รายงานธนาคารโลกเผยว่า ความมั่งคั่งโลกใน 20 ปีที่ผ่านมา แลกมาด้วยธรรมชาติและปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

รายงานฉบับใหม่จากธนาคารโลก (World Bank) แสดงให้เห็นว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่ให้ความสำคัญกับทุนธรรมชาติที่หมุนเวียนได้และทุนมนุษย์ เทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หรือตัวชี้วัดดั้งเดิมอื่น ๆ ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

รายงาน ‘The Changing Wealth of Nations 2021‘ โดยธนาคารโลก ที่เผยแพร่เมื่อ 27 ตุลาคม 2021 ศึกษาความมั่งคั่งของทั้งหมด 146 ประเทศ ในช่วงปี 1995 – 2018 โดยการวัดมูลค่าทางเศรษฐกิจของทุนทางธรรมชาติที่หมุนเวียนได้ (เช่น ป่าไม้ พื้นที่เพาะปลูก และทรัพยากรในมหาสมุทร) ทุนธรรมชาติที่ไม่สามารถหมุนเวียนได้ (เช่น แร่ธาตุและเชื้อเพลิงฟอสซิล) ทุนมนุษย์ (รายได้ตลอดช่วงชีวิตของบุคคล) ทุนที่ถูกผลิตขึ้น (เช่น อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน) และสินทรัพย์สุทธิต่างประเทศ

ข้อมูลจากรายงาน พบว่า ความมั่งคั่งทั่วโลกเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 1995 – 2018 แต่ก็ต้องแลกมากับการจัดการสินทรัพย์ทางธรรมชาติบางประเภทอย่างไม่ยั่งยืน เช่น การตัดไม้ทำลายป่า ปริมาณมวลปลาที่ลดลงจากการประมงเกินขนาด เป็นต้น และยังทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งของแต่ละประเทศขยายกว้างขึ้น โดยส่วนแบ่งความมั่งคั่งระดับโลกของประเทศที่มีรายได้ต่ำมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย และยังคงต่ำกว่า 1% ของความมั่งคั่งของโลก แม้ว่าจะมีปริมาณประชากรมากถึง 8% ของประชากรโลกทั้งหมดก็ตาม

นอกจากนี้ ผู้หญิงยังมีส่วนแบ่งความมั่งคั่งระดับโลกไม่เท่าเทียมกับผู้ชาย โดยข้อมูลในปี 2018 พบว่า ผู้หญิงทั่วโลกครอบครองทุนมนุษย์เพียง 37% ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 2 จุดเปอร์เซนต์จากปี 1995 เท่านั้น และความเหลื่อมล้ำนี้เกิดขึ้นในแทบทุกภูมิภาค

รายงานฉบับนี้ต้องการชี้ให้เห็นว่า ประเทศที่ใช้ทรัพยากรจนหมดเพื่อผลประโยชน์ระยะสั้นกำลังทำให้เศรษฐกิจของประเทศอยู่บนเส้นทางการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน และฐานข้อมูลที่ปรากฏจะสามารถเป็นประโยชน์ต่อผู้กำหนดนโยบายที่ต้องการพัฒนาการประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงมูลค่าของสินทรัพย์ธรรมชาติให้แม่นยำขึ้น และให้มูลค่าแก่ทุนมนุษย์อย่างยุติธรรมมากขึ้น

ประเด็นดังกล่าว เกี่ยวข้องกับ
#SDG8 การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและงานที่มีคุณค่า
- (8.4) ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของโลกในการบริโภคและการผลิตอย่างต่อเนื่อง และพยายามที่จะแยกการเติบโตทางเศรษฐกิจออกจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นไปตามกรอบการดำเนินงาน 10 ปี ว่าด้วยการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน โดยมีประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นผู้นำในการดำเนินการไปจนถึงปี พ.ศ. 2573
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำภายในและระหว่างประเทศ
- (10.1) บรรลุการเติบโตของรายได้ของกลุ่มประชากรร้อยละ 40 ที่มีรายได้ต่ำสุด อย่างก้าวหน้าและยั่งยืน โดยให้มีอัตราเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2573

ที่มา :
Human, natural capital key to sustainable economic growth, World Bank says (Reuters)
Global Wealth Has Grown, But at the Expense of Future Prosperity: World Bank (World Bank)

Last Updated on พฤศจิกายน 29, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ‘แอฟริกาใต้’ ช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ ให้ประชากรนับล้าน

แม้แต่เมืองที่ใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ก็กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเมืองโจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเ…

จุฬาฯ และ มจธ. ติดอันดับ Top 100 ของโลก จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัย THE Impact Rankings 2021

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2021 The Times Higher Education (THE) ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน …

‘ทหารเด็ก’ เป็นแรงงานเด็กที่เลวร้ายที่สุด แต่ทั่วโลกมีเด็ก 1 ใน 8 คนในพื้นที่สงครามที่เสี่ยงต่อการถูกเกณฑ์

ข้อมูลจาก Save the Children ระบุว่า มีเด็ก 1 ใน 8 คน หรือคิดเป็นราวมากกว่า 300 ล้านคนทั่วโลก อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งและสงคราม ที่เสี่ยงต่อการถูกเกณฑ…

ค้นหา