นโยบายใหม่ของรัฐบาลอังกฤษ กำหนดให้ต้องเติมกรดโฟลิกในแป้งสาลีขัดสี เพื่อลดความเสี่ยงทารกพิการแต่กำเนิด

รัฐบาลสหราชอาณาจักร ประกาศนโยบายใหม่ที่กำหนดให้โรงงานผลิตแป้งต้องเติมกรดโฟลิก (folic acid) ลงไปในแป้งสาลีขัดสี ซึ่งเป็นแป้งที่นิยมบริโภคมากที่สุดในประเทศ เพื่อช่วยป้องกันการเกิดความผิดปกติตั้งแต่แรกคลอดของท่อระบบประสาททารก (neural tube defects) อันเนื่องมาจากการขาดกรดโฟลิกระหว่างอยู่ในครรภ์

กรดโฟลิกเป็นวิตามินโฟเลตที่พบได้ในอาหารตามธรรมชาติ กรดโฟลิกมีส่วนช่วยในการสร้างตัวอ่อน ช่วยป้องกันและลดความผิดปกติของระบบประสาท สมอง และไขสันหลังของทารกในครรภ์ แพทย์จึงแนะนำให้สตรีมีครรภ์รับประทานอาหารเสริมที่มีกรดโฟลิกเร็วที่สุดเมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์หรือตั้งแต่วางแผนตั้งครรภ์ แต่ในสถานการณ์จริง การตั้งครรรภ์ประมาณ 50% ในสหราชอาณาจักรไม่ได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งอาจทำให้ทารกได้รับโฟเลตไม่เพียงพอในช่วงเวลาการเติบโต 12 สัปดาห์แรกที่สำคัญในครรภ์

รัฐบาลฯ ระบุว่า การกำหนดให้โรงงานผลิตแป้งสาลีต้องเพิ่มกรดโฟลิกลงในแป้งสาลีประเภทขัดสี จะช่วยลดจำนวนทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิดเนื่องจากความผิดปกติของท่อระบบประสาทที่ปัจจุบันมีประมาณ 200 รายในแต่ละปี ลงไปได้ถึง 20%

การเพิ่มกรดโฟลิกลงในอาหารถือเป็นนโยบายสาธารณสุขที่ประสบความสำเร็จในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแคนาดา ส่งผลให้เกิดอัตราการเกิดความผิดปกติของท่อระบบประสาทของทารกลดลง โดยในปัจจุบัน ผู้ผลิตอาหารส่วนใหญ่สมัครใจเติมกรดโฟลิกลงในซีเรียลอาหารเช้าและผลิตภัณฑ์อาหารที่ปราศจากกลูเตนอยู่แล้ว

ความผิดปกติของท่อระบบประสาทที่เกิดจากภาวะการขาดกรดโฟลิก ทำให้ทารกที่เกิดมามีความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง (spina bifida) คือสภาวะที่กระดูกสันหลังไม่คลุมปิดไขสันหลัง และภาวะกะโหลกศีรษะไม่ปิด (anencephaly) ซึ่งหากมีความผิดปกติอย่างรุนแรง ทารกจะเสียชีวิตไม่นานหลังจากคลอด

ประเด็นดังกล่าว เกี่ยวข้องกับ
#SDG2 ยุติความหิวโหย
- (2.2) ยุติภาวะทุพโภชนาการทุกรูปแบบ ภายในปี 2573 รวมถึงการบรรลุเป้าประสงค์ที่ตกลงร่วมกันระหว่างประเทศว่าด้วยภาวะแคระแกร็นและผอมแห้งในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเน้นความต้องการโภชนาการของหญิงวัยรุ่น หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร และผู้สูงอายุ ภายในปี 2568
#SDG3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- (3.2) ยุติการตายที่ป้องกันได้ของทารกแรกเกิดและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยทุกประเทศมุ่งลดอัตราการตายในทารกลงให้ต่ำถึง 12 คน ต่อ การเกิดมีชีพ 1,000 คน และลดอัตราการตายในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ลงให้ต่ำถึง 25 คน ต่อการเกิดมีชีพ 1,000 คน ภายในปี 2573

ที่มา : Folic acid to be added to non-wholemeal flour under new UK rules (The Guardian)

Last Updated on กันยายน 23, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

UNESCO สนับสนุนเงินคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและช่วยเหลือศิลปินในยูเครนให้สร้างสรรค์งานได้ต่อเนื่อง

สงครามในยูเครนยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง นับจากปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ถึงตอนนี้ก็ล่วงเข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว นอกจากจะคร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก ใ…

SDG Spotlight – 5 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 2 ประจำเดือนมิถุนายน 2566

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่  3 – 9 มิถุนายน 2566 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ …

climate change: 1 ใน 3 ปัจจัย ‘ตัวเร่ง’ หลักที่จะทำให้โลกสูญเสียลิงยักษ์แอฟริกาครั้งใหญ่ ภายใน 30 ปีนี้

สภาพอากาศส่งผลต่ออุณหภูมิ แหล่งที่อยู่อาศัย อาหาร และจำนวนประชากร

สปีชีส์ต่าง ๆ ของลิงยักษ์แอฟริกา (African great aps) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ใกล้สูญ…

ทบทวนวาทกรรม “การพัฒนาที่ยั่งยืน” เศรษฐกิจประชาธิปไตย อาจเป็นทางออกของความเท่าเทียม

SDG Recommends ฉบับนี้ ชวนอ่านหนังสือปาฐกถาป๋วย อึ๊งภากรณ์ ครั้งที่ 19 จัดขึ้นโดย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวข้อ ‘ถอดรหัสวาทกรรม “การพัฒ…

ค้นหา