รัฐบาลออสเตรเลียทุ่มงบประมาณสูงสุด เพื่อผลักดันบริการสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตัวตาย

รัฐบาลออสเตรเลียจัดสรรงบประมาณสูงถึง 2.3 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท) เพื่อการดำเนินงานบริการด้านสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตัวตายในระยะเวลาสี่ปีต่อจากนี้ โดย Josh Frydenberg รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของออสเตรเลียกล่าวในการนำเสนองบประมาณกลางประจำปี 2021-22 ว่าการป้องกันการฆ่าตัวตายเป็นวาระสำคัญระดับชาติ เพราะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนออสเตรเลียที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 44 ปี

รายการใช้จ่ายตามที่ประกาศไว้ในงบประมาณด้านสุขภาพจิต ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการขยายการบริการในเชิงป้องกันให้ทั่วถึงและครอบคลุมทุกคน ทุกวัย อันได้แก่
(หน่วย: ดอลลาร์ออสเตรเลีย)

  • 156.8 ล้าน – สำหรับงานติดตามดูแลผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตายเป็นเวลาสามเดือนหลังออกจากโรงพยาบาล
  • 288.5 ล้าน – สำหรับเพิ่มการรักษาที่เรียกว่า Repetitive Transcranial Magnetic Stimulation (rTMS) เพื่อบำบัดสำหรับโรคซึมเศร้าที่ดื้อยาเข้าไปในโครงการ Medicare Benefits Scheme (MBS)
  • 278.6 ล้าน – เพื่อขยายโครงการ Headspace ซึ่งมุ่งเน้นไปที่สุขภาพจิตของเยาวชน
  • 487.2 ล้าน – เพื่อเปิดศูนย์สุขภาพ Head to Health แห่งใหม่ 40 แห่งทั่วออสเตรเลีย เพื่อให้บริการด้านสุขภาพจิตสำหรับผู้ใหญ่
  • 111.2 ล้าน – เพื่อขยายบริการด้านสุขภาพจิตแบบดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้มากขึ้น
  • 107 ล้าน – สำหรับการดูแลสุขภาพจิตเชิงป้องกัน (Preventative mental health care) ในชุมชนที่มีความเปราะบางเป็นพิเศษ เช่น ชุมชนชาวอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรส และชาวออสเตรเลียที่มีภูมิหลังที่หลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษา
  • 26.9 ล้าน – ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยระดับชาติเพื่อโรคการกินผิดปกติ และปรับปรุงการให้บริการรักษา
  • 4 ล้าน – เพื่อบริการด้านสุขภาพจิตสำหรับผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าเมื่อเร็วๆ นี้โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถเข้ารับบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตกับนักจิตวิทยาได้ฟรีสูงสุด 10 ครั้ง

รัฐมนตรีกระทรวงการคลังกล่าวว่ารัฐบาลทุ่มเทงบประมาณให้กับบริการสุขภาพจิตมากกว่าทุกงบประมาณนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตชั้นน้ำของประเทศ เช่น นาย Sebastian Rosenberg อาจารย์อาวุโสของ Brain and Mind Institute ให้ความเห็นว่า งบประมาณเท่านี้ยังไม่เพียงพอเพื่อมีการบริการด้านสุขภาพจิตที่ประชาชนต้องการในศตวรรษที่ 21 และยังไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างของระบบสุขภาพจิตของออสเตรเลียได้ โดยเสนอว่าควรต้องเพิ่มงบประมาณถึงสองเท่า

ประเด็นสุขภาพจิตอยู่ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ใน SDG3.4 ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อและสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี

ที่มา: ABC News

Last Updated on พฤษภาคม 13, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

สหรัฐอเมริกา และ เมียนมา เป็น 2 ใน 5 ประเทศ ที่ยังไม่เคยรายงาน VNR ต่อเวทีโลก นับตั้งแต่ปี 2016

เวทีหารือระดับสูงทางการเมืองว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ การประชุม HLPF (High-Level Political Forum on Sustainable Development) ที่จะจัดขึ้นในปี 20…

ผู้เชี่ยวชาญ UN หารือปรับตัวชี้วัดใน 17.3 กำหนดเกณฑ์ระดมทรัพยากรทางการเงินเพื่อสนับสนุน ‘การพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศกำลังพัฒนา’

คณะทำงานเพื่อประเมินการให้การสนับสนุนด้านการพัฒนา (Working Group on Measurement of Development Support) ภายใต้ UN Inter-Agency and Expert Group on

Environmental, Social and Governance: ESG ตัวชี้วัดที่นำมาช่วยวัดผลการดำเนินงานของบริษัทเพื่อสรรค์สร้างอนาคตที่มีความยั่งยืน

ถิรพร สิงห์ลอ

ปี 2564 อาจไม่ต่างไปจากปี 2563 ในแง่ประเด็นด้านสาธารณสุขอันเป็นผลพวงมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมไปถึงเป็นที่ชัดแจ้งว่าผลกระทบได้…

ผู้ติดเชื้อ HIV ในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลางเพิ่มขึ้น เพราะระบบสุขภาพต้องทุ่มทรัพยากรเพื่อจัดการโควิด-19

UNAIDS เตือนว่า อาจพบจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลางในไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจากกา…

ค้นหา