‘ทหารเด็ก’ เป็นแรงงานเด็กที่เลวร้ายที่สุด แต่ทั่วโลกมีเด็ก 1 ใน 8 คนในพื้นที่สงครามที่เสี่ยงต่อการถูกเกณฑ์

ข้อมูลจาก Save the Children ระบุว่า มีเด็ก 1 ใน 8 คน หรือคิดเป็นราวมากกว่า 300 ล้านคนทั่วโลก อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งและสงคราม ที่เสี่ยงต่อการถูกเกณฑ์/รับเข้า (recruit) เป็นทหารเด็ก (child soldiers) จากทั้งกองกำลังติดอาวุธที่มิใช่รัฐและโดยรัฐ ในจำนวนนี้ 15% เป็นเด็กผู้หญิงที่เสี่ยงต่อการล่วงละเมิด ถูกวางหน้าที่ให้เป็นสายลับ หรือระเบิดพลีชีพ

แม้จะคาดการณ์ตัวเลขที่ชัดเจนได้ยาก ข้อมูลจาก UN เผยว่าในปี 2563 มีจำนวนทหารเด็กโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่มิใช่รัฐเพิ่มขึ้นจากเดิม 10% ท่ามกลางความพยายามของ UN ที่เรียกร้องให้ทั่วโลก ‘หยุดยิง’ ในช่วงของการต่อสู้กับโรคระบาดโควิด-19 กระนั้น สถานการณ์ความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ อาทิ อัฟกานิสถาน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยที่เด็กเป็นเป้าหมายของการถูกจับ – รับเข้าเป็นพรรคพวก บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

ขณะที่ข้อมูลจากกองทุนเพื่อเด็กแห่งสประชาชาติ (UNICEF) ชี้ว่า ตัวเลขทหารเด็กที่มีมากที่สุดในโลกกระจุกตัวอยู่ที่ภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง โดยมีมากกว่า 21,000 คน ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลางยังพบความรุนแรงที่มีต่อเด็กจำนวนมาก ทั้งการที่เด็กมากกว่า 2,200 ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงทางเพศ เด็กราว 3,500 คนถูกลักพาตัวจนส่งผลให้ภูมิภาคนี้ติดอันดับพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกลักพาตัวเป็นอันดับสองของโลก และยังมีการโจมตีโรงเรียนและโรงพยาบาลอย่างน้อย 1,500 ครั้ง

โดยสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งและสงครามซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง แคเมอรูน คองโก ไปจนถึงแอฟริกาแถบซาเฮล อาทิ มาลี บูร์กินาฟาโซ ชาด ยิ่งร้ายแรงขึ้นเมื่อเผชิญกับโรคระบาด แต่สงครามก็ไม่ได้หยุดยั้งลง

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) อธิบายว่า การบังคับให้เด็กเข้าเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่ใช้อาวุธ ผันตัวให้เด็กเป็นทหาร ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบ ‘แรงงานเด็ก’ และ ‘ความรุนแรงที่มีต่อเด็ก’ ที่เลวร้ายที่สุด นอกเหนือจากการค้ามนุษย์และการแสวงประโยชน์ทางเพศ และเด็ก ๆ จะยิ่งมีความเปราะบางต่อสถานการณ์ดังกล่าว หากอยู่ในสถานะที่ยากจนหรือไม่ได้ไปโรงเรียน และเมื่อกลายเป็นทหารเด็ก ก็จะยิ่งประสบกับวงจรอุบาทว์นี้ โดยเติบโตมากับความรุนแรง – ประสบกับผลที่ตามมากับปัญหาสุขภาพจิต ไม่ได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ การทำงาน การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนมนุษย์ ตลอดจนการพัฒนาชุมชนและประเทศ

ทั้งนี้ ในการช่วยบรรเทาปัญหาข้างต้น UNICEF มองว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมในจำนวนที่มากขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า ขณะที่ Save the Children ได้เสนอแนะให้มีการดำเนินคดีทางอาญากับผู้กระทำความผิดต่อเด็ก หรือ ‘ทำสงครามกับเด็ก’ สร้างหลักประกันให้เด็กสามารถเข้าถึงการศึกษาเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กถูกรับเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลัง ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้โอกาสรับเด็ก (ทหารเด็ก) กลับคืนสู่สังคมอีกครั้ง ด้วยความร่วมมือของชุมชนและองค์กรที่ให้การสนับสนุน

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG4 การศึกษาที่เสมอภาค ในด้านหลักประกันให้เด็กชายและหญิงทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่เสมอภาคและเท่าเทียม การดูแล และพัฒนาทักษะอ่านออกเขียนได้คำนวณได้
#SDG5 ความเท่าเทียมระหว่างเพศและเสริมพลังอำนาจแก่ผู้หญิงและเด็กหญิง
-(5.2) ขจัดความรุนแรงทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิง รวมถึงการขจัดการค้ามนุษย์ การแสวงหาประโยชน์ทางเพศ และการแสวงประโยชน์ในรูปแบบอื่น
#SDG8 การเติบโตทางเศรษฐกิจและงานที่มีคุณค่า
-(8.7) ดำเนินมาตรการโดยทันทีและมีประสิทธิภาพเพื่อขจัดแรงงานบังคับ ยุติการค้าแรงงานทาสในยุคสมัยใหม่และการค้ามนุษย์ และขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งรวมถึงการเกณฑ์และการใช้ทหารเด็ก และยุติการใช้แรงงานเด็กในทุกรูปแบบในปี 2568
#SDG16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม ครอบคลุม สถาบันมีประสิทธิผล
-(16.2) ยุติการข่มเหง การหาประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง การค้ามนุษย์ ความรุนแรงและการทรมานทุกรูปแบบที่มีต่อเด็ก

แหล่งที่มา:
One in eight children found at risk of becoming child soldiers (Thomson Reuters Foundation News / UK Aid)
World’s highest child soldier numbers in West, Central Africa (Aljazeera)

Last Updated on ธันวาคม 3, 2021

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นและรายละเอียดของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการพัฒนาการสื่อสารองค์ความรู้ของ SDG Move เท่านั้น
* หมายถึง ข้อมูลที่จำเป็น