แรงงาน และการคมนาคมขนส่ง ย่อมส่งผลทำให้อาจไม่สามารถปลูก-เก็บเกี่ยวพืชผลได้ ทั้งที่จะเป็นอาหารเลี้ยงปากท้องของคนเมียนมาเอง

เข้าถึงบทวิเคราะห์ที่ : Myanmar: Analysis of the Economic Fallout and Food Insecurity in Wake of the Takeover – 2021

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องที่ :
โลกไม่อาจยุติความหิวโหยได้ หากไม่สามารถยุติความขัดแย้ง และสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น
ข้อสังเกตต่อ SDGs ของเมียนมา ในวันที่แผนพัฒนาประเทศที่วางไว้อาจหยุดชะงัก

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ยุติความยากจน
– (1.2) ลดสัดส่วนชาย หญิง และเด็กในทุกช่วงวัยที่อยู่ภายใต้ความยากจนในทุกมิติให้ลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ภายในปี 2573
#SDG2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับโภชนาการ
– (2.1) ยุติความหิวโหย สร้างหลักประกันให้ทุกคนโดยเฉพาะที่ยากจนและอยู่ในภาวะเปราะบางเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีโภชนาการ และเพียงพอตลอดทั้งปี ภายในปี 2573
– (2.3) เพิ่มผลิตภาพทางการเกษตร รวมถึงการเข้าถึงที่ดินและทรัพยากร
#SDG16 สังคมที่สงบสุข ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรม สถาบันที่มีประสิทธิผล รับผิดรับชอบ และครอบคลุม
– (16.1) ลดความรุนแรงทุกรูปแบบและอัตราการตายที่เกี่ยวข้องในทุกแห่งให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
– (16.6) พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบ และโปร่งใสในทุกระดับ

แหล่งที่มา:
https://www.wfp.org/publications/myanmar-analysis-economic-fallout-and-food-insecurity-wake-takeover-2021
https://knowledge4policy.ec.europa.eu/publication/myanmar-analysis-economic-fallout-food-insecurity-wake-takeover-2021-0_en?fbclid=IwAR0Pr8zzedAVauaWNMmpz4yZqsz01tTvrqTxfJ_GeA9U5-SPqb-Tz79HWDQ

Last Updated on มิถุนายน 4, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

อินฟลูเอ็นเซอร์บนโซเชียลมีเดีย มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมบริโภคที่ดีและไม่ดีต่อสุขภาพของเด็กเป็นพิเศษ

เมื่ออินฟลูเอ็นเซอร์หรือบุคคลสาธารณะบริโภคหรือสนับสนุนสินค้าที่ไม่ดีต่อสุขภาพ อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภค ทัศนคติ และความชอบด้านอาหารของคนที่ติดตามไ…

Thai Climate Justice for All – NGO ที่ใช้ ‘มานุษยวิทยา’ บุกเบิกความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศในไทย  

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภัยพิบัติรุนแรงที่สร้างผลกระทบต่อประช…

น้ำประปากร่อย – น้ำประปาเค็ม มีนัยยะอย่างไรสำหรับ #SDG6

ถิรพร สิงห์ลอ

น้ำที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับการอุปโภคและบริโภค (Safe water) สำหรับการดื่ม กระบวนการเตรียมอาหาร สุขอนามัย และการทำความสะอาด เป็นวาระระ…

ดัชนีรับรู้การทุจริต ปี 2025 ไทยรั้งอันดับ 116 อยู่ในกลุ่มประเทศทุจริตค่อนข้างสูง พบคะเเนนต่ำสุดรอบ 14 ปี เเพ้ลาว อินโดฯ ติมอร์ มาเลเซีย บรูไน เเละสิงคโปร์ 

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) เผยแพร่ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Inde…

ค้นหา