ภายในปี 2567 อินโดนีเซียจะฟื้นฟูป่าชายเลนให้ได้ 6,300 ตร.กม. สนับสนุนการค้าคาร์บอนพร้อมยกระดับอาชีพของชุมชนชายฝั่ง

ตามข้อมูลของหัวหน้าหน่วยงานด้านการฟื้นฟูป่าพรุและป่าชายเลนของอินโดนีเซีย อินโดนีเซียตั้งเป้าหมายการฟื้นฟูป่าชายเลนระยะยาวให้ได้รวมทั้งหมด 6,300 ตารางกิโลเมตร ภายในปี 2567 โดยในปี 2564 นี้ได้ปรับเป้าหมายลงจาก 830 ตารางกิโลเมตร เป็น 330 ตารางกิโลเมตร (และน่าจะทำสำเร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้) ขณะที่เป้าหมายรายปีต่อไป คือ ในปี 2565 ที่ 2,282 ตารางกิโลเมตร หรือมากกว่านี้เพื่อชดเชยเป้าหมายของปีนี้ และ 1,996.75 ตารางกิโลเมตร ในปี 2566 และอีก 1,426.25 ตารางกิโลเมตร ในปี 2567

ทำไมการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนสำหรับอินโดนีเซียจึงสำคัญ เพราะอินโดนีเซียมีพื้นที่ป่าชายเลนคิดเป็นมากกว่า 1 ใน 4 ของป่าชายเลนในโลก นอกจากความสำคัญในด้านระบบนิเวศ ยังรวมถึงเป็นแนวกั้นของชุมชนชายฝั่งต่อระดับน้ำทะเลหรือพายุ เป็นพื้นที่ทำการประมง และที่สำคัญยังเป็นพื้นที่กักเก็บคาร์บอนที่สามารถกักเก็บได้มากกว่าป่าเขตร้อนถึง 4 เท่า

อย่างไรก็ดี ตามข้อมูลจากทั้งหน่วยงานและภาควิชาการของอินโดนีเซียระบุว่า พื้นที่ป่าชายเลนของอินโดนีเซียลดลงถึง 40% ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมานี้ อันเป็นผลมาจากการตัดไม้และปรับพื้นที่เพื่อเพาะเลี้ยงปลาและกุ้ง ด้วยเหตุนี้ทำให้อินโดนีเซียต้องปรับวิธีการฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนโดยหันมาให้ความสำคัญและทำงานร่วมกันกับชุมชนชายฝั่งมากขึ้น กล่าวคือ ต้องเป็นการฟื้นฟูพื้นที่ป่าไปพร้อมกับคงไว้ซึ่งโอกาสทางอาชีพสำหรับชุมชนและการเพิ่มสวัสดิการขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงผลกระทบจากโควิด-19

หากแผนของอินโดนีเซียดังกล่าวประสบความสำเร็จ พื้นที่ป่าชายเลนจะสามารถกักเก็บคาร์บอนได้มากถึง 150 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็นต้นทุนการลดการปล่อยคาร์บอน (abatement cost) ราว 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี และหวังว่าพื้นที่ป่าชายเลนจะเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักของอินโดนีเซียในการค้าคาร์บอน (carbon trading)

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG13 การจัดการและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
-(13.3) พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ และการเตือนภัยล่วงหน้า
#SDG14 ระบบนิเวศทางทะเล ทรัพยากรทางทะเลและมหาสมุทร
-(14.2) บริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางลบที่มuนัยสำคัญ
-(14.5) อนุรักษ์พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งอย่างน้อยร้อยละ 10 ให้เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและภายในประเทศ และอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ ภายในปี 2563
-(14.b) จัดให้มีการเข้าถึงทรัพยากรทางทะเลและตลาดสำหรับชาวประมงพื้นบ้านรายย่อย

แหล่งที่มา:
Indonesia slashes 2021 mangrove restoration target, vows to compensate in 2022 (Eco-business / Mongabay)

Last Updated on พฤศจิกายน 24, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

รัฐบาลออสเตรเลียทุ่มงบประมาณสูงสุด เพื่อผลักดันบริการสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตัวตาย

รัฐบาลออสเตรเลียจัดสรรงบประมาณสูงถึง 2.3 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท) เพื่อการดำเนินงานบริการด้านสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตั…

รายงานดิจิทัล ‘Damage and Losses in Agriculture 2021’ จาก FAO แสดงความเสียหายต่อเศรษฐกิจและโภชนาการจากภัยพิบัติ

ประชากรที่อยู่ทำงานในภาคการเกษตร 2.5 พันล้านคนทั่วโลก ที่ส่วนใหญ่เป็นประชากรที่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำ ต้องเผชิญกับความเสี่ยงมหันต์จากภั…

WHO จัดตั้ง ‘ศูนย์เฝ้าระวังโรคระบาดระดับโลก’ ณ กรุงเบอร์ลิน หวังสกัดโรคระบาดในอนาคตได้รวดเร็วมากขึ้น

รัฐบาลเยอรมันสนับสนุนองค์การอนามัยโลกจัดตั้ง ‘ศูนย์เฝ้าระวังโรคระบาดระดับโลก’ (WHO Hub for Pandemic and Epidemic Intelligence) ณ กรุงเบอร์ลิน และจะเป…

Global Tuna Alliance ย้ำความร่วมมือและวิสัยทัศน์ที่รับผิดชอบร่วมกันจะทำให้ทะเลไม่บอบช้ำและมีทูน่าพอสำหรับโลก

ด้วยความที่ทูน่าสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากวิธีทำให้เป็นที่ต้องการทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงเป็นอาหารทะเลยอดนิยมเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศทางท…

ค้นหา