Carbon Footprint มหาศาลจากการขุด Bitcoin ทั่วโลก นำมาสู่การยกเลิกการชำระเงินซื้อ Tesla ด้วย Bitcoin

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2021 อีลอน มัสก์ (Elon Musk) CEO บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Inc. ประกาศผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ว่า Tesla ได้ระงับการรับชำระเงินด้วยบิตคอยน์ (Bitcoin) ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เนื่องจากมีความกังวลถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลในการขุดเหรียญบิตคอยน์และการทำธุรกรรมต่างๆ โดยเฉพาะพลังงานจากถ่านหินที่ปล่อยมลพิษที่เป็นอันตรายที่สุด ซึ่งนับเป็นเวลาหนึ่งเดือนเท่านั้นหลังจากที่ Tesla เพิ่งประกาศว่าสามารถใช้เหรียญบิตคอยน์ซื้อรถยนต์ของเทสลาในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

สกุลเงิน Bitcoin คือ สกุลเงินในรูปแบบของดิจิทัล ที่ต้องใช้พลังงานจำนวนมากในผลิต เนื่องจากต้องใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงในการถอดสมการคณิตศาสตร์ หรือ ที่เรียกว่า ‘การขุดบิตคอยน์’ หรือ ‘Bitcoin mining’

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศแสดงให้เห็นว่า ‘การขุดบิตคอยน์’ ใช้พลังงานมหาศาล โดยอัตราการใช้พลังงานทั่วโลกเพื่อขุดบิตคอยน์ในปัจจุบันมีปริมาณเท่ากับการใช้พลังงานของประเทศเนเธอร์แลนด์ในปี 2019 ทั้งปี และยังไม่รวมถึงระบบการเงินที่ดำเนินการด้วยพนักงานและคอมพิวเตอร์จำนวนหลายล้านเครื่อง ก็ใช้พลังงานในปริมาณสูงเช่นกัน

เมื่อบิตคอยน์เริ่มกลายเป็นสกุลเงินกระแสหลักเนื่องจากหลายบริษัทและสถาบันทางการเงินรายใหญ่ของสหรัฐฯ ยอมรับให้เป็นสกุลเงินที่ชำระเงินและทำธุรกรรมต่างๆ ได้ จึงทำให้เกิดความต้องการมากขึ้นและตามมาด้วยราคาที่สูงขึ้น นักขุดจำนวนมากจึงแข่งขันกันอย่างหนักหน่วงในการแก้สมการคณิตศาสตร์เพื่อขุดเหรียญให้ได้เร็วที่สุดด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งต้องการใช้พลังงานมากขึ้นเรื่อยๆ

การศึกษาในปี 2019 ที่ตีพิมพ์ลงวารสารวิทยาศาสตร์ Joule คาดว่าการขุดบิตคอยน์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 22 – 22.9 ล้านเมตริกตันต่อปี หรือเท่ากับระดับที่ทั้งจอร์แดนและศรีลังกาปล่อย อุตสาหกรรมคริปโตเคอเรนซีจึงมีความพยายามมากขึ้นในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการขุดบิตคอยน์ และการเข้าสู่ตลาดคริปโตของบริษัทระดับใหญ่ก็อาจสามารถสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิต ‘บิตคอยน์สีเขียว’ หรือ “Green Bitcoin’ ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนได้ อีกทั้งการกำหนดนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของรัฐบาลทั่วโลกก็อาจช่วยลดผลกระทบนี้ได้เช่นกัน

หลายโปรเจกต์ทั้งในแคนาดาไปจนถึงไซบีเรียกำลังค้นหาวิธีการขุดบิตคอยน์โดยไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และใช้พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานน้ำ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และทำให้สกุลเงินนี้เป็นที่ยอมรับของนักลงทุนมากขึ้น

แต่การเปลี่ยนมาใช้พลังงานทางเลือกก็ทำให้ต้นทุนในการขุดบิตคอยน์สูงขึ้น โดยเฉพาะนักขุดในประเทศจีนที่ผลิตบิตคอยน์ถึง 70% ของจำนวนทั้งหมดในโลก โดยใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งมาจากถ่านหินเป็นหลักในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของปี เพราะมีราคาถูก และใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานน้ำ ในช่วงฤดูที่มีฝนตกของปีเท่านั้น ดังนั้นหากสามารถสร้างแรงจูงใจให้เฉพาะนักขุดในจีนเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนก็จะช่วยแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขุดบิตคอยน์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้อย่างมีนัยยะสำคัญ

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในอุตสาหกรรม เกี่ยวข้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- SDG 7 การเข้าถึงพลังงานสะอาด ในประเด็น การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน (Renewable Energy) (7.2) และการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (7.3)
- SDG 9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม ในประเด็น ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน (9.4)
- SDG 13 รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในประเด็น และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (13.2)

ที่มา: Thomson Reuters Foundation News, Siam Blockchain

Last Updated on พฤษภาคม 14, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

อากาศร้อนจัดจาก Climate Change อาจทำให้แพทย์ในนอร์เทิร์น เทร์ริทอรี ออสเตรเลีย พิจารณาการย้ายออกจากพื้นที่

การศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ใน The Lancet Planetary Health แสดงให้เห็นว่าแพทย์จำนวนมากในรัฐนอร์เทิร์น เทร์ริทอรี ประเทศออสเตรเลีย มีความคิดย้ายออกจากพื้นที…

SDGs Report 2026 เผย 15% ของเป้าหมายโลกถดถอย – ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และเงินทุนช่วยเหลือที่ลดลง

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาสำนักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Department of Economic and Social Affairs: UN DESA)…

SDG Spotlight – ส่งท้ายปี 2566 ด้วย 6 ข่าว SDGs ที่น่าสนใจในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่ 18 – 22 ธันวาคม 2566 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ดังน…

องค์การอนามัยโลกระบุ 43 ประเทศ ดำเนินนโยบายแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการกำจัดไขมันทรานส์ แต่อีกกว่า 5 พันล้านคนทั่วโลกยังไม่ได้รับการป้องกัน

ปี 2566 เป็นปีเป้าหมายที่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) ระบุให้ประเทศทั่วโลกกำจัดไขมันทรานส์ที่ผลิตในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดีเมื่อพ…

ค้นหา