รัฐเคนทักกี เผชิญ ‘มหาอุทกภัย’ พบผู้เสียชีวิตเเล้ว 25 ราย บ้านเรือนนับร้อยเสียหาย ทุกฝ่ายประสานส่งความช่วยเหลือ

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ยากเกินจะคาดการณ์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากสถานการณ์ ‘อุทกภัย’ ที่เกิดขึ้น ในรัฐเคนทักกี ประเทศสหรัฐอเมริกา นับเป็นอุทกภัยที่ร้ายแรงอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์และสร้างความสูญเสียให้แก่ประชาชนรัฐเคนทักกีเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีพายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งเหตุการณ์นี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 25 ราย และสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนนับร้อยหลังเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพังที่ทิ้งร่องรอยไว้เท่านั้น 

เริ่มจากในช่วงปลายวันพุธ รัฐเคนทักกีเริ่มมีฝนปกคลุมและตกลงมาอย่างหนักจนเกิดเป็นน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลให้ถนนและบ้านเรือนหลายร้อยหลังถูกน้ำท่วมจมอยู่ใต้บาดาล ขณะที่เมืองไวต์สเบิร์กของรัฐเคนทักกี สถานที่สำคัญอย่างอาคาร Appalshop ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร ด้านศิลปะและการศึกษาที่ได้รับการยกย่องและส่งเสริมวัฒนธรรมแอปพาเลเชียน (Appalachian) มานานกว่าครึ่งศตวรรษก็ถูกน้ำท่วมเช่นเดียวกัน ต่อมาในวันพฤหัสบดี หลังจากหลายพื้นที่ของรัฐเคนทักกีต้องจมอยู่ใต้บาดาล เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหน่วยงานของรัฐและกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) ได้ดำเนินการค้นหาผู้รอดชีวิตโดยเรือและเฮลิคอปเตอร์อย่างสุดกำลัง ส่งผลให้ในคืนวันศุกร์ มีการยืนยันยอดผู้เสียชีวิตเพิ่ม 25 ราย และมีอีกหลายรายที่ยังคงสูญหาย ซึ่งในบรรดาผู้เสียชีวิตที่พบ มีเด็กจำนวน 4 รายจากครอบครัวเดียวกันถูกกระแสน้ำพัดจนทำให้เสียชีวิต 

เหตุการณ์นี้นับว่าเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความเศร้าโศกและวิกฤตดังกล่าว เหล่าอาสาสมัครทั่วทั้งรัฐต่างพยายามเป็นอีกแรงสำคัญในการช่วยเจ้าหน้าที่ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจกจ่ายอาหารให้แก่ผู้ที่ลี้ภัยในโบสถ์และศูนย์พักพิงชั่วคราวต่าง ๆ ซึ่งผู้คนอีกมากมายยังต่างเฝ้ารอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ

Patricia Colombo อายุ 63 ปีจาก Hazard หนึ่งในบรรดาผู้รอดชีวิตจากการค้นหาโดยเฮลิคอปเตอร์ กล่าวว่า “หลายคนไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้จากเหตุการณ์นี้” และเพิ่มเติมว่า “บ้านของพวกเขากว่าครึ่งต้องจมอยู่ใต้น้ำ พวกเขาสูญสิ้นแล้วทุกอย่าง”

จากสถานการณ์ดังกล่าว ประธานาธิบดี Joe Biden ได้ประกาศภาวะภัยพิบัติในรัฐเคนทักกี เพื่อให้เขตปกครองกว่า 12 เขตได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็นและเงินบรรเทาทุกข์จากรัฐบาลกลางโดยตรง ทั้งนี้ ยังมีความท้าทายอีกมากมายในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งชุมชนในรัฐเคนทักกีบางแห่งถูกตัดขาดจากไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์มือถือ โดย Andy Beshear ผู้ว่าการรัฐเคนทักกี แถลงกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ว่า บ้านเรือนกว่า 18,000 ครัวเรือนทั่วรัฐเคนทักกีไม่มีไฟฟ้าใช้ ส่งผลให้การประเมินจำนวนผู้สูญหายเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะที่ คาดว่าระดับน้ำมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต่างต้องเร่งค้นหาและช่วยชีวิตผู้ประสบภัย ก่อนที่ฝนจะตกลงมาอีกครั้งและทำให้ระดับน้ำกลับมาเพิ่มขึ้นสูงอีก 

อย่างไรก็ตาม ภัยพิบัติ (disaster) นั้น ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อทรัพย์สิน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นวงกว้างและมิอาจสามารถคาดเดาถึงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้ในแต่ละครั้ง จึงจำเป็นจะต้องตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) อยู่เสมอ เพราะความท้าทายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นบนความไม่แน่นอนนี้เกินกว่าที่ประชาชนจะรับมือได้ จึงควรสร้างภูมิคุ้มกันในการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จากเหตุการณ์ภัยพิบัติดังกล่าว คาดว่าคงต้องใช้เวลากว่าหลายสัปดาห์ในการค้นหาผู้สูญหายทั้งหมด จึงต้องประเมินสถานการณ์และติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
‘ภัยพิบัติจากน้ำ’ สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงมาทุกยุคสมัย และจะเกิดถี่ขึ้น – รุนแรงขึ้นเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ – SDG Move 
สถิติอุณหภูมิโลกปี 2021 แสดงว่าในปีที่ผ่านมา โลกร้อนที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ในประวัติศาสตร์ – SDG Move 
2564 ปีของวิกฤติน้ำในโลก: น้ำล้น แห้งแล้งไป ปนเปื้อนมาก ภัยพิบัติน้ำเกิดถี่ขึ้น – SDG Move 
จะจัดการน้ำให้ยั่งยืน ต้องลงมือทำอย่างเป็นองค์รวมร่วมกับการปรับตัวต่อ Climate Change – SDG Move 
แนวคิด “Sponge City – เมืองฟองน้ำ” รับมือน้ำท่วม ด้วยการพัฒนาเมืองให้ ‘คนและน้ำอยู่ร่วมกัน’
ระบบเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินระดับชาติที่จัดการ ‘ภัยพิบัติธรรมชาติ’ พร้อมกับ ‘อันตรายทางชีวภาพ’ จะทำให้เอเชียแปซิฟิกมีภูมิคุ้มกันต่อโรคระบาด – SDG Move  

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.5) ลดจำนวนการตายและจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบและลดการสูญเสียโดยตรงทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของโลกที่เกิดจากภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมุ่งเป้าปกป้องคนจนและคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ภายในปี 2573
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.3) พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ และการเตือนภัยล่วงหน้า
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

แหล่งที่มา: 
Kentucky Flooding Leaves 25 Dead as Search for Victims Continues – The New York Times 
‘We had to swim out’: Kentucky grapples with floods as search for survivors continues – (theguardian)

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Last Updated on สิงหาคม 2, 2022

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นและรายละเอียดของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการพัฒนาการสื่อสารองค์ความรู้ของ SDG Move เท่านั้น
* หมายถึง ข้อมูลที่จำเป็น