รัฐบาลสหรัฐฯ กำหนด การเตรียมพร้อมรับการระบาดใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นประเด็นวิจัยและพัฒนาสำคัญของรัฐลำดับต้น

รัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาออกเอกสารระบุประเด็นที่มีความสำคัญลำดับต้น ให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้รับงบประมาณเพื่อการวิจัยและการพัฒนาระบุในข้อเสนอเพื่อรับงบประมาณ โดยมีประเด็นการเตรียมพร้อมด้านการจัดการการระบาดใหญ่และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในประเด็นที่กำหนด

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2021 สำนักงานบริหารและจัดการงบประมาณ (the Office of Management and Budget) และ สำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Office of Science and Technology Policy) ซึ่งเป็นหน่วยงานในทำเนียบขาวออกบันทึกข้อความ (memorendum) ถึงหัวหน้าฝ่ายบริหารและหน่วยงานต่าง ๆ ต่อการกำหนดลำดับความสำคัญด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) สำหรับการเขียนโครงการเพื่อขอรับงบประมาณจากรัฐบาลในปีงบประมาณ 2023 ในอีก 18 เดือนข้างหน้า

บันทึกข้อความอธิบายถึงความสำคัญของการลงทุนเพื่องานวิจัยและพัฒนาว่า

“การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการขยายพรมแดนความรู้ของมนุษย์ และมีความสำคัญต่อการตอบสนองต่อความท้าทายและโอกาสในศตวรรษที่ 21”

ขอบเขตงานวิจัยและพัฒนาที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนให้ความสำคัญ และกำหนดให้ทุกหน่วยงานระบุในข้อเสนองบประมาณโครงการเพื่อพิจารณา ได้แก่ การเตรียมความพร้อมและการป้องกันการระบาดใหญ่ การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีกำเนิดใหม่ (emerging technologies) ความเสมอภาค ความมั่นของชาติ และความยืดหยุ่นฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ (economic resilience)

บันทึกข้อความดังกล่าวระบุถึงประเด็นการเตรียมความพร้อมและการป้องกันการระบาดใหญ่ว่า หน่วยงานต่าง ๆ ควรต่อยอดจากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจากช่วงการระบาดของโควิด-19 ในด้านการพัฒนาและการผลิตวัคซีน การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการรักษาโรค โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรลงทุน “เพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุข โดยให้ความสนใจกับพื้นที่ชนบท ชุมชนด้อยโอกาส ทหารผ่านศึก และระบบสุขภาพของทหารเป็นพิเศษ” และ “ควรพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ความสามารถในการผลิตและการส่งมอบ และพัฒนาบุคลากรที่จำเป็นในการทำงานเพื่อตอบสนองสถานการณ์ด้านสาธารณสุขที่รวดเร็วและรองรับการขยายตัวได้—ทั้งในระดับภายในประเทศและระดับโลก”

สำหรับประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เอกสารได้จัดลำดับประเด็นที่สำคัญสำหรับการวิจัยและพัฒนา ได้แก่ การวัดผลและติดตามการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเพิ่มความสามารถของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ และการจัดหาเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นต้น

บันทึกข้อความประเด็นสำคัญในการวิจัยและพัฒนาฉบับนี้เป็นการกำหนดรายละเอียดฉบับแรกภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลไบเดน ซึ่งคาดว่าจะสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จะสอดคล้องกับวาระนโยบายในระดับชาติ

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- (3.d) เสริมขีดความสามารถสำหรับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา ในเรื่องการแจ้งเตือนล่วงหน้า การลดความเสี่ยง และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับประเทศและระดับโลก
#SDG9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
- (9.5) เพิ่มพูนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรมในทุกประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงภายในปี 2573 ให้มีการส่งเสริมนวัตกรรมและให้เพิ่มจำนวนผู้ทำงานวิจัยและพัฒนา ต่อประชากร 1 ล้านคน และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาในภาครัฐและภาคเอกชน
#SDG13 ต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ

ที่มา : Pandemic Preparedness and Climate Change Are Among Federal Research Priorities For 2023 (Government Executive)

Last Updated on กันยายน 3, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

เดินไปพร้อมกัน ! เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนจะคืบหน้าก็ต่อเมื่อประชาชนมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

เขียนเมื่อ 22 มกราคม 2564 ถิรพร สิงห์ลอ

เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นแนวทางระดับโลกเพื่อการพัฒนา ทว่าประมาณร้อยละ 87 ของป…

หาก 50% ของบ้านทั่วโลกติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอที่โลกต้องการใช้ทั้งปี

การศึกษาใหม่พบว่า การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน 50% ของทั้งโลก

รายงาน UHC 2025 ชี้ค่ารักษาพยาบาลทำให้ 1.6 พันล้านคนทั่วโลกยากจนขึ้น เเละกว่า 4.6 พันล้านคนยังเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น

รายงานร่วมฉบับล่าสุดขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) และกลุ่มธนาคารโลก เผยว่าตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกมีพัฒ…

โควิด-19 ที่ยืดเยื้อทำให้การท่องเที่ยวในโลกสูญเสียรายได้ไป 2 ล้านล้าน US$ ในปี 2564 ตามการประเมินของ UNWTO

ตามการประเมินข้อมูลการท่องเที่ยวไตรมาสที่ 3 ปี 2564 โดยองค์การการท่องเที่ยวโลก (United Nations World Tourism Organization – UNWTO) การระบาดของโควิด-1…

ค้นหา