‘อัลตราซาวด์ บรา’ เทคโนโลยีพิเศษ ช่วยตรวจหามะเร็งเต้านมได้ง่ายด้วยตนเอง 

คงจะดีกว่าหากมีอุปกรณ์พิเศษที่ช่วยตรวจหามะเร็งเต้านมได้ง่ายด้วยตนเอง จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า อัตราการรอดชีวิต 5 ปี จากโรค ‘มะเร็งเต้านม’ ในกลุ่มประเทศรายได้สูงมีเกินกว่าร้อยละ 90 ขณะที่ในอินเดียมีอัตราการรอดชีวิต 5 ปีเพียงร้อยละ 66 ส่วนแอฟริกาใต้อยู่ที่ร้อยละ 40 ขณะที่สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) ระบุว่าหากตรวจพบเร็วและอยู่ในระยะลุกลามเฉพาะที่ หากเข้ารับการรักษาได้โดยเร็วและดูแลตนเองอย่างถูกวิธี อัตราการรอดในช่วงระยะเวลาชีวิต 5 ปี จะอยู่ที่ร้อยละ 99 ทำให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง

อัลตราซาวด์ บรา (ultrasound bra) เป็นนวัตกรรมที่ได้รับการคิดค้นจาก ดร.จานัน ดาเตวิเริน (Canan Dagdeviren) นักวิทยาศาสตร์ชาวตุรกี ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีกับคณะทำงานมีเดียแลบของสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์หรือเอ็มไอที (MIT) อุปกรณ์ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ป่วยเสี่ยงสูงสามารถติดตามอาการได้บ่อยครั้งมากขึ้น ในช่วงระหว่างการตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยวิธีแมมโมแกรม 

วิธีการตรวจแมมโมแกรม (mammogram) เป็นกระบวนการตรวจโดยใช้เอกซเรย์พลังงานต่ำถ่ายภาพของเต้านม เพื่อใช้ในการตรวจวินิจฉัยหาความผิดปกติของเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ซึ่งทำให้ผู้หญิงจำนวนมากที่ได้รับการรักษาอาจเจ็บปวดบริเวณเต้านม เนื่องจากแรงกดจากแผ่นกดเต้านมที่แตกต่างกัน แต่อาการดังกล่าวจะหายไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการตรวจแมมโมแกรมในหลายประเทศยังมีราคาแพง หรือไม่ก็ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติไม่ครอบคลุมค่าตรวจ ทำให้มีผลต่อการเข้าถึงต่อการรักษาของผู้หญิงจำนวนมาก

ที่มา : Themountaineer.com

นวัตกรรมนี้ถูกพัฒนาให้เหมาะสมสำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม เพราะสามารถช่วยตรวจหาเนื้องอกได้ด้วยตัวเอง มีลักษณะเป็นช่องรูปรังผึ้ง 6 ช่องที่ตัวอุปกรณ์ เป็นแบบแผ่นแปะซึ่งมีไว้เพื่อติดตั้งกล้องฉายคลื่นอัลตราซาวด์ขนาดกระทัดรัดและสามารถปรับตำแหน่งได้ ช่วยให้สามารถตรวจหาสิ่งผิดปกติภายในทรวงอกได้อย่างรอบด้าน ซึ่งถูกคิดค้นให้สามารถใช้งานได้ง่ายด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีผู้ช่วย วิธีการใช้ผู้ใช้สามารถนำแผ่นอุปกรณ์อัลตราซาวด์ บราแนบติดกับเสื้อชั้นในหรือยกทรง โดยที่สำคัญเครื่องนี้ใช้งานได้โดยไม่รู้สึกเหนียวเนอะหนะจากเจลสำหรับอัลตราซาวด์และสามารถใช้งานซ้ำได้หลายครั้งอีกด้วย 

นอกจากนี้ อัลตราซาวด์ บราสามารถตรวจพบซีสต์ขนาดเล็กได้ถึงเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดของเนื้องอกระยะเริ่มต้น และค่อนข้างแม่นยำในการค้นหาความผิดปกติ ซึ่งแม้ว่าจะตรวจพบสิ่งผิดปกติแล้ว การเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมที่โรงพยาบาลซ้ำอีกครั้งก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ เบื้องต้นราคาชุดละประมาณ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 36,000 บาท แต่ทีมพัฒนาบอกว่า ราคาจะลดลงอีกหากผลิตได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาราว 4-5 ปี อัลตราซาวด์ บรา จึงเป็นอีกตัวช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงการวินิจฉัยโรคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
WHO ริเริ่มกรอบในการทำงาน เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต จาก ‘มะเร็งเต้านม’ ลง 2.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
รัฐบาลอังกฤษเปิดโอกาสให้ผู้หญิงแจ้งประสบการณ์ที่มีกับระบบสุขภาพ เพื่อพัฒนา ‘ยุทธศาสตร์สุขภาพของผู้หญิง’
Global Women’s Health Index ครั้งแรกของดัชนีชี้สุขภาพของผู้หญิงจากหลากมิติ 
World Cancer Day 2021 – มะเร็งเต้านม แซงหน้ามะเร็งปอดขึ้นอันดับหนึ่ง มะเร็งที่ตรวจพบมากที่สุด

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสาม ผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรค และสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี 2573
– (3.d) เสริมขีดความสามารถสำหรับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา ในเรื่องการแจ้งเตือนล่วงหน้า การลดความเสี่ยง และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับประเทศและระดับโลก

แหล่งที่มา:
ทำความรู้จัก “อัลตราซาวด์ บรา” ชุดชั้นพิเศษช่วยตรวจหามะเร็งเต้านมได้เร็วขึ้น – BBC News ไทย 
การตรวจแมมโมแกรม – โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการกลยุทธไตรพลังในการดำเนินการเพื่อสุขภาวะและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

3 สถาปนิกหญิง ‘VARAA’ จากฟินแลนด์กับงานสื่อสาร ปรับวงการสถาปัตยกรรมที่ตระหนักถึง Climate Change

– Sustainable Construction –

“สถาปัตยกรรม” และอาชีพสถาปนิก เป็นอีกสาขาวิชาการ/อาชีพหนึ่งที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน เพราะเพียงพูดถึง…

SUPvivors SAY NO MORE โครงการเสริมพลัง ให้ผู้รอดชีวิต จากการถูกล่วงละเมิดทางเพศในเอกวาดอร์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระดับชาติ

โครงการ ‘SUPvivors SAY NO MORE’ เสริมพลังแก่ผู้รอดชีวิตจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ (sexual abuse) ให้เป็น ‘SUPER survivors’ เพื่อให้ผู้รอดชีวิตตระหนักถ…

The Body Shop ผลิตภัณฑ์ด้านความงาม เปิดตัว ‘Refill stations’ วางแผนติดตั้งทุกสาขาทั่วสหรัฐฯ หวังช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติก

หลายคนคงคุ้นเคยชื่อกันเป็นอย่างดีกับแบรนด์ “The Body Shop” ผลิตภัณฑ์ด้านความงามสัญชาติอังกฤษ ซึ่งไม่ได้มีความโดดเด่นในด้านความงามเพียงเท่านั้น แต่ Th…

การเปลี่ยนมาใช้อวนจับปลาติดไฟ LED อาจช่วยลดจำนวน สัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ติดอวนประมงโดยไม่ตั้งใจ

นวัตกรรมอวนประมงติดหลอดไฟ LED ช่วยลดจำนวนสัตว์ประมงที่ติดอวนโดยไม่ตั้งใจ เช่น เต่าทะเล ฉลาม ปลากระเบน รวมถึงสัตว์ทะเลหายากอื่น ๆ ได้

กลุ่มผู้เชี่ย…

ค้นหา