Gender Gap Report 2024 เผยอีก 134 ปี โลกถึงจะมี ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ – ส่วนไทยขยับขึ้นมาอันดับ 65 ในการประเมินดัชนี

อีก 134 ปีหรือห้าชั่วอายุคนกว่าโลกจะมี ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) เผยแพร่รายงาน Global Gender Gap Report 2024 หรือรายงานสถานการณ์ช่องว่างระหว่างเพศระดับโลก ปี 2567 ฉบับที่ 18 ระบุว่า 2567 ปีแห่งการเลือกตั้งผู้นำทั่วโลก กำลังสร้างโอกาสความก้าวหน้าในการปิดช่องว่างระหว่างเพศทั่วโลก ผ่านการส่งเสริมการเป็นตัวแทนของผู้หญิงให้เพิ่มขึ้นในแวดวงการเมือง

รายงานสถานการณ์ช่องว่างระหว่างเพศระดับโลก ประจำปี 2567 นำเสนอดัชนีช่องว่างระหว่างเพศ (Global Gender Gap Index) จาก 146 ประเทศ โดยเปรียบเทียบช่องว่างระหว่างเพศ 4 มิติ ได้แก่ 1. โอกาสและการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ (economic participation and opportunity) 2. การได้รับการศึกษา (educational attainment) 3. สุขภาพและการมีชีวิตรอด (health and survival)  และ 4. อำนาจทางการเมือง (political empowerment)

ภาพแสดง : สถานะช่องว่างระหว่างเพศระดับโลก ปี 2024 ทั้ง 4มิติ

รายงานข้างต้นมีประเด็นสำคัญ สรุปได้ดังนี้

  • คะแนนช่องว่างระหว่างเพศระดับโลกปี 2567 จากการประเมินผล 146 ประเทศ พบมีความก้าวหน้าเรื่องความเท่าเทียมทางเพศอยู่ที่ 68.5% เพิ่มขึ้น 0.1% เนื่องจากโอกาสและการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น แต่ยังถือว่าเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • ตั้งแต่มีการเปิดตัวดัชนีในปี 2549 และเมื่อเทียบกับอัตราความก้าวหน้าในปัจจุบัน พบว่าจะใช้เวลาถึง 134 ปี จึงจะบรรลุความเท่าเทียมทั้งหมดได้ ซึ่งช้ากว่าที่รายงานไว้ปีก่อนถึง 3 ปี และช้าเกินกว่าที่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนกำหนดไว้ ภายในปี 2573 
  • การประเมินดัชนีช่องว่างระหว่างเพศระดับโลกปี 2567 แสดงให้เห็นว่าแม้ไม่มีประเทศใดปิดช่องว่างระหว่างเพศได้สมบูรณ์ แต่ 97% ของประเทศที่ได้รับการประเมินจากรายงานชิ้นนี้ สามารถปิดช่องว่างได้มากกว่า 60% เมื่อเทียบกับปีแรกของการประเมิน
  • ตามดัชนีช่องว่างระหว่างเพศของโลกปี 2567 ยังไม่มีประเทศใดบรรลุความเท่าเทียมทางเพศอย่างสมบูรณ์ จากการประเมินประเทศที่ได้ 10 อันดับแรกอย่างประเทศไอซ์แลนด์ ยังคงครองอันดับ 1   โดยมีดัชนีอยู่ที่ 93.5% ซึ่งเป็นเพียงประเทศเดียวที่ปิดช่องว่างระหว่างเพศได้มากกว่า 90% ขณะที่อีก 8 อันดับ ได้แก่ ฟินแลนด์ นอร์เวย์  นิวซีแลนด์ สวีเดน  นิการากัว เยอรมนี นามิเบีย และไอร์แลนด์ สามารถปิดช่องว่างระหว่างเพศได้มากกว่า 80% ขณะที่อันดับที่ 10 อย่างประเทศสเปน ปิดช่องว่างระหว่างเพศได้ถึง 79.7% 
  • ความคืบหน้าโดยรวมในปี 2567 พบว่าสามารถปิดช่องว่างระหว่างเพศด้านการได้รับการศึกษา 94.9%  ได้มากที่สุด และไล่ลงมาตามลำดับ คือด้านสุขภาพและการมีชีวิตรอดได้ 96%  ด้านโอกาสและการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจได้ 60.5% และอำนาจทางการเมืองได้ 22.5%
  • ขณะที่ ดัชนีความก้าวหน้าช่องว่างระหว่างเพศของประเทศไทยอยู่ที่ อันดับ 65 ขยับอันดับขึ้น 9 อันดับจากอันดับที่ 74 ในปี 2566 ด้วยคะแนน 0.720 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.009 คะแนน

แม้ผลของดัชนีช่องว่างระหว่างเพศปีนี้จะเพิ่มขึ้น แต่ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นยังไม่เพียงพอที่จะบรรลุความเท่าเทียมทางเพศ ภายในปี 2573 รายงานฉบับนี้จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและภาคธุรกิจต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนกรอบความคิดไปสู่กระบวนทัศน์ใหม่ในทุกมิติ  โดยเฉพาะแนวคิดทางเศรษฐกิจ เพราะความเท่าเทียมทางเพศถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเติบโตที่เท่าเทียมและยั่งยืน ซึ่งหากรัฐบาลและภาคธุรกิจร่วมกันผลักดันการปิดช่องว่างระหว่างเพศอาจบรรลุผลได้เร็วยิ่งขึ้น 

#SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ
– (5.1) ยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในทุกที่
– (5.5) สร้างหลักประกันว่าผู้หญิงจะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และมีประสิทธิผลและมีโอกาสที่เท่าเทียมในการเป็นผู้นำในทุกระดับของการตัดสินใจในเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ และกิจกรรมสาธารณะ 
– (5.c) เลือกใช้และเสริมความเข้มแข็งแก่นโยบายที่ดีและกฎระเบียบที่บังคับใช้ได้ เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและการเพิ่มบทบาทแก่ผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคนในทุกระดับ
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.2) ให้อำนาจและส่งเสริมความครอบคลุมด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความบกพร่องทางร่างกาย เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรือสถานะอื่น ๆ ภายในปี 2573
– (10.3) สร้างหลักประกันว่าจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องนี้
– (10.4) นำนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายการคลัง ค่าจ้าง และการคุ้มครองทางสังคมมาใช้ และให้บรรลุความเสมอภาคยิ่งขึ้นอย่างก้าวหน้า

แหล่งที่มา: Global Gender Gap Report 2024 – World Economic Forum 

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการกลยุทธไตรพลังในการดำเนินการเพื่อสุขภาวะและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย 

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

รายงานจาก Climate Bonds Initiative วิเคราะห์โอกาสการเติบโตของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวในไทย

องค์กร Climate Bonds Initiative (CBI) เผยแพร่รายงาน ‘Green Infrastructure Investment Opportunities Thailand’ หรือ Thai GIIO ที่จัดทำร่วมกับธนาคารพัฒน…

Carbon Footprint มหาศาลจากการขุด Bitcoin ทั่วโลก นำมาสู่การยกเลิกการชำระเงินซื้อ Tesla ด้วย Bitcoin

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2021 อีลอน มัสก์ (Elon Musk) CEO บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Inc. ประกาศผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ว่า Tesla

บุรีรัมย์ยูไนเต็ด & ทรู เเบงค็อก ยูไนเต็ด เปิดตัวชุดเเข่งรับฤดูกาลใหม่ เน้นผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและใช้เทคโนโลยี DryDye ย้อมสีผ้า ช่วยลดมลพิษทางน้ำ

การแข่งขันฟุตบอลไทยลีกจะเริ่มประเดิมนัดเเรกของฤดูกาล 2565/2566 ในวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2565  โดยก่อนหน้านี้ทีมแชมป์เก่าอย่าง “บุรีรัมย์ยูไนเต็ด…

รู้จัก 5 เทรนด์สำคัญของ ‘ความยั่งยืน’ ในอนาคต ผ่านหนังสือ “FUTURE TRENDS AHEAD 2024” 

SDG Recommends ฉบับนี้ ชวนอ่าน หนังสือ “FUTURE TRENDS AHEAD 2024” ที่ได้รวบรวมรายงานเทรนด์ของปี 2567 ที่จะถึงนี้ เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าโลกจะเกิดแนวโน้…

ค้นหา