นิวซีแลนด์เสนอร่างกฎหมายให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนเพศในใบแจ้งเกิดของตนได้

หลังจากเมื่อเดือนที่ผ่านมา นิวซีแลนด์ได้เสนอร่างกฎหมายใหม่ กำหนดให้ ‘การบำบัดเพื่อเปลี่ยนรสนิยมทางเพศ’ (LGBT conversion therapy) ซึ่งหมายถึงการปฏิบัติที่มีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนรสนิยมทางเพศ (sexual orientation) อัตลักษณ์ทางเพศ (gender identity) หรือการแสดงออกทางเพศ (gender expression) ให้มีความผิดทางกฎหมาย โดยตั้งโทษจำคุกสูงสุด 5 ปีนั้น

● อ่านเพิ่มเติมที่: นิวซีแลนด์เสนอกฎต้านบำบัด เปลี่ยนรสนิยมทางเพศ (ไทยรัฐ) และ New Zealand introduces bill to outlaw LGBT conversion therapy (Reuters)

มาในเดือนนี้ นิวซีแลนด์รุดไปอีกก้าวด้วยการผลักดันร่างกฎหมายที่ผนวกให้มีกระบวนการ ‘การกำหนดอัตลักษณ์ของตนเอง’ (self-identification) ทั้งในการแจ้งเกิด การตาย การสมรส และความสัมพันธ์ (Births, Deaths, Marriages and Relationships Registration Bill) ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการหารือในรัฐสภาเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญที่เสนอให้บุคคลหนึ่งสามารถเปลี่ยน/กำหนดเพศในใบแจ้งเกิดของตนได้ เป็นการสะท้อนว่านิวซีแลนด์ตระหนักถึงประเด็นเพศสภาพอย่างเป็นทางการ และให้ความสำคัญกับกลุ่มคนข้ามเพศ (transgender) นอน-ไบนารี่หรือผู้ที่มีสำนึกทางเพศไม่ใช่ทั้งเพศชายหรือหญิง (non-binary) และอินเตอร์เซ็กหรือผู้ที่เกิดมามีลักษณะทางกายภาพที่ไม่สามารถระบุเพศได้ (intersex)

ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ถูกเสนอเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2560 และในปี 2561 รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยโดยการสนับสนุนของคณะกรรมาธิการรัฐสภา ได้เสนอให้พัฒนาแนวคิดการกำหนดอัตลักษณ์ของตนเองเป็นกระบวนการหนึ่งในร่างกฎหมายนี้ สืบเนื่องมาจากคำร้องที่ได้รับจากประชาชน ต่อมาได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อปี 2562 แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก จนกระทั่งความพยายามอีกครั้งในปีนี้

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงเพศของบุคคลในใบเกิดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เวลายาวนานและมีความซับซ้อน Jan Tinetti รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของนิวซีแลนด์ตระหนักว่าข้อมูลที่ปรากฎในใบแจ้งเกิดนั้นเป็นสาเหตุของความเครียดในบางกลุ่มคนได้ จึงเป็นที่คาดหวังว่า ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความยาวนานและความซับซ้อนในการดำเนินการโดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการในศาลครอบครัว และไม่ต้องมีใบรับรองทางการแพทย์หรือหลักฐานทางการแพทย์เพื่อยืนยันเรื่องเพศ

โดยหากร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านเป็นกฎหมายบังคับใช้จริง ประชาชนจะสามารถดำเนินการ ‘ระบุเพศ’ ได้โดยตรงกับนายทะเบียนเพื่อเปลี่ยนเพศในใบแจ้งเกิด โดยในภาพรวมของกระบวนการกำหนดอัตลักษณ์ของตนเอง จะช่วยปรับปรุงการให้บริการของรัฐทางออนไลน์ การปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูล (อาทิ การเกิด การตาย การสมรส) ทางออนไลน์ เป็นการปรับภาษาของกฎหมายให้ทันสมัยขึ้น กล่าวคือ เป็นการสนับสนุนให้กระทรวงมหาดไทยให้บริการที่มี (อัตลักษณ์ของ) ลูกค้า (หรือประชาชน) เป็นศูนย์กลางมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ไม่เพียงแต่ชุมชนความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ร่างกฎหมาย ‘การกำหนดอัตลักษณ์ของตนเอง’ ยังเปิดรับความคิดเห็นของชุมชนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นชนเผ่าพื้นเมืองเมารี (Māori) กลุ่มชาติพันธุ์ในแปซิฟิก ตลอดจนบุคคลที่ไม่ได้เกิดในนิวซีแลนด์ แสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางของเว็บไซต์ของรัฐบาลได้ด้วย

● เข้าถึงรายละเอียดของร่างกฎหมายดังกล่าวได้ ที่นี่
● อ่านบทความที่เกี่ยวข้องที่:
SDG 101 | รู้หรือไม่? ความเท่าเทียมทางเพศตาม SDG 5 ยังไม่ครอบคลุมถึง LGBTQI
SDG Updates | ย่างเข้าสู่ปีที่ 5 พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศเดินหน้าไปถึงไหน (*2563*)

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG5 ความเท่าเทียมระหว่างเพศ
-(5.c) เลือกใช้และส่งเสริมนโยบายที่ดีและกฎระเบียบที่บังคับใช้ได้ เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และการให้อำนาจเสริมพลังแก่ผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคนในทุกระดับ
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ/ไม่เท่าเทียม
-(10.2) ให้อำนาจและส่งเสริมความครอบคลุมด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความบกพร่องทางร่างกาย เชื้อชาติชาติ พันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา หรือสถานะทางเศรษฐกิจ หรืออื่น ๆ ภายในปี 2573
-(10.3) สร้างหลักประกันว่าทุกคนจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาค รวมถึงโดยการขจัดกฎหมาย นโยบาย และการเลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการกระทำที่เหมาะสมในเรื่องนี้
#SDG16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม ครอบคลุม สถาบันที่มีประสิทธิผล

-(16.9) จัดให้มีอัตลักษณ์ทางกฎหมายสำหรับทุกคน โดยรวมถึงการให้มีสูติบัตรภายในปี 2573

แหล่งที่มา:
New Zealand moves closer to passing ‘self-identification’ law (euronews.com)
Simple self-identification one step closer (beehive.govt.nz)
The Births, Deaths, Marriages, and Relationships Registration Bill (Department of Internal Affairs, NZ)

Last Updated on สิงหาคม 13, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

สปสช. หนุนวัคซีน HPV 1.7 ล้านโดส ฉีดให้เด็กหญิงอายุ 11 – 12 ปี หวังลดโรคมะเร็งปากมดลูก

วันที่ 20 มีนาคม 2567 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เปิดเผยว่าที่ประช…

เชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ. ลดโลกร้อน (ครั้งที่ 3) เตรียมผลักดันต่อในรัฐบาลชุดใหม่ 

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนทั่วไป ครั้งที่ 3 ต่อ ร่างพระราชบัญญัต…

ผู้นำกลุ่มประเทศ G7 แสดงความมุ่งมั่น – ที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (Group of Seven : G7)  ได้แก่ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร

แอมเนสตี้เผยแนวโน้ม ‘สิทธิมนุษยชนถดถอย’ ในปี 2568 โลกเผชิญการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม และวิกฤตเศรษฐกิจ-ภูมิอากาศ 

ท่ามกลางบริบทที่องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างเห็นพ้องว่า “ระบบระหว่างประเทศ” ซึ่งเคยเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนกำลังเผชิญความท้าทายอย่า…

ค้นหา