‘น้ำท่วมปากีสถาน’ กระทบประชาชนนับล้าน – วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่หลายประเทศในเอเชียอาจต้องเผชิญ

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลายประเทศในเอเชียใต้ โดยเฉพาะประเทศปากีสถาน ต้องเผชิญกับฤดูมรสุมอย่างรุนแรง ฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้พื้นที่ราว 1 ใน 3 ของประเทศถูกน้ำท่วม บ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานถูกทำลาย ประชาชนมากกว่า 33 ล้านคนได้รับผลกระทบ มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,500 คน นับว่าเป็นภัยพิบัติที่เลวร้ายที่สุดในรอบทศวรรษ 

เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565 กลุ่มเครือข่ายความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศนานาชาติ (World Weather Attribution: WWA) เผยร่องรอย “fingerprints” ที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (fingerprints of climate change) จนเกิดฝนมรสุมอย่างรุนแรงในปากีสถาน ซึ่งพบว่ามีสองสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก คือ หนึ่ง การเกิดอุทกภัยจากลมมรสุมที่รุนแรงในช่วงฤดูร้อน ช่วง 60 วัน มีปริมาณน้ำฝนสูงบริเวณเหนือลุ่มแม่น้ำสินธุ  และสอง เกิดจากฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน ในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้จังหวัดสินธ์ (Sindh) และจังหวัดบาลูจิสถาน (Balochistan) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ได้รับความเสียหายมากที่สุดจากการที่น้ำท่วมสูง การศึกษายังระบุอีกว่า การที่ฝนตกอย่างรุนแรง ปัจจัยส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน (global warming) ที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น 1.2 องศาเซลเซียส 

ฮินา รับบานี คาห์ร (Hina Rabbani Khar) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน กล่าวว่า “สถานการณ์ของประเทศปากีสถานเป็น “วิกฤตการณ์ในระดับวันสิ้นโลก” คนยากจนผู้แทบไม่มีส่วนทำให้ปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้น กลับต้องรับผลกระทบหนักที่สุด”

สอดคล้องกับ การวิเคราะห์ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: ESCAP)  ระบุว่า อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส และ 2 องศาเซลเซียส จะส่งผลให้เอเชียใต้ต้องเผชิญผลกระทบสูงสุดจากฝนตกหนัก รองลงมา คือ ภัยแล้งทางการเกษตร (agricultural drought) อุณหภูมิที่ร้อนจัด และคลื่นความร้อน (heatwaves) โดยเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เรียกเอเชียใต้ว่า “พื้นที่วิกฤตสภาพภูมิอากาศ” (climate crisis hotspot) ผู้คนจำนวนมากมีโอกาสเสียชีวิต เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น 

รายงานภัยพิบัติในเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2562 (Asia-Pacific Disaster Report 2019) ได้ประมาณการความเสียหายจากภัยพิบัติประจำปี ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 675 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกือบร้อยละ 85 ของความเสียหายที่เกิดขึ้น มาจากภัยแล้ง น้ำท่วม และพายุหมุนเขตร้อนในช่วงที่เกิดมรสุม นอกจากนี้ มรสุมยังทำให้ปัญหาโรคระบาด ภัยพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น

กุญแจสำคัญในการพัฒนาชุมชนในเอเชียใต้ให้สามารถตั้งรับปรับตัวได้นั้น คือ การจัดการที่มีประสิทธิภาพต่อฤดูมรสุมที่มีความเสี่ยงใกล้เข้ามาในบริเวณพื้นที่ ซึ่งการคาดการณ์ผลกระทบจากลมมรสุมฤดูร้อนในเอเชียใต้มีความก้าวหน้ามากขึ้น ตัวอย่างเช่น การคาดการณ์มรสุมฝนตามฤดูกาล ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ปีพ.ศ. 2565 ซึ่งสามารถคาดการณ์ได้ว่าหลายจังหวัดในประเทศปากีสถาน มีแนวโน้มเผชิญกับฝนตกหนักมากกว่าปกติ และแสดงผลออกมาได้อย่างชัดเจน แต่ในหลายพื้นที่ก็ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ เพราะยังพบข้อจำกัดบางประการ เช่น รายละเอียดของข้อมูล ลักษณะความน่าจะเป็นในการวิเคราะห์ เพื่อให้สามารถระบุพื้นที่เสี่ยงในอนาคตได้อย่างแม่นยำ

Figure: Seasonal Outlook for Precipitation, June-September 2022 (left), Satellite image of flood affected provinces in Pakistan (right)

ด้วยวัตถุประสงค์นี้ กองทุน ESCAP Multi-Donor Trust Fund for Tsunami, Disaster, and Climate Preparedness ร่วมมือกับ Regional Integrated Multi – Hazard Early Warning System (RIMES) องค์กรระหว่างประเทศที่ดำเนินงานให้ข้อมูลการเตือนภัยกับชุมชน เพื่อลดความเสียหายและสูญเสียชีวิต จึงได้จัดตั้ง National Monsoon Forum และ South Asian Seasonal Climate Outlook Forum (SASCOF) ขึ้น สำหรับประเทศที่มีความเสี่ยงสูงในเอเชียใต้ ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาะเล็กในมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อสนับสนุนการดำเนินการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ภัยพิบัติปากีสถานครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงปัญหาขาดแคลนอาหาร เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรถูกทำลายและการดำรงชีวิตของประชาชนอีกด้วย เช่นนั้นแล้ว ทุกภาคส่วนทั้งในระดับองค์กรระหว่างประเทศ ระดับภูมิภาค หรือแม้แต่ในประเทศเอง จึงต้องร่วมกันเสริมสร้างสิ่งที่จำเป็นต่อการตั้งรับปรับตัวให้ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านอาหาร น้ำ พลังงาน เพื่อรับมือต่อความผันผวนของสถานการณ์ พร้อมช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด ไม่เกิดเป็นภัยที่ทับซ้อนขึ้น

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
‘ภัยพิบัติจากน้ำ’ สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงมาทุกยุคสมัย และจะเกิดถี่ขึ้น – รุนแรงขึ้นเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สถิติอุณหภูมิโลกปี 2021 แสดงว่าในปีที่ผ่านมา โลกร้อนที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ในประวัติศาสตร์
2564 ปีของวิกฤติน้ำในโลก: น้ำล้น แห้งแล้งไป ปนเปื้อนมาก ภัยพิบัติน้ำเกิดถี่ขึ้น
จะจัดการน้ำให้ยั่งยืน ต้องลงมือทำอย่างเป็นองค์รวมร่วมกับการปรับตัวต่อ Climate Change
แนวคิด “Sponge City – เมืองฟองน้ำ” รับมือน้ำท่วม ด้วยการพัฒนาเมืองให้ ‘คนและน้ำอยู่ร่วมกัน’ 
รัฐเคนทักกี เผชิญ ‘มหาอุทกภัย’ พบผู้เสียชีวิตเเล้ว 25 ราย บ้านเรือนนับร้อยเสียหาย ทุกฝ่ายประสานส่งความช่วยเหลือ 
ทำความรู้จัก “Extreme Weather” สภาพภูมิอากาศสุดขั้วที่เปลี่ยนท้องฟ้ากรุงเทพฯ ดำมืด ปัญหาท้าทายที่โลกต้องเร่งจัดการ

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.5) ลดจำนวนการตายและจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบและลดการสูญเสียโดยตรงทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของโลกที่เกิดจากภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมุ่งเป้าปกป้องคนจนและคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ภายในปี 2573
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
– (13.a) ดำเนินการให้เกิดผลตามพันธกรณีที่ผูกมัดต่อประเทศพัฒนาแล้วซึ่งเป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีเป้าหมายร่วมกันระดมทุนจากทุกแหล่งให้ได้จำนวน 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ภายในปี 2563 เพื่อจะแก้ปัญหาความจำเป็นของประเทศกำลังพัฒนาในบริบทของการดำเนินการด้านการบรรเทาที่ชัดเจนและมีความโปร่งใสในการดำเนินงานและทำให้กองทุน Green Climate Fund ดำเนินการอย่างเต็มที่โดยเร็วที่สุดผ่านการให้ทุน

แหล่งที่มา: 
Managing riskier Asian monsoon is key to region’s resilience | ESCAP 
น้ำท่วมประเทศพัง ปากีสถานรับกรรมที่ไม่ได้ก่อ – THE STANDARD 

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

จากผ้าอ้อมใช้งานแล้วสู่กระดาษโน้ตติดกาว ตัวอย่างการรีไซเคิลเชิงเคมีที่ช่วยลดขยะและภาวะโลกร้อน

เป็นเรื่องยากที่โลกจะกำจัดกองภูเขาขยะจากผ้าอ้อมเปียกที่ใช้งานแล้วราว ๆ 3.5 เมตริกตันในทุก ๆ ปี ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนจึงได้คิดค้นเทคนิครีไซ…

รายงานจัดอันดับ 100 เมืองทั่วโลกที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูงสุด โดย 99 เมืองอยู่ในทวีปเอเชีย

จากรายงานการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Risk Outlook 2021) โดย Verisk Maplecroft บริษัทประเมินความเสี่ยงในสหราชอาณาจักร จัดอ…

รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนของแอฟริกาปี 2565 เพื่อผลักดันชาวแอฟริกันให้พ้นจาก ‘ความยากจน’

หากไม่มีการผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573 ผู้คนอย่างน้อย 492 ล้านคน จะต้องตกอยู่ภายใต้ ‘ความยากจนขั้นรุนแรง’ (extreme poverty) และอีก…

2564 จะเป็นปีที่โลกเริ่มขยับไปหา “พลังงานที่ยั่งยืน” อย่างจริงจังมากขึ้น

เขียนเมื่อ 14 มกราคม 2564 ถิรพร สิงห์ลอ

ช่วงที่ผ่านมา โลกอาจจะเดินหน้าผลักดันประเด็นการให้มีพลังงานที่มีคุณภาพ ราคาถูก สะอาด และทุกคนสามารถเข้าถึง…

ค้นหา