ไมโครพลาสติกเป็นพิษต่อเซลล์ ทำให้เซลล์มนุษย์ตายได้เมื่อกลืนกินและสูดดมในปริมาณมาก

ความกังวลที่มีต่อมลพิษจากพลาสติกประการหนึ่งคือการปนเปื้อนของ “ไมโครพลาสติก” (microplastics) ในสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อาหารที่ท้ายที่สุดจะกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ โดยคาดว่ามนุษย์กลืนกินไมโครพลาสติกเข้าไปราว 39,000 – 52,000 อนุภาคต่อปี ทว่ายังไม่มีงานวิจัยที่สามารถระบุถึงความเสี่ยงของผลกระทบที่มีต่อร่างกายมนุษย์ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี การศึกษาล่าสุดเผยแพร่ใน Journal of Hazardous Materials มีข้อค้นพบใหม่โดยระบุว่า ไมโครพลาสติกเป็นพิษต่อเซลล์ โดยสามารถทำให้เซลล์เสื่อมสภาพและตายได้ ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ทางสุขภาพในด้านอื่น ๆ

ทีมผู้ศึกษาจากมหาวิทยาลัย York วิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติจากงานการศึกษาที่ได้มีการตีพิมพ์มาก่อน ในด้านผลกระทบของไมโครพลาสติกที่มีต่อเซลล์ อาทิ ไมโครพลาสติกที่พบในน้ำดื่ม อาหารทะเล และเกลือบริโภค เพื่อดูผลกระทบของระดับหรือปริมาณไมโครพลาสติกที่มีต่อเซลล์ของมนุษย์ จากการศึกษาความเป็นพิษ (toxicology tests) พบว่ามีปฏิกิริยาทั้งเซลล์ตายและอาการแพ้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผลมาจากการกลืนกินหรือสูดดมไมโครพลาสติกในระดับสูงหรือในปริมาณมาก

โดยในรายละเอียดนั้น การศึกษาระบุว่าไมโครพลาสติกสามารถส่งผลกระทบได้ใน 4 ระดับที่ชัดเจน อาทิ ไมโครพลาสติกในปริมาณ 10 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถเป็นอันตรายต่อการมีชีวิตของเซลล์ (cell viability) และไมโครพลาสติกในปริมาณ 20 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถเป็นผลให้เกิดอาการแพ้

กระนั้น แม้การศึกษาทบทวนได้เผยให้เห็นว่าการกลืนกินและสูดดมไมโครพลาสติกในแต่ละระดับจะส่งผลกระทบต่อเซลล์ของร่างกายและอาจก่อให้เกิดผลทางสุขภาพด้านอื่น ๆ ตามมา ทว่าการศึกษานี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเมื่อไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเป็นอย่างไร หากตอบคำถามนี้ได้จะช่วยให้เข้าใจระดับความเสี่ยงของไมโครพลาสติกต่อมนุษย์มากขึ้น

● อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับไมโครพลาสติก
ปลาน้ำจืดกลืนกินไมโครพลาสติกมาตั้งแต่ทศวรรษ 2493
มลพิษทางทะเลครั้งร้ายแรง เมื่อ ‘เม็ดพลาสติก’ ทะลักลงทะเลศรีลังกาจากเหตุไฟไหม้เรือขนสินค้า
ทารกอาจได้รับมลพิษตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เมื่อนักวิจัยพบไมโครพลาสติกในรกเด็กเป็นครั้งแรก

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
-(3.9) ลดจำนวนการตายและการป่วยจากสารเคมีอันตราย และจากการปนเปื้อนและมลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน ให้ลดลงอย่างมาก ภายในปี 2573
#SDG11 เมืองและการตั้งถิ่นฐานที่ยั่งยืน
-(11.6) ลดผลกระทบทางลบของเมืองต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากร
#SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
-(12.4) บรรลุการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดในวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งวงจรชีวิตของสิ่งเหล่านั้น ตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตกลงกันแล้ว และลดการปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกสู่อากาศ น้ำ และดินอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อที่จะลดผลกระทบทางลบที่จะมีต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด ภายในปี 2563

แหล่งที่มา:
Microplastics Can Kill Human Cells at Concentrations Found in the Environment, Scientists Say (EcoWatch)

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

ชวนสำรวจ SDG Profile 15 จังหวัดนำร่องของไทยพัฒนาได้ยั่งยืนแค่ไหน EP.5 (นราธิวาส – ปัตตานี – ยะลา)

การขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้แนวคิด “SDG Localization” นับว่าเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมและถูกนำมาปรับใช้ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้วยกร…

เครือข่าย Thailand Circular Economy ดันร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน แก้ขยะล้นประเทศ รับมือวิกฤตพลาสติกโลก

เครือข่าย Thailand Circular Economy เปิดตัวร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ฉบับประชาชน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ในเวทีเสวนา “…

สปสช. หนุนวัคซีน HPV 1.7 ล้านโดส ฉีดให้เด็กหญิงอายุ 11 – 12 ปี หวังลดโรคมะเร็งปากมดลูก

วันที่ 20 มีนาคม 2567 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เปิดเผยว่าที่ประช…

ค้นหา