การศึกษาใหม่รายงานว่า ภาวะความดันโลหิตสูง พบได้มากขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง

รายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า คนส่วนใหญ่ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง อาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง โดยผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในการเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไต เป็นต้น

การศึกษา ‘Worldwide trends in hypertension prevalence and progress in treatment and control from 1990 to 2019: a pooled analysis of 1,201 population-representative studies with 104 million participants’ ซึ่งนำโดย Imperial College London ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษา 1,201 ฉบับ และข้อมูลการวัดความดันโลหิตและข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาความดันโลหิตจากผู้เข้าร่วมงานวิจัย 104 ล้านคน ที่มีอายุระหว่าง 30-79 ปี ใน 184 ประเทศในปี 2019 พบว่า 82% ของผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือประมาณหนึ่งพันล้านคน อาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง

อัตราการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงลดลงในประเทศรายได้ได้สูง โดยในปี 2019 แคนาดา เปรู และสวิตเซอร์แลนด์มีความชุกของโรคความดันโลหิตสูงต่ำที่สุดในโลก ในขณะที่สาธารณรัฐโดมินิกัน ผู้หญิงในจาไมก้าและปารากวัย และผู้ชายในฮังการี ปารากวัย และโปแลนด์มีความชุกของโรคความดันโลหิตสูงสูงที่สุด

แม้ว่าการวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูงจะสามารถทำได้ง่ายและยารักษาที่ใช้ก็มีราคาไม่สูง แต่ผลการศึกษาฉบับนี้ได้เผยให้เห็นช่องว่างที่สำคัญในการวินิจฉัยและการรักษา ซึ่งพบว่าผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงประมาณ 580 ล้านคน (ผู้หญิง 41% และผู้ชาย 51%) ไม่ทราบว่าตนเองมีเงื่อนไขทางร่างกายเพราะไม่เคยได้รับการวินิจฉัย และประมาณ 720 ล้านคน หรือ ครึ่งหนึ่งของผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูงทั้งหมด ไม่ได้รับการรักษาอย่างที่ควร

ในแคนาดา ไอซ์แลนด์ และเกาหลีใต้ ทั้งหญิงและชายมากกว่า 70% ได้รับยาเพื่อรักษาและควบคุมความดันโลหิตสูง ในขณะที่ทั้งชายและหญิงในแอฟริกาตอนใต้ทะเลทรายซาฮารา เอเชียกลาง เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกมีแนวโน้มได้รับยาน้อยที่สุด

ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในปี 2019 ทั่วโลก อยู่ที่ 1.28 พันล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นสองเท่าจากในปี 1990 ที่มีจำนวน 650 ล้านคน รายงานระบุว่า สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของประชากรและการมีประชากรสูงวัยมากขึ้น โดยที่เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นตั้งแต่ปี 1990

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสาม ผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรค และสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี 2573
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำภายในและระหว่างประเทศ
- (10.1) บรรลุการเติบโตอย่างก้าวหน้าและยั่งยืนของรายได้ของประชากรที่อยู่ในกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 40% ให้มีอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ภายในปี 2573

ที่มา :
High blood pressure now more common in low and middle-income countries, new report finds (UN News)
More than 700 million people with untreated hypertension (WHO)

Last Updated on กันยายน 2, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

12 ข้อมูลตัวเลขชี้สถานการณ์ความแร้นแค้นและความอดอยากในอัฟกานิสถาน

ต้นเดือนมกราคม 2565 องค์การสหประชาชาติมีข้อเสนอเรียกร้องรับเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาวิกฤติด้านมนุษยธรรมใน “อัฟกานิสถาน” ราว 4.4 พันล้านด…

SDG Recommends | Aging and the Labor Market in Thailand รายงานจากธนาคารโลกเผยว่า ไทยมีประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่คนส่วนมากยังยากจน

ธนาคารโลกเผยแพร่รายงาน Aging and the Labor Market in Thailand เพื่อรายงานถึงสถานการณ์ประชากรสูงวัยในประเทศไทย และความท้าทายที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะต…

ผู้อพยพเด็กที่เดินทางโดยลำพังอย่างน้อย 18,000 คน หายตัวไปในยุโรปตั้งแต่ปี 2018 เสี่ยงตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์

โปรเจกต์ของสำนักข่าว The Guardian และกลุ่มผู้สื่อข่าวข้ามพรมแดน ‘Lost in Europe’ สืบสวนสอบสวนการหายตัวไปของผู้อพยพเด็กเมื่อเดินทางมาถึงยุโรป พบว่าระห…

ยูเนสโกประกาศ ‘การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ ต้องเป็นองค์ประกอบหลักของระบบการศึกษาทุกระดับภายในปี 2568

ระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา องค์การยูเนสโก (UNESCO) ร่วมกับรัฐบาลสหพันธรัฐเยอรมนี จัดการประชุมระดับโลกว่าด้วยการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ย…

ค้นหา