‘Doomscrolling’ อาการฮิตเสพติดข่าวร้ายที่กระทบเวลานอนหลับและการมีสุขภาพจิตที่ดี

อาการ ‘Doomscrolling’ มีมาพร้อมกับการเสพติดโทรศัพท์มือถือและแอปพลิเคชั่น และยิ่งฮอตฮิตขึ้นกับการใช้อธิบายภาวะความซึมเศร้า เครียด วิตกกังวล ความรู้สึกไร้ซึ่งหนทางออกและความรู้สึกสูญเสียบางสิ่งบางอย่างร่วมกันของผู้คนที่มีมากขึ้นในช่วง 2 ปีมานี้จากการติดตามข่าวร้ายของสถานการณ์โควิด-19 อย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน หรือกระทั่งใช้เวลากับโทรศัพท์มือถืออย่างลืมวันเวลา จนคำนี้ถูกบัญญัติไว้ในศัพท์ประจำปี 2563 ของพจนานุกรม Oxford

ซึ่งพฤติกรรม Doomscrolling นี้ เกี่ยวข้องกับทั้งอัลกอรึทึ่มของแอปพลิเคชันและความต้องการเสพข่าวอย่างหยุดยั้งไม่ได้ของเราเอง ที่สามารถกระทบกับเวลานอนและคุณภาพของการนอน และกระทบกับสุขภาพจิต

Kelly McCain หัวหน้าโครงการ Shaping the Future of Health and Healthcare สภาเศรษฐกิจโลก ระบุว่า ‘แม้ว่าเวลาที่เราใช้ไปกับโทรศัพท์มือถือไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่ปัญหาทางสุขภาพจิตมีมากขึ้น ทว่าการที่เราเข้าถึงข้อมูลปัจจัยทางสังคมได้อย่างไม่จำกัด อาทิ โรคระบาด การจ้างงาน/ว่างงาน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความเครียดและกระวนกระวายใจ’ ทั้งนี้ การที่เสพข้อมูลอย่างล้นเกินยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพและสุขภาวะทางจิตโดยเฉพาะในช่วงภาวะวิกฤติด้วย

ด้าน Jeffrey Hall ศาสตราจารย์ด้านวิชาการสื่อสารประจำมหาวิทยาลัย Kansas ในเมือง Lawrence ที่ทำการศึกษาเรื่องความเชื่อมโยงของการใช้เทคโนโลยีและความสัมพันธ์ของคน ได้ให้สัมภาษณ์กับ CNN อธิบายปัจจัยหลักของการเกิด Doomscrolling เอาไว้ว่า มี 3 ประการด้วยกัน ประการแรกเป็นเรื่องของบริษัทสื่อโซเชียลมีเดียที่ออกแบบสินค้าและประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ (user experience) และอัลกอริทึมของสินค้า/แอปพลิเคชัน และประการที่สองคือปัจเจกบุคคลที่มักจะเสพติดกับข้อมูลด้านลบ

เพราะบริษัทสื่อโซเชียลมีเดียเป็น ‘ธุรกิจ’ ที่มีเป้าหมายของการเก็บข้อมูลพฤติกรรมและนิสัยการใช้งานของผู้ใช้ เพื่อนำมาออกแบบและ ‘ยื่น’ เนื้อหาตอบโจทย์เรื่องที่เราสนใจ โดยอาจจะเริ่มตั้งแต่การตั้งพาดหัวข่าวที่ล่อตาล่อใจ เพื่อผู้ใช้งานมีส่วนร่วมเข้ามาใช้ (engagement) สินค้า/แอปพลิเคชันของบริษัทนั้นยาวนานขึ้น อันจะเป็นการสร้างรายได้จากทั้งผู้ใช้และการโฆษณาสินค้าระหว่างนั้น

ส่วนตัวเราเอง นอกจากเรื่องความสงสัยใครรู่ ยังมักจะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘อคติด้านลบ’ (negativity bias) เมื่อรับสารใด ๆ ซึ่งสัมพันธ์กับวิวัฒนาการของมนุษย์เองที่จะต้องตื่นตัวพร้อมตอบสนองต่อภัยคุกคามใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับตน ดังนั้น สิ่งที่มองว่าเป็นภัยคุกคามที่เป็นไปได้ (potential threats) ก็จะยิ่งทำให้เราติดตามข่าวสารและสถานการณ์นั้นมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ปัจจัยสองข้อนั้นนำมาซึ่งการเสพติด เป็นอาการ Doomscrolling ที่ทำให้ผู้คนนอนดึก นอนไม่เต็มที่ เสียสุขภาพกาย และเสียสุขภาพจิตเพราะความสิ้นหวัง สูญเสีย หรือหดหู่ จนอาจกล่าวได้ว่าพฤติกรรมการเสพติดข่าวร้ายโดยเฉพาะการใช้สื่อโซเชียลเดีย สัมพันธ์กับการมีหรือไม่มีสุขภาวะที่ดี โดย Dr. Ariane Ling ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทางคลินิกของภาคจิตเวชและจิตวิทยาคลินิกประจำ Steven A. Cohen Military Family Center, NYU Langone Health ระบุว่า พฤติกรรม Doomscrolling เกิดขึ้นมาก่อนแล้วกับกลุ่มคนไข้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตแต่เดิม

ทั้งนี้ คำแนะนำจาก Jeffrey Hall และ Dr. Ariane Ling ที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่าน หากท่านใดที่มีอาการนี้ และตั้งใจจะลดอาการ Doomscrolling สามารถลองทำตามคำแนะนำนี้ได้

  1. การติดตามสถานการณ์ความเป็นไปของโลกนั้นสำคัญ แต่เราไม่จำเป็นจะต้องติดตามอยู่ทุกห้วงขณะเวลา โดยเราสามารถเลือกที่จะเข้าไปตามข่าวสักครู่หนึ่ง และพักจากการใช้งานไปเลย หรือแบ่งเวลาเพื่อตามข่าวในช่วงเช้าสักประมาณครึ่งชั่วโมง และบางช่วงเวลาตอนกลางวัน และอีกครั้งอาจจะเป็นในตอนกลางคืน อย่างไรก็ดี การเสพข่าวตอนกลางคืนมักจะทำให้รู้สึกอ่อนไหวหรือมีอารมณ์ร่วมกับข่าวร้ายมากกว่า
  2. เราต้องเป็นนายอัลกอริทึม เพราะในฐานะผู้ใช้บริการแพลตฟอร์ม/สื่อโซเชียลมีเดียสามารถเลือกได้ว่าจะรับหรือไม่รับสารใด และไม่จำเป็นต้องกดเข้าไปอ่านทุกข่าว โดยเลือกอ่านเฉพาะที่สนใจ และแม้แต่ที่สนใจก็ควรจะเลือกรับสาร อาจจะพิจารณากดเลิกติดตาม ปิดเสียงแจ้งเตือน หรือ Log Out ที่สำคัญควรตระหนักว่าเนื้อหาประเภทใดที่กระทบต่อสุขภาพจิตของตนเอง เพื่อที่จะได้ให้อัลกอริทึมรับรู้และเปลี่ยนแปลง/จัดรูปแบบเนื้อหาให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น
  3. หากการเสพข่าวในช่วงกลางวันทำให้สะดุ้งตื่นยามกลางคืนที่นอนหลับ ให้เปลี่ยนจากความรู้สึกกระวนกระวายต้องจับโทรศัพท์มือถือมาเช็กข่าวที่จะกระตุ้นความรู้สึกของเรา ด้วยการหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หรือระบายความรู้สึกผ่านการเขียนแทนที่ รวมทั้งตั้งมั่นว่าการนอนหลับอย่างมีคุณภาพเป็นนิสัยที่ต้องหาวิธีหมั่นฝึกฝน ไม่ใช่ Doomscrolling

ประเด็น Doomscrolling เกี่ยวข้องกับ #SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
– (3.4) ในด้านการส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายใน ปี 2573

แหล่งที่มา:
https://edition.cnn.com/2021/02/26/health/doomscrolling-prevention-tips-wellness/
https://www.weforum.org/agenda/2021/07/doomscrolling-mental-health-covid19-sleep/

Last Updated on กรกฎาคม 11, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

จีนปล่อยดาวเทียมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน “SDGSAT-1” สำรวจข้อมูลความสัมพันธ์ของเราและโลกจากอวกาศ

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จีนปล่อยดาวเทียม “SDGSAT-1” จากศูนย์อวกาศไท่หยวน ทางเหนือของมณฑลซานชี ออกไปโคจรรอบโลกโดยมีกล้องถ่ายภาพสีหลายช่วงคลื่นติด…

EU บังคับใช้ ‘สิทธิในการซ่อม’ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้ผลิตต้องมีอะไหล่สำรองให้ 10 ปี เพื่อซ่อมก่อนจะต้องซื้อใหม่

บริษัทผลิตตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไดร์เป่าผม หรือ โทรทัศน์ในยุโรป ต้องทำให้แน่ใจว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าของพวกเขาสามารถซ่อมแซมได้ภายในระยะ 10 ปีของการใช้งาน …

เลขาธิการ UN แถลงประเด็นสำคัญสำหรับปี 2569 เน้นย้ำ ‘การเงินเพื่อรับมือ Climate Change’ และ ‘ปฏิรูปหน่วยงาน UN เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ’

วันที่ 15 มกราคม 2569 António Guterres เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ แถลงใน ‘การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อลำดับประเด็นสำคัญขององค์กรสำหรับปี …

EJF เผยเเพร่รายงานปัญหามลพิษพลาสติก ชวนตั้งคำถาม ‘การรีไซเคิล-โรงไฟฟ้าขยะ-พลาสติกทางเลือก’ คือทางออกลวงหรือทางออกจริง?

ปัจจุบันวิกฤตขยะพลาสติกได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนยากเกินกว่าจะควบคุม ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็ได้รับผลกระทบจากพลาสติกและมลสารที่กำลังแทรกซึมเข…

ค้นหา